Open post
มินเนียน

แนะนำมินเนียนวายร้ายตัวน้อย

มินเนี่ยน

เรื่องย่อ:
เรื่องราวของเจ้าไม่นเนี่ยน เริ่มต้นที่รุ่งสว่างที่ยุคสมัย …ไม่นเนี่ยน เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวสีเหลืองที่ได้ผ่านการวิวัฒนาการและก็ปฏิบัติภารกิจรับใช้บรรดานายจ้างคนร้ายแสบขั้นเทพ พวกไม่นเนี่ยนที่ล้มเหลวชั่วกับชั่วกัลป์ในการรักษาชีวิตนายจ้างของตัวเองเอาไว้ ตั้งแต่แมื่อ หน.เร็กซ์ จวบจนถึงนโปเลียน พวกมันพบว่าตนเองไร้นายจ้างและก็จมอยู่ในความห่อเหี่ยว แต่เมