Open post
ผีอยากเป็นลูกคน

รีวิวหนังหนังสนุก

Stray1

การที่มีหนังจากรัสเซียมาเข้าฉายในบ้านเรา ก็ถือว่าเป็นใจความสำคัญให้น่าสน ว่าน้านนานจะมีหนังจากรัสเซียมาสักเรื่อง ก็ย่อมเป็นหนังที่มีอะไรดี ถ้าเกิดไม่กวาดรางวัลในบ้านมามากมาย ก็จำต้องทำเงินถล่มทลายถึงได้นำออกไปขายตลาดต่างประเทศ เช่นเดียวกับ Stray หรือชื่อรัสเซียว่า Tvar มีความหมายว่า “สิ่งมีชีวิต” ปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงมาจากนิยายตื่นเต้น ผลงานกวีของ ‘แอนที่นา สตราโรบิเนท ที่ได้รับการตั้งชื่อว่าเป็น สตีเฟน คิง แห่งรัสเซีย ตัวคุณพึ่งได้รางวัล ผู้เขียนดี จากเวที European Science Fiction Award ปี 2018 มาได้ด้วย

นำมาซึ่งการทำให้ Stray เป็นหนังสยองขวัญรัสเซียเรื่องแรกที่ซึ่งสามารถขายไปได้ถึง 30 ประเทศ ฟังดูดีครับ ว่าหนังน่าจะให้รสชาติแปลกใหม่กว่าหนังสยองขวัญฮอลลีวูดที่สร้างกันออกมาแทบล้นตลาด และจากนั้นก็เป็นไปตามคาดนะครับ Stray แปลกใหม่จริงนะครับ มันคือหนังสยองขวัญที่ไม่มีฉากสยองเลย ไม่มีฉากไหนที่เชิญชวนให้ลุ้นระทึกอย่างที่รู้จัก ว่าประเดี๋ยวจำเป็นที่จะต้องตระหนกตกใจ หรือเชิญชวนให้จำต้องเอามือปิดตา มิได้ตระหนกตกใจสักเฮือกจนกระทั่งอยากได้ฉากตุ้งแช่มาสักจึ้กหนึ่ง ทั้งที่พลอตเรื่องเปิดโอกาสให้ใส่ฉากสยองได้มากมาย

รายละเอียดของหนังก็จำต้องกล่าวว่าไม่แปลกใหม่ เป็นพลอตที่ฮอลลีวูดสร้างกันมาไม่รู้เรื่องจำนวนกี่ครั้งแล้วกับการที่คู่ผัว-เมีย ไปรับอุปการะเลี้ยงดูลูกกำพร้ามา แล้วเปลี่ยนเป็นเด็กเปรต อิกอร์ แล้วก็พอลีที่นา เสีย “วานยา” ลูกชายวัย 6 ขวบ ไปด้วยอุบัตเเหตุรถยนต์ ผ่านมา 3 ปี พอลีนายังอาจจะเซื่องซึมทำใจกับการสิ้นไปมิได้ อิกอร์จึงพาพอลีที่นาไปสถานดูแลลูกกำพร้าเพื่อให้เลือกรับเด็กชายสักคนมาอุปถัมภ์ มีเด็กให้เลือกมากมายก่ายกองแต่พอลีนาก็เฉพาะเจาะจงเลือกเด็กชายแปลก แล้วก็มากกว่าแปลกก็คือเด็กชายคนนี้ เป็นเด็กตัวเล็ก รูปพรรณสัณฐานน่ากลัว ผิวขาวซีดเผือด ศีรษะล้าน ตัวไม่มีขนสักเส้น ไม่บอก แต่แผดเสียงข่มขู่แบบสัตว์ร้าย แถมมีเขี้ยวแหลมน่ากลัว ที่สำคัญเด็กชายคนนี้อยู่ในจุดเกิดเหตุ ข้าราชการชายในสถานสงเคราะห์ฆ่าตัวตายด้วยการใช้ปืนจ่อศีรษะตนเอง

ที่ตรงนี้ล่ะนะครับที่อยากจะ เฮ้อออออ ออกมาดังๆหนังไม่เพียรพยายามอธิบายเหตุผลอะไรแม้แต่น้อยว่าเพราะอะไรพอลีที่นาถึงจำเป็นที่จะต้องเฉพาะเจาะจงเอาเด็กน่ากลัวคนนี้กลับไปอยู่บ้าน ทั้งที่น่ากลัว และจากนั้นก็อยู่ในจุดเกิดเหตุมีผู้ตาย ทั้งยังแม่ชี แล้วก็ตำรวจก็ต่อต้านว่าอย่าเอาเด็กคนนี้ไปเลย มันคือแผลรุนแรงมากสำหรับหนังสักเรื่อง ถ้าเกิดเปิดเรื่องด้วยเรื่องสำคัญแล้วไร้ซึ่งเหตุผลเหมาะ มันก็เลยสร้างความกระอักกระอ่วนตั้งแต่ต้นเรื่อง แล้วบทหนังก็ยังไม่อาจจะทำให้ผู้ชมเชื่อตามไปกับความประพฤติขวางโลกของพอลีที่นาได้ เพียงพอเอามาเลี้ยงเด็กแดนนรกก็ยังคงมีกิริยาเยี่ยงสัตว์ร้าย อิกอร์ไม่เห็นด้วย แล้วก็ขอให้พอลีนาคืนเด็กกลับไปที่สถานสงเคราะห์แต่คุณก็ยืนกรานว่าจะเก็บเด็กไว้ แถมยังตั้งชื่อเด็กน้อยว่า “วานยา” ตามชื่อลูกที่เสียไป

Stray 2

หนังก็เดินเรื่องตามแบบนิยมของหนังสยองขวัญ ด้วยการให้อิกอร์สืบหาเบื้องหลังเบื้องหลังของเด็กเปรตรายนี้ แล้วก็หาคำตอบว่าเพราะอะไรผู้ดูแลถึงฆ่าตัวตาย ก็ถือว่าเป็นปัญหาที่วางไว้ให้เราอยากรู้คำตอบถึงที่มาของเด็กเปรต ซึ่งคำตอบก็ถือว่าแปลกใหม่จากหนังฮอลลีวูด เพราะเหตุว่าคำอธิบายถึงตัวตนของเด็กเปรตนั้นพาเอาหลุดโลกกันไปเลย ซึ่งแปลก แต่ไม่รู้เรื่องสึกเหวอหรืออึ้ง ก็ไม่รู้เรื่องว่าปัญหาที่เกิดกับหนังนี้มีมาตั้งแต่ต้นฉบับที่เป็นนิยายหรือมีการเสริมเติมแต่งโดย โอลก้า โกโรเด็ตสกายา ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เหมารวมตำแหน่งปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงนิยายมาเป็นบทภาพยนตร์เองด้วย แต่ปัญหาสำคัญๆของโอลก้า เลย คือเขาไม่อาจจะสร้างบรรยากาศสยองให้กับ Stray ได้แม้กระทั้งนิดเลย สร้างภาพยนตร์สยองแต่ปราศจากความน่ากลัวเลย ก็ถือว่าสอบตกอย่างไม่น่าให้อภัยแล้วล่ะนะครับ เอาว่าไม่ใช่แค่ประเด็นนี้ใจความสำคัญเดียวที่ไร้เหตุไร้ผล แต่ในเรื่องยังมีอีกมาก แต่ถือมาเอ่ยถึงมิได้เพราะว่าเป็นการสปอยล์
อีกจุดที่รู้สึกอี๊มาก คือมาตรฐานซีจีของหนัง ทำออกมาแบบนี้แล้วเห็นได้ชัดว่าวิทยาการงานวิชวลเอฟเฟกต์ของรัสเซีย ตามหลังจีนอยู่ห่างไกลเลย ฉากโชว์ซีจียาวหลายวินาที แล้วไม่ใช่โชว์แบบมืดๆนะ แต่วางกันสว่าง เต็มหน้าจอให้เห็นจะๆกันไปเลย ว่างานของฉันกากแค่ไหน เพราะอะไรกล้าอวดขนาดนั้นนะ
จะหาตรงไหนมาชื่นชอบหนังได้บ้างนะ เอาเป็นงานแสดงแล้วกัน ตัวบิดามารดาน่ะเพียงพอผ่านๆไปได้ ไม่มีฉากจำต้องโชว์ความสามารถในการแสดงอะไรมากมายก่ายกองนัก แต่ที่น่ากล่าวชมคือตัวเด็กเปรตนั่นแหละ ที่จำต้องใส่วิวัฒนาการเข้าไปในตนเองเยอะ ตั้งแต่เป็นเด็กเปรตวิ่งแล้วก็เดินแบบ 4 ขา เปลี่ยนมาเป็นผู้เป็นคนมากยิ่งขึ้น แต่งตัวดี มีผมเผ้าแล้วก็เริ่มสนทนาติดต่อกับบิดามารดาอุปถัมภ์ หลายๆฉากจำต้องสื่อความทารุณไร้มนุษยธรรมผ่านทางสายตา นับว่าบทนี้แบกรับภาระหน้าที่สำคัญของหนังเลยล่ะ

Stray (Tvar)

ผีอยากเป็นลูกคน

Open post
ATTACK ON TITANฟ

หนังญี่ปุ่นผ่าพิภพไททันการต่อสู้กับยักษ์ไททัน

attack on titan

ส่วนตัวแล้วผมได้ยินมาโดยประมาณหนึ่งถึงความนิยมในมังงะและแอนิเมชั่นเรื่อง ATTACK ON TITAN แต่ว่าอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการประกาศสร้างภาพยนตร์และมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสำคัญในหนังโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลง “ชนชาติ” ตัวละครจากคนยุโรปให้เปลี่ยนมาเป็นประเทศญี่ปุ่นด้วยเหตุนี้ก็เลยถูกทำลงรายละเอียดของตัวละครและเบื้องหลังถูกเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร อย่างไรก็ตามเมื่อรายละเอียดปลีกย่อยในมังงะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่แล้ว พอๆกับว่านี่เป็นการยกเครื่องใหม่ ด้วยเหตุนี้การชูเอามังงะมาเทียบกับเวอร์ชั่นหนังก็ดูไม่ค่อยแฟร์นัก

จุดบอดประการสำคัญในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้นเป็นการที่หนังมีเบื้องหลังที่จัดได้ว่าค่อนข้างจะ “สเกลใหญ่มาก” แต่ว่าเพราะทุนสำหรับในการสร้างนั้นแม้จะเป็นหนังทุนสร้างสูงในประเทศประเทศญี่ปุ่นและตาม แต่ว่ามันก็ ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างโลกข้างหลังกำแพงสูงให้ออกมาให้เราเห็นภาพรวมของเมืองมากยิ่งกว่าจะให้คนดูเห็นแต่เพียงหมู่บ้านเล็กๆที่ดูคล้ายกับบรรดาบ้านในหนังจีนกำลังภายใน หรือแม้กระทั่งเมืองชั้นในที่ดูผ่านๆและไม่ได้ให้ความรู้ความเข้าใจสึกว่ามันเป็น “เมืองจริงๆ” ยิ่งไปกว่านั้นการที่หนังไปเลือกโลเคชั่นสำหรับในการใช้ “เกาะฮาชิมะ” อันเป็นเมืองร้างและเป็นตึกสูงที่ดูดำทะมึนน่าขนลุก (ที่เดียวกับที่หนังไทยเรื่องตลกขบขันชิมะโปรเจ็คไปถ่ายทำ) กลับยิ่งทำให้เราไม่ค่อยรู้เรื่องแบบสถาปัตยกรรมในโลกของ ATTACK ON TITAN สักเท่าไหร่ (เพราะว่าหลายสไตล์อย่างมาก) attack on titan

attack on titan 1-1
ยิ่งไปกว่านั้นการออกแบบตัวละครในหนังประเด็นนี้จัดได้ว่าค่อนข้างจะมีความน่าเบื่อหน่ายสูงมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นตัวหนังไม่ได้ให้เวลาสำหรับในการให้ผู้ชมได้โอกาสทำความรู้จักตัวละคร จริงอยู่ที่เราบางครั้งอาจจะได้รู้จะเอเลนผ่านฉากที่เขาอุตสาหะจะเชิญชวนมิคาสะไปที่กำแพงเมืองรวมทั้งตั้งปัญหาถึง “โลกข้างหลังกำแพง” สะท้อนให้มีความคิดเห็นว่าตัวละครเอเลนนั้นมีความมะทะลุ ชอบตั้งปัญหาและอุตสาหะออกมาจากกรอบที่สังคมวางเอาไว้

แต่ยังไม่ทันจะได้เปิดหูเปิดตายักษ์ไททันในตำนานก็แสดงตัวขึ้นและพังกำแพงชั้นนอกเพื่อเปิดทางให้ไททันตัวเล็กตัวน้อยบุกเข้ามาในกำแพงเมืองและไล่กินคนในเขตเมืองชั้นนอกซึ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ทำลายอาคารบ้านเรือน กล่าวได้ว่าเป็นการรุกรานที่ฆ่าล้างบางจนมนุษย์ที่เหลือรอดชีวิตจำเป็นต้องหนีไปยังเมืองชั้นในที่เป็นเขตเศรษฐกิจ
attack on titan 1-2
ตัวหนังกระโจนข้ามช่วงเวลาไปสองปีเอเลนได้อยู่ในกลุ่มทหารที่จำเป็นต้องเดินทางออกไปปราบไททันในเขตเมืองชั้นนอก เพื่อหาทางปิดช่องกำแพงเมืองเพื่อไม่ให้ไททันตัวอื่นๆบุกเขามาได้อีก ภารกิจถัดจากนี้เป็นการที่บรรดาตัวละครในหนังต้องหาทางต่อสู้และเอาตัวรอดจากยักษ์ไททัน ซึ่งตัวหนังก็เล่าออกมาได้ในแบบสูตรสำเร็จตามแนวหนังไล่เชือดตัวละครเป๊ะๆเพียงแต่ว่าตัวละครในหนังประเด็นนี้มีความงี่เง่า โง่ และมีพฤติกรรมเอาตัวรอดที่ค่อนข้างจะไร้สติพอกับหนังประเทศญี่ปุ่นภาคต่ออย่าง BATTLE RPYALE ภาค 2 ซึ่งเว้นเสียแต่คนดูยังแทบจะจำชื่อจริงละครไม่ได้แล้ว ยังต้องการจะให้พวกเขาตายๆให้พ้นจอหนังไปไวๆเสียเชิง

ผ่าพิภพไททัน

Attack on Titan

Open post
ATTACK ON TITAN

นำเสนอattack on titan2เปิดฉากสงครามครั้งสุดท้าย

attack on titan part 2

ภายหลังดูภาคแรกจบไปแล้วโดยที่ไม่รู้เรื่องราวจากหนังสือการ์ตูนมาก่อน ผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยภาคจบเพื่อจะดูว่ามันจะขมวดปมทั้งหมดอย่างไร เพราะภาคแรกถ้าละเลย CG ที่เอาคนวางเดินบน bluescreen แล้วตัดต่อมีอิสรภาพทันแต่ว่าออกมาเสมือนยักษ์ในหนังจักรๆวงศ์ๆก็นับว่าทำได้ดีพอสมควร ด้วยเนื้อหาและความมันส์หลายๆอย่างรวมกัน เพียงพอมาภาคสองก็เลยจะต้องดูว่าท้ายที่สุดแล้วจะมันส์กว่าภาคแรกมั๊ย และจะจบอย่างไรหนังออนไลน์มันๆ

หนังเปิดเรื่องด้วยการเล่าเกริ่นย้อนไปในภาคที่แล้วเล็กน้อยเพื่อเรียกความจำของคนดู และเข้าเนื้อหากันเลยในทันที เพราะหนังปูมาตั้งแต่ภาคที่แล้ว คนดูรู้และเข้าใจดีแล้วล่ะว่าอะไรเป็นอะไร แต่ว่าหนังกลับกลับหัวข้อจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยเน้นในเรื่องเกี่ยวกับการมานะเอาตัวรอดของคนเราจากไททันทั้งหลาย เปลี่ยนมาเป็นหนังเกี่ยวกับการบ้านการเมืองชนชั้นการปกครองซะอย่างนั้น ซึ่งจุดเด่นของเนื้อเรื่องที่มีมาจากภาคแรกถูกเอาทิ้งหมด
attack on titan part 2 1-1
ในภาคนี้พวกเราแทบจะไม่เห็นยักษ์ไททันเลย มองเห็นแค่เดินผ่านไปผ่านมา แต่ว่าไม่ได้แสดงอิทธิฤิทธิ์อะไรให้ดูน่าสะพรึงกลัวเลย ตัวยักษ์ไททันที่พวกเราจะได้มองเห็นในภาคนี้กลายเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างมาสู้กันให้พวกเราดู เสมือนดูหนังยอดมนุษย์ ซึ่ง CG ในขณะที่อุลตร้าแมนสองตัวออกมาก็ไม่ได้เนียนอะไรมากมาย แค่แปลงจากยักษ์ไททันหน้าเอ๋อๆที่ดูราวกับว่ายักษ์จากละครจักรๆวงศ์ๆช่อง 7 รุ่งเช้า มาเป็นอุลตร้าแมนของช่อง 9 การ์ตูน ดูแล้วก็ตลกดี แต่ว่าไอ้เจ้ายักษ์หน้าเอ๋อมันยังดูหลอนโรคทางจิตกว่าดูอุลตร้าแมนตีกันซะอีก แต่ว่า CG ในส่วนที่เยี่ยมก็มีนะครับ ผมชอบในขณะที่สู้กับไททันตาแป๊ะนายพล มันดูค่อยสมกับเป็น Computer Graphic หน่อย ซึ่งช่วงนี้เยี่ยมที่สุดในเรื่องละ
attack on titan part 2 1-2
เรื่องอารมณ์ของหนังภาคนี้ก็ไม่ได้มีอะไรดึงอารมณ์คนดูให้สนุกสนานตื่นเต้นตามได้แม้แต่น้อย อารมณ์หนังมันดูขัดๆกันตลอดทั้งเรื่อง คิดจะตัดก็ตัด คิดจะยืดก็ยืด อารมณ์นักแสดงก็ด้วยเหมือนกัน อยู่ดีๆคิดจะโหวกเหวกโวยวายก็แพล่มขึ้นมาซะอย่างนั้น คิดจะซึ้งก็ซึ้งกินใจ มันไม่มีความต่อเนื่องเลย ซาวนด์ประกอบก็ไม่ได้ช่วยอะไรตัวหนังเลย จนกระทั่งผมสงสัยว่าเพราะเหตุใดภาคแรกกับภาคนี้มันช่างแตกต่างเยอะแยะขนาดนี้ ภาคแรกทำมาซะดีมาตกม้าตายเอาภาคจบซะงั้น และส่วนท้ายมี End Credit ที่ให้รอดู แต่ว่าดูแล้วก็ไม่ได้ทำให้อยากจะดูต่อเท่าใด เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรที่สนับสนุนเรื่องราวเหล่านั้นเลย

Attack on Titan Season 2

ผ่าพิภพไททัน ภาค2

Open post
Avengers Endgame

หนังใหม่รีวิว Avengers: Endgame

Avengers ENDGAME 1

ตกลงว่า ไม่ว่าใครจะนับว่ามากหรือน้อยเพียงใด ถือว่าเป็นการสปอยล์หนังหรือเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่องหรือเปล่ารวมทั้งยังไง ชื่อหนัง Avengers: Endgame ผลงานควบคุมของสองญาติรุสโซก็บอกตัวมันเองอย่างโทนโท่ว่า นี่เป็นตอนจบหรือข้อสรุปของอภิมหาตำนานคุ้มครองปกป้องจักรวาลรวมทั้งโลกของเหล่าซูเปอร์วีรบุรุษ (นับจำนวนไม่ถ้วน) ที่คนทำหนังอุตส่าห์ปลุกปั้นรวมทั้งฟูมฟักมายาวนาน สิริแล้วใช้เวลา 11 ปี ประกอบไปด้วยหนังในเครือข่ายจักรวาลมาร์เวลทั้งหมดทั้งปวง 22 เรื่อง

แล้วก็อย่างที่รู้กันว่า Avengers: Endgame เป็นตอนต่อโดยตรงจาก Avengers: Infinity War (2018) สิ่งที่อนุมานได้ไม่ยากก็คือ ภารกิจสำคัญของหนังเรื่อง Avengers: Endgame ย่อมหนีไม่พ้นการสานต่อเนื้อหาของตอนก่อนหน้าที่จบลงอย่างประเภทที่แทบไม่หลงเหลือความปรารถนาใดๆให้กับผู้ชมอเวนเจอร์ 4

บรรยายสรุปอย่างย่อย่น เหล่าซูเปอร์วีรบุรุษทั้งทีมอเวนเจอร์สรวมทั้งกลุ่มกัปตันอเมริกา (ซึ่งผิดใจกันในเชิงอุดมการณ์ในตอน Captain America: Civil War) จบลงด้วยความปราชัยอย่างหมดรูป หัวหน้าทีมอย่าง โทนี สตาร์ก กำลังพบเจอวาระสุดท้ายของตนเองนอกโลก แม่ทัพนายกองคนไม่ใช่น้อยจำต้องเปลี่ยนสภาพเป็นเถ้าละออง เนื่องจากพลังจากการ ‘ดีดนิ้ว’ ของ ธานอส จอมคนร้ายเจ้าของถุงมือมหาประลัย ซึ่งประดับประดาไว้ด้วยอัญมณีครองโลกทั้ง 6 ก้อน หรือถ้าจะกล่าวให้ครบบริบรูณ์ ไม่ใช่เพียงแค่เหล่าซูเปอร์วีรบุรุษราวๆครึ่งค่อนที่ม้วยมรณามรณา แม้กระนั้นครึ่งเดียวของทุกๆชีวิตในระบบกาแล็กซีก็จำต้องพลอยล้มหายตายจากไปด้วย จากแนวนโยบายอันอำมหิตรวมทั้งทารุณของจอมเผด็จการธานอส ผู้ซึ่งมองว่านั่นเป็นแนวทางเดียวที่จะพิทักษ์รักษาให้จักรวาลคืนสู่ความสมดุลรวมทั้งอยู่รอด

Avengers ENDGAME 2

เอาง่ายๆในด้านของการเล่าเรื่อง Avengers: Endgame ไม่มีทางเลือกมากสักเท่าไรนัก เว้นแต่เก็บองค์ประกอบที่หักพังทลายรวมทั้งร้าวฉานจากภาคก่อนหน้า รวมทั้งค่อยๆเอามาประสานให้เข้าที่เข้าทาง รวมทั้งในขณะที่การเริ่มต้นเอ่ยถึงเนื้อหาของหนังเรื่อง Avengers: Endgame สุ่มมีความเสี่ยงต่อข้อกล่าวหาว่าเฉลยปมหรือจุดหักเหสำคัญของเรื่อง ว่ากันตามจริง แท็กติกรวมทั้งแนวทางการที่คนทำหนังพาเหล่าตัวละครออกไปจากมุมอับในช่วงท้ายของตอนก่อนหน้า รวมทั้งเป็นจุดเริ่มของเวลานี้ เว้นแต่ไม่ได้เป็นของแปลกใหม่ ยังเป็นลูกเล่นเดียวกันกับหนังเกรดบีแนว Cliffhanger ในช่วงทศวรรษ 1950 ไม่มีผิดเพี้ยน หรือระบุให้แน่ชัดอีกนิด จุดเริ่มเนื้อหาของ Avengers: Endgame ไม่ได้มีสถานะเป็นความลับเท่ากับเซอร์ไพรส์ ซึ่งว่าไปแล้วผู้สร้างก็ทิ้งปมเอาไว้ภายใน End Credit ของในระหว่างที่แล้วพอควร รวมทั้งน่าเชื่อว่าไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความมุ่งมาดสำหรับเหล่าสาวกมาร์เวลสักเยอะแค่ไหน แต่กันตามจริง คนทำหนังจำต้องทำอะไรสักอย่างอยู่แล้วเพื่อให้เรื่องดำเนินไปต่อได้ หัวข้อจึงอยู่ที่ว่ามันมองแนบเนียนรวมทั้งมีเหตุผล หรือว่าเป็นเพียงแต่การทรยศคนดูอย่างหน้าไม่อาย ซึ่งในกรณีของ Avengers: Endgame ก็คงจะจำต้องพูดว่าคนทำหนังสามารถเอาตัวรอดไปได้อย่างลอยนวล

Avengers Endgame

อเวนเจอร์ส เผด็จศึก

Open post
Vagabond

ซีรีส์มันส์ๆซีรี่ส์ลุ้นระทึก

Vagabond 1 2019

รีวิวVagabond เจาะแผนลับเครือข่ายเมืองนรก (คลิกรับดูได้ที่นี่) ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ของเกาหลีที่ฉายร่วมกับ Netflix ในฐานะซีรีส์ออริจินัล หนังฉายพร้อมเกาหลีอาทิตย์ละ 2 ตอน คืนวันศุกร์กับเสาร์ เกิดเรื่องราวเกี่ยว “ชาดัลกอน” ผู้แสดงนำชายที่มีอาชีพสตันท์แมนออกตามล่าหาต้นเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก ซึ่งเหยื่อผู้โชคร้ายมีถึง 211 คน ไม่มีผู้ใดรอดชีวิต แล้วก็หลานชายเขาเป็นหนึ่งในนั้น แม้กระนั้นแล้วผู้แสดงนำชายกลับได้เค้าเงื่อนจากวิดีโอที่ถ่ายไว้โดยหลายชายบนเครื่องก่อนตก พบว่ามีชายผู้รอดพ้นจากความตาย 1 คนจากบนเครื่อง แม้กระนั้นไม่มีในรายชื่อผู้โดยสารว่าเป็นคนใด ยิ่งตามสืบเท่าไหร่เรื่องราวกลับยิ่งใหญ่โตเกินกว่าที่เขาคาดการณ์

รีวิวส่วนแรกนี้จะเป็นการรีวิวจาก 8 ตอนแรก ซึ่งซีรีส์นี้มีทั้งผอง 16 ตอน (รีวิวต่อจาก 8 ตอนแรกจะอยู่ส่วนท้ายบทความรีวิว) ซึ่งจาก 8 ตอนแรกนี้เรื่องยังไม่ถึงตอนเปลี่ยนไปแบบที่เปิดมาในตอนแรกว่าผู้แสดงนำชายดูเหมือนจะกลายเป็นนักฆ่าไปแล้ว ซึ่งเรื่องราวจะย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งผอง ปูให้มีความคิดเห็นว่าผู้แสดงนำชายกับหลานชายมีชีวิตอยู่กันสองคน แล้วก็เป็นชีวิตที่มิได้สุขสบายนัก เพราะอาชีพสตันท์แมนของผู้แสดงนำชายก็มิได้มีรายได้เยอะแค่ไหน แถมในที่สุดก่อนหลายชายขึ้นเครื่องบิน ก็ยังมีดราม่าทะเลาะกันอีก ทำให้กลายเป็นเงื่อนใหญ่ในชีวิตที่ทำให้ผู้แสดงนำชายก้าวถัดไปมิได้ ถ้าหากทำให้เรื่องนี้แจ่มกระจ่าง

Vagabond 2 2019

หนังอัดฉากแอ็กชั่นใส่เอาไว้ข้างในเรื่องเยอะแยะดูเหมือนจะทุกตอน โดยเฉพาะตอนแรกที่ใส่มาแบบจัดเต็ม พร้อมกับโชว์สกิลสตันท์แมน + ฟรีรันนิ่งไล่ตามคนร้ายไปทั่วทั้งเมืองในประเทศโมร็อกโก ซึ่งทำออกมาได้ระทึกน่าติดตาม แม้กระนั้นออกแนวคุยโวเกินจริงมากมายไปสักนิด อย่างฉากที่ผู้แสดงนำชายกระโดดลงจากตึก 3 ชั้นมาหยุดรถที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง แต่แทบจะไม่เป็นอะไรลุกมาบู๊ต่อสดเฉย ซึ่งฉากแอ็กชั่นอีกทั้งเรื่องถ้าหากไม่คำนึงถึงความสมจริงสมจังเอามันก็พอจะหยวนๆไปได้ แม้กระนั้นถ้าหากดูความสมจริงสมจังหนังกลายเป็นโอเวอร์มากจนเกินไปหลายแบบ รวมทั้งฝั่งตัวร้ายที่ดูแอ็กติ้งการแสดงเหลือเกินจนถึงไม่รู้สึกน่าไว้วางใจสมบทบาท ซึ่งมีตลอดตัวร้ายฝรั่งแล้วก็เกาหลีที่ราวกับอีกทั้งเรื่องจะมีคนดีไม่กี่คนเพียงแค่นั้น เรียกว่าใส่มาเยอะเกินจนถึงไม่ต้องทายใจว่าคนใดอาชญากร ด้วยเหตุว่าบทแทบเล่นแบบเฉลยคำตอบให้รู้ไปหมดว่าคนใดเหลวแหลก แทบจะไม่ต้องทายใจอะไรทั้งสิ้นvagabond ซับไทย

หนังมีส่วนของการไต่สวนตามหาหลักฐานต่างๆเยอะ หากแม้ในส่วนรายละเอียดการไต่สวนกลับเกมฝั่งอาชญากรกับฝั่งผู้แสดงนำชายจะดูบันเทิงใจดี แม้กระนั้นราวกับหนังเพียงแค่ตั้งอกตั้งใจใส่มาเป็นพล็อตให้มีแอ็กชั่นหรือการไล่ล่าประกอบในตอนเพียงเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็จบ ทำลายแล้วก็แล้วก็ปิดหลักฐานไปกล้วยๆไม่ค่อยมีความคิดว่าเรื่องราวมีเก็บความลับอะไรไว้สักเท่าไหร่ แถมยังรีบเฉลยคำตอบอะไรต่างๆแบบไวทุกตอน แม้กระนั้นก็อาจจะไม่ใช่หัวใจหลักของเรื่องราวหลัก ด้วยเหตุว่านี่ยังเป็นเพียงแค่ขั้นแรกๆเพียงแค่นั้น หนังอาจจะยังมีทีเด็ดอะไรมากกว่าเรื่องราวที่ปูในตอนแรก ด้วยเหตุว่าเปิดเรื่องมาผู้แสดงนำชายก็กลายเป็นนักฆ่าไปแล้ว ไม่เหมือนกับที่ตอนเดี๋ยวนี้ยังเป็นคนธรรมดาอยู่

(อัพเดท ep7-8) ในส่วนของ EP7-8 จะเล่นเรื่องราวสลับไปมาระหว่างเกาหลีกับโมร็อคโก รวมทั้งมีสถานะการณ์สำคัญเกิดขึ้นทั้งคู่ประเทศนี้พร้อม เป็นการแบ่งงานกับสืบเรื่องราวที่เริ่มใหญ่บานปลายขึ้นเรื่อยๆในจุดนี้ทำได้ลุ้นแบบเฉียดไปมาตลอด แม้กระนั้นก็ติดที่ฉากแอ็กชั่นหลายฉากไม่สมจริงเอามากๆอย่าง EP8 ที่ข้างผู้แสดงนำชายโดนถล่มล้อมยิงด้วยอาวุธการศึกเป็นชุด แต่ใช้ปืนพกสู้ยิงสวนได้หน้าตานิ่ง แถมรถที่ถูกยิงพรุนลูกปืนกลับผิดคนในรถเลย ซึ่งจากที่ดูคนสร้างอาจมิได้มีความรู้สึกว่าจะก่อให้สมจริงอะไรมากมายอีกแล้ว เรียกว่าเป็นหนังเน้นย้ำมันระห่ำไว้ก่อนก็พอ ซึ่งถ้าหากคนใดไม่สนใจในจุดนี้ก็นับว่าหนังทำออกมาได้บันเทิงใจแล้วก็สเกลใหญ่เกินกว่าซีรีส์ปกติมากมาย

Vagabond

เจาะแผนลับเครือข่ายเมืองนรก

Open post
ดาบมังกรหยก 2019

รีวิวซีรีส์รีวิวดาบมังกรหยก 2019

ผมรู้สึกถูกใจเวอร์ชั่น2019มากมายๆไม่ด้อยไปกว่า2003หรือ2009 หรือผมถูกใจนิยายประเด็นนี้อยู่และจากนั้นก็ไม่เคยรู้เลยดูได้ทุกเวอร์ชั่น 5555+
ดูถึงตอน22จัดว่าครึ่งเรื่องละ สร้างออกมาได้ตรงกับคำโคลง80-90%
บทต่างๆก็ทำเป็นพอดี บางจุดสั้นกระชับไปหน่อยแม้กระนั้นก็หยวนๆไปละกัน จุดที่เสริมเข้ามาก็ไม่กินเวลามากมาย
ผู้แสดงนำหญิงทุกคนงามระดับเป็นนางเอกหนังเรื่องอื่นได้เลย ดูแล้วเหมือนเอานางเอกหนังหลายๆเรื่องมารวมในเรื่องเดียวกัน
นักแสดงคนอื่นๆก็เล่นดี เอิ้ยเซียว(หยางเซียว)บทเด่นกว่าทุกเวอร์ชั่น
ฉากต่อสู้เบื่อตรงที่มักจะทำฉากสโลวหลบแบบหวุดหวิดบ่อยเกินไป เหมือนเอาแต่มุขเดิมมาใช้ นอกเหนือจากนั้นก็โอเค
ซีจีทำเป็นคลื่นลมขว้างรณก็จัดว่าไม่เวอร์เกินไป ไม่มีปลดปล่อยฝ่ามือระยะไกลระเบิดตูมตามแบบเวอร์ๆ
แม้กระนั้นดาบมังกรหยก2019รู้สึกกระแสเฉยๆในพันทิปก็ไม่ค่อยมีกระทู้เอ๋ยถึง ในระหว่างที่มังกรหยก2017ออกฉายกระแสบูมมากมายๆ
สงสัยคนถูกใจมังกรหยก1-2มากกว่าดาบมังกรหยกดาบมังกรหยก 2019

จริงๆแล้วกระทู้นี้ผมอยากเอ๋ยถึงคำโคลง
ในมังกรหยกทั้ง3ภาค ผมถูกใจดาบมังกรหยกเยอะที่สุด ประเด็นนี้เป็นนิยายลำดับที่9จาก15เรื่องของกิมย้ง จัดว่าอยู่ในตอนกำลังพีคของผู้แต่ง
ในพันทิปคนชอบเอ่ยถึงมังกรหยก1-2มากกว่า แม้กระนั้นโดยส่วนตัวผมแล้ว ดาบมังกรหยก ถือได้ว่านิยายพลังภายในที่ใช้ศิลป์การประพันธ์ได้อย่างยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่ของกิมย้ง

เป็นเยี่ยมในดาบมังกรหยกที่รีเมคออกมาแล้ว ทำเป็นสะดุดตา ผ่านไปอีก 10 ปีก็น่าจะเป็นหนึ่งในเวอร์ชั่นที่คนยังชื่นชมกันอยู่ แม้กระนั้นโชคร้ายว่ามีจุดที่ไม่สมูทหลายสิ่งหลายอย่าง แม้ว่าคิวบู๊จะทำเป็นดี แม้กระนั้นใช้ฉากสโลว์มากมายไป และก็ช่วงท้ายรีบดำเนินเรื่องจนกระทั่งน่าผิดหวัง ดัดแปลงแก้ไขเนื้อหาจากนิยายในช่วงท้ายพอควร แม้กระนั้นในภาพรวมแล้วจัดว่าทำเป็นสนุก

ดาบมังกรหยก

The Heaven Sword and Dragon Saber

Open post
Friend Zone

หนังไทยแห่งปี Friend Zone หนังสำหรับคนชอบเพื่อน

friend zone เต็มเรื่อง

“เป็นเพื่อนกันก็ดีแล้วอยู่แล้วนี่ ?”
หนังอีกเรื่องของค่าย GDH ที่เข็นหัวข้อโดยในหมู่วัยรุ่นออกมาเป็นหนังต่อเนื่อง คราวนี้ก็เอาเรื่องเล่าสุดจี๊ดที่หลายคนพบในช่วงวัยรุ่นมาเสิร์ฟอีกเช่นเคย ในช่วงเดือนแห่งความรักแบบนี้ เรื่องก็กล่าวถึงราวของเพื่อนสนิทชายหญิง ปาล์ม-กิ๊ง ที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยุคเรียน รอผลัดกันช่วยเหลือ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน รออยู่ข้างๆกันมาตลอดจนมหาลัย จนกระทั่งปฏิบัติงาน
หลังจากสถานะการณ์นึงที่เกิดขึ้นกับกิ๊ง ทำให้ปาล์มอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง รวมทั้งมารอดูแลตามภาษาเพื่อนเกลอ แต่ว่าแล้วเส้นกั้นบางๆระหว่างคำว่าเพื่อน กับแฟน ที่เริ่มเลือนราง ก็ทำให้ทั้งคู่เริ่มรู้สึกถึงสัญญาณบางอย่าง ที่ทำให้อะไรๆมันไม่อย่างเดิม “เฟรนโซน”ที่เคยประกาศกันไว้กระจ่างเริ่มปรากฎวิถีทางข้ามผ่าน เวลาที่เดินทางไปที่ต่างๆร่วมกันนั้น บางอย่างก็เติบโตในหัวใจของ ปาล์ม รวมทั้งกิ๊งมากขึ้นเรื่อยและไม่แน่ว่า เรื่องราวเสี่ยงอันตรายที่ฝ่าฟันกันมาทั้งปวงนี้จะมีผลให้ทั้งคู่ได้เริ่มต้นทางแฟนสักครั้ง หรือจบทางเพื่อนกันแน่ !
friend zone เต็มเรื่อง 1-1

ผู้กำกับ : ชยนพ บุญประกอบ (ที่เคยทำเรื่อง เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ, ซักซี้ด ไม่ดีขั้นเทพ)
ดารานำ : นาย ที่ประเสริฐ เสียงสมบุญ(ปาล์ม), ใบเฟิร์น พิมพ์พ่อ ลือยอดเยี่ยมไพบูลย์(กิ๊ง)
(+) ทุกนักแสดงบทพูดดีมาก โดยเฉพาะปาล์ม-กิ๊ง ที่คุยกันถูกคอแบบเพื่อน การหยอกเย้าต่างๆคำบอกเล่าปลอบประโลมในซีนดราม่า ไม่บอกนี่นึกว่าหนังไม่ใช้สคริป ฟังดูแล้วเป็นธรรมชาติเอามากๆจนกระทั่งเกือบจะแยกไม่ออกเลย
(+) หนังดำเนินเรื่องบันเทิงใจมีท่วงที บทวางมาดี โดยเป็นการบอกเรื่องราวผ่านการเล่าเรื่องของผู้แสดงนำชายในงานแต่ง โดยมีเพื่อนร่วมชะตาชีวิตอีกสามคนเป็นคนฟัง สไตล์จะเป็นการเดินทางไปหลายๆที่ สลับเล่าย้อนอดีตเป็นปีตั้งแต่ยุคในรั้วสถานที่เรียนจนกระทั่งปี 2019 เดี๋ยวนี้
(+) มุกตลกโปกฮาบอกเลยว่าโคตรโดน รวมทั้งจี๊ดทุกอัน เล่นเอานั่งขำกันลั่นโรง เป็นตลกโปกฮาแบบมีท่วงทีนะ เอาสิ่งที่ทุกคนเคยพบช่วงวัยรุ่น ตอนกำลังมีความรัก ตอนถูกทิ้ง หรือถูกเฟรนโซนมาขยี้ได้สุดยอดมาก รวมทั้งเกือบจะไม่ได้ใช้คำพูดที่ไม่สุภาพและหยาบคายเลย
(+) ปาล์ม-กิ๊ง แสดงดีเช่นเดียวกันเพื่อนกันมานานมากจริงๆรู้เรื่องรู้ราวลับกันหมดไส้หมดพุง พูดคำเดียวก็อ่านกันออกหมดเปลือก ผลัดช่วยเหลือเจือจานกันมาตลอด friend zone เต็มเรื่อง

friend zone เต็มเรื่อง 1-2

ใบเฟิร์นนี่แสดงท็อปฟอร์มมากเรื่องนี้ ฉากดราม่าก็ทรงประสิทธิภาพแอ็กติ้งล้นเหลือทำเอาซึ้ง รีดน้ำตาซึมไปหลายซีน นางมองอินเสียดูใจราวกับมีคนทิ้ง มีบุคคลภายนอกใจมาจริงๆส่วนปาล์มก็เล่นเป็นบทเพื่อนที่แสนดีของกิ๊งได้สุดจัดปลัดบอกจริงๆตั้งแต่ให้ยืมตัง รอช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ไปไหนร่วมกันตลอด เรียกได้ว่าพ่อพระของเรื่องเลยก็ว่าได้
ส่วนแก๊งเพื่อนสมทบอีกสามคนก็แสดงได้จี๊ดพอได้ โดยเฉพาะ หนุ่มตี๋ สุขพัฒน์ นี่เห็นท่าทางความอินของมึงหน กรี๊ดแตกฮาลั่นกันทั้งโรงเลย ยิ้มเล่นจนกระทั่งสุดสายกันจริงๆ
(+) คณะทำงานทำการบ้านมาดีมากๆเรื่องเรื่องต่างๆคำบอกเล่าจี๊ดๆโดนๆที่วัยรุ่นเคยพบ เคยอยู่ในสถานะการณ์กันมาแล้วทั้งหมด ซึ่งก็เป็นจุดเด่นของ GDH อยู่แล้ว
(+) มุมกล้องถ่ายภาพในหนังถ่ายมุมงามดี สีสดสวยงาม เลือกเวลารวมทั้งโลเกชั่นได้ดิบได้ดีมาก ยิ่งช่วงที่บินกันไปยังต่างประเทศนี่ ร้องว้าวเลยจริงๆรู้สึกได้ถึงความลงทุนลงแรงของคณะทำงาน
(+) หนังเรื่องนี้ให้หัวข้อข้อคิดเตือนใจดีมาก ทั้งความเป็นมิตร การดำรงชีวิต การเลือกสิ่งที่ดีให้ตนเอง วิธีก้าวข้ามความหวาดกลัวด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ
จากเพื่อนสู่แฟนคือความเคลื่อนไหวที่มีความเสี่ยง ซึ่งผลตอบแทนนั้นก็คุ้มสำหรับบางบุคคล มีทั้งคนที่เจ็บช้ำ รวมทั้งสุขสบาย รวมทั้งชี้ให้เห็นว่าบางคราว เฟรนโซน ก็ไม่ได้ห่วยเสมอ แต่ว่าเป็นเพียงการเสนอหนทางใหม่ๆให้กับเรา ว่าจะทนอยู่แบบนี้ต่อไป หรือยอมตัดใจเดินหน้าไปพบปะกับคนใหม่ๆที่อาจรอคอยอยู่ที่ใดสักแห่ง
(-) มีช่วงที่การเล่าเรื่องเฉื่อยๆนิดๆเพราะจุดโฟกัสลำดับที่สองนักแสดงเพื่อนคู่หู ปาล์ม-กิ๊ง มากเกินไป คนใดกันแน่ที่รังเกียจลุค หรือค้างแรกเตอร์สองคนนี้ก็บางครั้งอาจจะเอือมนิดๆเพราะต้องพบตลอดทั้งเรื่อง
(-) หนังบางครั้งอาจจะออกแนวเฉพาะกรุ๊ปไปสักหน่อย ย้ำให้กำลังใจผู้ที่กำลังตกอยู่ในเฟรนโซน คนใดกันแน่มีความรักดีอยู่แล้ว บางครั้งอาจจะไม่อินไม่จี๊ด ไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวความคิด เท่าผู้ที่กำลังคอยราวกับผู้แสดงนำชาย
friend zone เต็มเรื่อง 1-3
โดยรวมเอาไป 8/10 เลยแล้วกัน เล่าบันเทิงใจละมุนมาก มุมกล้องถ่ายภาพงาม รู้สึกได้ถึงความละเอียดถี่ถ้วน หัวข้อวัยรุ่นมีการค้นคว้ามาอย่างดี มุกตลกโปกฮาเยี่ยมฮาลั่นรวมทั้งจี๊ดทุกอัน การแสดงโคตรดีตีบทแตกละเอียด อินกันชนิดจะเครียด จะร้องไห้กันตามไปทั้งโรง แถมให้ข้อคิดเตือนใจจุใจจนกระทั่งเอาไปนอนกอดที่บ้านได้เลย ถึงจะมีบางประเด็นที่บางครั้งอาจจะจบไม่สะสางไปบ้าง รวมทั้งการเล่าเรื่องที่แอบเนือยบางจุด แต่ว่าโดยรวมและจากนั้นก็เป็นหนังคุณภาพอีกเรื่องนึงเลยครับ
คนใดกันแน่ตามหนังค่าย GDH อยู่แล้วเหมาะสมไปเก็บให้ครบอย่างมาก หนังค่ายนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
ปล. เรื่องนี้อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความรักที่ดีอยู่แล้ว หรือไม่เคยมีปัญหาด้านนี้ เพราะมีความคิดหลายแบบในหนังที่คุณอาจขัดใจ รวมทั้งจะไม่อินสักเท่าไหร่

Friend Zone

ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน

Open post
Ever Night

รีวิวซีรีส์ สยบฟ้าพิชิตปฐพี ภาค1 จากนิยายจีนสุดฮิต มาเป็นซีรี่ส์กำลังภายในสุดฮ็อต

“สยบฟ้าพิชิตพื้นดิน” เป็นคำประพันธ์ของ Mao Ni (เมานี่) หนึ่งในนักเขียนนวนิยายจีนออนไลน์แถวหน้าในขณะนี้ แล้วก็หัวข้อนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ 2 ของเมานี่ที่ถูกทำเป็นซีรี่ส์ เรื่องแรกคือ “Fighting of the Destiny” ที่สามารถพูดได้ว่าเป็นผลงานสร้างชื่อของเขาออกฉายในปี 2017 ส่วนสยบฟ้าพิชิตพื้นดินนั้นเป็นเรื่องถัดมาที่ออกฉายในปี 2018 (หัวข้อนี้นั้น เมานี่ ได้รับรางวัล Online Literature Award ในปี 2015 แล้วก็มียอดผู้อ่านออนไลน์กว่า 5,500ล้านวิว) แล้วก็เรื่องล่าสุดก็คือเรื่องที่ผมเขียนรีวิวไปก่อนหน้าที่ผ่านมา “หาญท้าทายชะตาฟ้า ปัญหายุทธจักร” ที่ออกฉายในปี 2019 แล้วก็ในปี 2020 นี้ “สยบฟ้าพิชิตพื้นดินภาค 2” ก็เริ่มออกฉายแล้ว จากเพียงเท่านี้บอกเลยว่ามีนักเขียนไม่กี่คนหรอกที่ถูกนำผลงานมาสร้างละครได้ติดๆกันขนาดนี้

แล้ว เมานี่ มีดีอะไรนิยายของเขาถึงเข้าตานัก? จะต้องพูดว่านิยายของเมานี่ มักจะมีเนื้อหาที่เยอะแยะแถมเขายังให้รายละเอียดเจริญสำหรับในการเขียนด้วย หากจะให้เห็นภาพบางครั้งอาจจะลองคิดถึงเรื่อง Lord of The Rings มองขอรับ เพียงแค่เขียนนิยายเพียงแค่เรื่องเดียว โทลคีน ถึงกับสร้างภาษาเอลฟ์ขึ้นมาใช้เองเลยทีเดียว มีตลอดตัวอักษร อีกทั้งคำอ่านอะไรทำนองนั้น เมานี่ก็เช่นกัน เขาได้สร้างลำดับชั้น อาชีพ วิชา ต่างๆออกมาใหม่ได้น่าสนใจมากมายๆแล้วเขาก็เสนอมาใช้ได้ดี แถมแต่ละเรื่องเขายังแปลงรายละเอียดพวกนั้นออกไปแตกต่างอีกด้วย (ไม่เสมือนจักรวาลกิมย้ง ที่มักจะใช้วิชา หรือเผ่าพันธุ์สำหรับในการเชื่อมต่อนิยายแต่ละเรื่องของเขา) ที่ผมเกริ่นมานานขนาดนี้ไม่ใช่อะไรหรอก อยากจะพูดว่าด้วยเนื้อหารายละเอียดที่เยอะแยะ ละครที่มาจากนิยายของเมานี่ส่วนมากเลยมักจะปูเนื้อเรื่องนาน อย่างสยบฟ้าฯนี่ 30 ตอนแรกเสมือนเป็นการเสนอแนะสิ่งต่างๆในเรื่องผมก็แอบมีความคิดว่ามันเอื่อยนิดๆเช่นกัน แต่ใน 30 ต่อมานี่หยุดไม่ได้เลย ดังนั้นผู้ที่ไม่ใช่แฟนของเมานี่บางครั้งอาจจะจะต้องทนๆมองไปสักนิดนึงครับผมสยบฟ้าพิชิตปฐพี

“หนิงเชวีย” (ผู้แสดงนำชายของเรา) เป็นเด็กกำพร้าคนรอดพ้นจากความตายเพียงแค่เพียงอย่างเดียวจากจวนแม่ทัพ “หลินกวงหย่วน” ที่ถูกยัดข้อหากบฏให้ถูกประหารอีกทั้งเครือญาติ(แต่เหตุผลจริงๆคือจวนแม่ทัพถูกทำนายว่าจะมีบุตรแห่ง “หมิงหวัง” หรือ “ดาวมรณะ” มากำเนิดที่จวนนี้) จากภาพที่ทารุณที่เขาได้เห็นในวัยเด็กนั้น ทำให้หนิงเชวียตั้งปณิธานอย่างมุ่งมั่นว่าจำเป็นที่จะต้องแก้แค้นผู้ที่เป็นต้นเหตุการฆ่าล้างจวนนี้ให้ได้ แล้วก็เขาก็ดำรงชีวิตบนแนวคิดนี้นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา

กลางทางที่หนีตายออกมาจากเมืองหลวงแว่นแคว้นถังนั่นเอง หนิงเชวียได้พบกับเด็กหญิงคนหนึ่งร้องจากกองซากศพที่มองก็รู้ว่าถูกฆาตกรรมล้างครอบครัว พร้อมร่มดำปัญหาคันหนึ่ง(มารู้ที่ข้างหลังว่าเป็นอาวุธระดับเทพ) เด็กน้อยคนนี้ชื่อ “ซังซัง” หนิงเชวียเก็บซังซังมาด้วยเนื่องจากว่ามีความเห็นว่ามีชะตาชีวิตอย่างกับตัวเองเลย อีกทั้ง 2 โตมาได้ยังไงไม่รู้จักแต่ในขณะที่หนิงเชวียอายุได้ 10ปีปลายๆเขาก็ได้ร่วมกับกองทหารเพื่อหารายได้ แล้วก็พาซังซังเข้าไปด้วยในฐานะสาวใช้ประจำตัว

สยบฟ้าพิชิตพื้นดิน

Ever Night

 

Open post
สไปเดอร์แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม

เรื่องที่ต้องชม สไปเดอร์แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม หนังสนุกแห่งปี

 

สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม

ในฐานะหนังร่วมจักรวาล Marvel ถือว่าทำออกมาได้ตามมาตรฐานครับ ดูบันเทิงใจ แอคชั่นดี แต่ว่าถ้ามองดูในฐานะหนังปกติเรื่องนึง ผมคิดว่า FFH เป็นหนัง Coming Of Age ที่เล่าเรื่องการเจริญเติบโตของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ได้เข้มข้นรวมทั้งขยี้อารมณ์เจริญในระดับนึงเลย พูดง่ายๆเป็นหนังมีอะไรที่น่าสนใจกว่าหนังที่ผ่านๆมาของ Marvel ครับ
เรื่องราวของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่พยายามหลีกลี้จากภาระหน้าที่ของสไปเดอร์แมน ด้วยการเดินทางไปพักที่ยุโรปกับเพื่อนพ้องๆที่สถานที่เรียน แต่ว่าแล้วทริปพักของเขาก็ถูกพรากไปกลางทาง เมื่อ นิค ฟิวปรี่ ผู้ชอบทำลายช่วงเวลาดีๆของทุกคนด้วยแผนคุ้มครองป้องกันโลกของเขาแสดงตัวออกมาเพื่อว่าจ้างสไปร์ดี้ไปไฝว้กับมอนสเตอร์จากนอกโลกที่บุกมารุกรานดินแดนยุโรป

สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม 1-1

ถ้าคุณถูกใจภาคแรก หรือเป็นแฟนหนัง Marvel ขอบอกว่าประเด็นนี้ห้ามพลาดครับ เป็นหนังที่มีอะไรมากยิ่งกว่าแอคชั่นแน่นอน
แน่นอนครับว่าผมก็ไม่ได้ปลื้มเปรมภาคแรกอะไรมากขนาดนั้น(เป็นก็ถูกใจอยู่ แต่ว่าพอเพียงมาดูซ้ำรวมทั้งไม่ได้บันเทิงใจเท่ารอบแรก) ภาคแรกมันก็บันเทิงใจล่ะครับ ประเด็นการเติบโตก็เล่าได้โอเค แต่ว่าในด้านแอคชั่น CG หรือในด้านบท ยังคงอยู่ในระดับธรรมดาของ Marvel แต่ภาคนี้ผมว่าหัวข้อหนังก็ยังถือหัวข้อการเติบโตมาเล่าอยู่ แต่ว่าผมว่าภาคนี้หนังเล่าเจริญรวมทั้งเอาจริงเอาจังกว่าภาคแรกครับ แม้ว่าหนังจะไม่ได้หม่นหมองอีโมเท่า Endgame แต่ว่าผมก็ยังสัมผัสได้ถึงความจริงจังของเส้นเรื่องรวมทั้งบทหนังได้ ต้องขอสรรเสริญกลุ่มเขียนบท Chris McKenna รวมทั้ง Erik Sommers ทั้งยังผู้กำกับการ Jon Watts ยังคุมหนังได้เก่งครับ หนังมีทิศทางที่น่าสนใจรวมทั้งเล่าเรื่องสมูธดี ถือว่าเก่งครับ
ผมว่าส่วนหนึ่งส่วนใดที่หนังดีเป็นเพราะอิทธิพลของ Endgame ครับ เนื่องจากหัวข้อนั้นมันทำพวกเรา down มาก แล้ว FFH ก็ใช้หัวข้อของหัวข้อนั้นมาประสมคละนิดหน่อย ทำให้มันส่งผลทางอารมณ์ของพวกเราครับ ดูแล้วรู้สึกสงสารปีเตอร์ไม่น้อยเลย แต่ว่าหัวใจนึงก็ต้องการจะเดินเข้าไปในหน้าจอแล้วบอกปีเตอร์ว่าให้รู้จักโตได้แล้ว “เพราะถ้าโทนี่มามองเห็น เขาน่าจะเสียใจมาก”

สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม 1-2

ในด้านความมันส์ความลุ้นภาคนี้จัดเต็มกว่าภาคที่แล้วครับ เพราะภาคที่แล้วผมค่อนข้างผิดหวังกับแอคชั่นในช่วงท้าย แต่ว่าภาคนี้ผมดูแล้วรู้สึกได้เลยว่าปีเตอร์น่าจะทุกข์ยากลำบาก รวมทั้งทุกฉากมันดูบันเทิงใจรวมทั้งสดใหม่ดีครับ
ส่วนที่ผมถูกใจสูงที่สุดในภาคนี้เป็นนักแสดงครับ มันมีความก้าวหน้าที่น่าสนใจตั้งแต่ต้นเรื่องเลย ผมว่าผมถูกใจปีเตอร์ภาคนี้มากยิ่งกว่าภาคที่แล้วนะ ผมว่าภาคนี้ปีเตอร์ดูมีทัศนคติที่โตขึ้น เพราะเขาน่าจะผ่านร้อนผ่านหนาวกับโทนี่มาเยอะ พอเพียงไม่มีโทนี่แล้วเขาก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาสามารถเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ สามารถตัดสินใจอะไรได้โดยไม่ต้องขอคนแก่อีกแล้ว อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีผิดพลาดบ้างแต่ว่าผมว่าโทนี่น่าจะให้อภัย เพราะมนุษย์เรามีผิดพลาดกันได้ครับ พวกเราแค่ต้องทำความเข้าใจรวมทั้งสู้ถัดไป มิสเตอร์ริโอก็เท่ห์กว่าที่คาดไว้มากมาย ส่วนตัวละครอื่นๆก็ยังน่าสนใจอยู่ครับ เพียงแต่ว่าปีเตอร์จะเด่นกว่าคนอื่นหน่อย สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม

สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม 1-3

ผู้แสดงเล่นดีทุกคนครับ ดนตรีของ Michael Giacchino ดีแล้วครับ CG ผมว่ายังคงจะเนียนตาอย่างเดิม แต่ว่าผมว่าถ้าคนไหนหวังว่ามันจะบันเทิงใจมากๆๆๆๆแบบภาคเก่าๆของ Raimi คงจะต้องปรับความเข้าใจใหม่ครับ เพราะว่าภาคนี้เน้นย้ำนักแสดง แอคชั่นรองลงมา รวมทั้งแปะหน้าด้วยมุขตลก(ที่สวยมากๆ) รวมทั้งถ้าคนไหนที่ถูกใจหนัง Coming Of Age เนี่ย ผมว่า FFH เป็นหนัง Coming Of Age ที่น่าสนใจอีกหัวข้อนึงเลย รวมทั้งถ้าคนไหนเป็นแฟน Marvel ก้สามารถดูหนังได้บันเทิงใจครับ เพราะผมว่ามันยังบันเทิงใจคุ้มกับค่าตั๋วอยู่ดี สำหรับผม ผมถูกใจมากครับ ไม่ได้ถูกใจแค่แอคชั่น แต่ว่าถูกใจทั้งยังเรื่องราวรวมทั้งนักแสดงทุกตัวเลย
คะแนนเฉลี่ยรวม : 9.5/10
เรตหนัง : หนังดีที่ควรดู

สไปเดอร์แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม

Spider-Man Far From Home

Open post
Thor 3

แนะนำ ธอร์ 3

หนังบอกเล่าเรื่องราวหลังจากที่ ธอร์ ( เฮมสเวิร์ธ ) ได้เสร็จภารกิจของกลุ่มอเวนพบร์ เขาเริ่มตามหาหินอินฟินิตี้และได้ทราบเรื่อง “คำทำนายแร็กทุ่งนาร็อก” ซึ่งพยากรณ์ว่าจะเกิดการสู้รบที่ทำให้แอสการ์ดต้องพังทลาย เขาก็เลยมานะปกป้องแอสการ์ดจากคำทำนาย แต่ก็เสมือนจะสูญเปล่าเมื่อพบกับความเป็นจริงที่โอดิน( ฮอปกิ้นส์ ) พ่อของเขาได้ปกปิดเอาไว้ เมื่อเฮล่า ( กางลนลานเชทท์ ) ทวยเทพเทวดาแห่งความตายที่ถูกโอดินจำจองได้ถูกปลดปล่อยออกมา เฮล่า ก็เลยกลับมายังแอสการ์ดเพื่อแก้เผ็ดและครอบครองแอสการ์ด ธอร์ก็เลยต้องต่อสู้เพื่อปกป้องแอสการ์ด ถ้าว่า เฮล่ากลับจัดการธอร์ได้อย่างง่ายๆ แถมค้อนโยเนียร์ก็ถูกทำลาย และในระหว่างการต่อสู้นั้นเอง ธอร์ได้หลุดไปยังดาวซาคาร์และถูกจับไปเป็นนักสู้เอ็งลดดิเอเตอร์ ซึ่งทำให้ธอร์ได้พบกับฮัลค์ ( รัฟฟาโล ) และต้องต่อสู้กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อหาทางกลับไปช่วยปลดปล่อยแอสการ์ดจากเงื้อมมือของเฮล่า

Thor 3 : Ragnarok

ถึงแม้โครงเรื่องดูน่าจะเป็นหนังแนวแอคชั่นหนักๆแบบซีเรียส แต่แบบอย่างก็บอกแล้วว่าประเด็นนี้มีฮาแน่นอน หนังแปลงเป็นหนังแอคชั่นแฟนตาซีที่มีความตลกขบขันเบาสมอง ใส่มุกเข้าไปแบบไม่ยั้งเกือบจะทุกฉากทุกตอน แม้แต่ตัวโอดินพ่อของธอร์ที่ดูขรึมๆจริงจังๆก็ยังมีฉากฮากับเขาด้วยเลย แต่พอเพียงถึงฉากแอคชั่นก็มันสุดติ่ง ยิ่งได้เพลง Immigrant Song ของ Led Zeppelin มาประกอบกับตอนต่อสู้ของธอร์มันช่างลงตัวได้อย่างเกินจริง รวมถึงเพลงประกอบในเวลาที่ไปยังดาวซาคาร์ก็มีกลิ่นคล้ายๆกับเรื่อง Guardian of Galaxy อยู่เช่นกัน เมื่อความตลกขบขันโปกฮารวมกับฉากแอคชั่นมันๆความสนุกสนานก็เกิดขึ้น รวมถึงฉากสถานที่ตามดาวพระเคราะห์ต่างๆสเปเชียลเอฟเฟกทำได้ดีเยี่ยมที่สุดมาตรฐานไม่ตกไปจากภาคก่อนๆหรือหนังค่ายเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่จะประหลาดตาไปจากภาคก่อนๆน่าจะเป็นในเรื่องของสีสันต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดาวซาคาร์ซึ่งเป็นดาวที่เรียกได้ว่ามีความแตกต่างเสมือนสังคมโลกในขณะนี้ที่คนรวยหรือชนชั้นสูงก็จะแต่งตัวดีๆสีสันบาดตาดูกีฬาที่มีความร้ายแรง ตัวอย่างเช่น เอาคนมาฆ่ากัน ( หากในโลกของพวกเราก็อาจเป็นพวกมวยสากล หรือ อเมริกันฟุตบอล ) ในเวลาที่ชนชั้นกรรมกรก็ต้องอาศัยอยู่ตามกองขยะคอยดักปล้นเพื่อเอาตัวรอด เรียกได้ว่าดูๆไปก็สะท้อนถึงสังคมในขณะนี้
Thor 3 : Ragnarok1-1

สำหรับเฮมสเวิร์ธในหน้าที่ของธอร์ ภาคนี้มองดูว่าเขาจะมีความบรรเทาเป็นพิเศษต่างจากภาคก่อนๆ โดยธอร์จะเป็นคนขำขัน อารมณ์ขัน ชอบแหย่คนอื่นๆไม่ค่อยมีความดราม่าให้มองเห็นมากสักเท่าไรนักแต่ธอร์ก็ยังคงมีความเอาแต่ใจตัวเองและมักจะทำตามอารมณ์เหมือนเดิม ส่วนในบทแอคชั่นเฮมสเวิร์ธก็ยังเล่นบทบู๊ได้อย่างเท่ห์มีสไตล์ นับได้ว่าเฮมสเวิร์ธทำได้ตามมาตรฐานของเค้าที่เคยได้ทำเอาไว้ ในส่วนของโลกิ หากพวกเราได้เคยดูในภาคก่อนๆจะรู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนทรามร้ายคอยคิดคดทรยศทุกคนได้ตลอดเวลา แต่ในภาคนี้ฮิดเดิลสตันบางครั้งอาจจะปราศจากความโหดร้ายเท่าไรนัก แต่ในความเจ้าเล่ห์เล่ห์กลยังมีเหมือนเดิม เพิ่มคือความพลิ้ว เรียกได้ว่าที่เคยชิงชังๆกัน บางครั้งอาจจะหลงใหลในความทะเล้นของเค้าก็เป็นได้ ในส่วนของกางลนลานเชทท์ในหน้าที่ของเฮล่า ทวยเทพเทวดาแห่งความตาย ต้องจัดว่าคุณเล่นได้ดีสุดๆเหมาะสมกับบทนี้มากมายๆทั้งยังสีหน้าท่าทางแววตาอิริยาบถดูกรวกับแม่มดที่โหดร้ายราวกับในหนังเทพนิยายพี่น้องกริมม์ไม่มีผิด ดูไปดูมานี่นึกว่าดีเจต้นหอม หรือ พลอยเฌอมาลย์มาเล่นประเด็นนี้ด้วย นานๆทีจะมองเห็นกางลนลานเชทท์มาเล่นหนังซูเปอร์วีรบุรุษ อีกผู้ที่ต้องขอเอ่ยถึงก็คือในส่วนของ วัลคีรี่อดีตกาลนักสู้ชาวแอสการ์ดที่สวมบทโดย เทสซ่า ทอมป์สัน ประเด็นนี้คุณเล่นได้เท่ห์มากมายๆเป็นสาวนักสู้ที่มีความแข็งแกร่งเช่นเดียวกันกับผู้ชายอกสามศอก แถมยังดูมีเสน่ห์เรียกได้ว่าเป็นสาวผิวสีที่ขึ้นกล้องถ่ายภาพสุดๆดูสวยสดใส และโอดิน กษัตริย์เฒ่าพ่อของธอร์ ที่ท่านเซอร์แอนโธนี่เล่น ที่แม้ว่าจะโผล่มาน้อยไม่มากสักเท่าไรนักแต่ก็ทำให้พวกเรามองเห็นถึงออร่าของนักแสดงผู้มีอิทธิพล และความมีอำนาจในทุกๆฉากที่เอ็งโผล่มา เว้นฉากขำขันครับ ที่เอ็งเองก็เล่นได้น่ารักสามารถเรียกเสียงเฮมาได้เช่นกัน ส่วนฮัลค์ในภาคนี้ก็จะเสมือนเด็กน้อยงั่งดื้อดึงในร่างยักษ์ตัวเขียว ที่ก็เรียกเสียงเฮได้เป็นตอนๆเช่นกัน ผิดกับฮัลค์ที่พวกเราเคยดูที่มีความกราดเกรี้ยวบ่อยๆ thor ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า

Thor 3 : Ragnarok1-2

สำหรับ Thor ภาคนี้ผมให้แต้ม 8.5 เต็ม 10 นะครับ หักตรงที่ครั้งคราวมานะใส่มุกขำขันเข้าไปมากเกิน บางมุกก็มีความรู้สึกฝืด บางมุกก็สามบาทห้าบาท ทั้งที่ฉากนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ก็ได้ เอาตรงๆก็มุกที่จะขำสุดๆก็จะเป็นในมุกจำพวกเจ็บตัว เป็นต้น รวมถึงการที่ตัวละครหลายๆตัวตายง่ายเกิ๊น อารมณ์ทำนองว่า อ่าว ตายแล้วหรอ ปัดโถ่ อุตส่าห์โผล่มาทั้งที (แต่ก็เข้าใจนะว่าเฮล่ามันเก่งจริงๆ) ทั้งที่บางตัวภาคก่อนๆโคตรเก่ง รวมถึงฉากซึ้งๆระหว่างพ่อลูก ที่ทำได้ดูราวกับว่าอารมณ์ยังไม่สุดมากแค่ไหน แม้กระนั้นหนังประเด็นนี้บันเทิงใจนะครับไม่มีเบื่อดูเพลิดเพลินๆผู้ใดกันที่ชอบแนวขำขันเบาสมอง หรือ แอคชั่นที่ถ่ายทำได้มันและสวยแบบแฟนตาซี ต้องห้ามพลาด ยิ่งหากแฟนหนังมาร์เวลส์ยิ่งต้องดู

ธอร์ 3

Thor

Posts navigation

1 2 3 12 13 14 15 16 17 18 19
Scroll to top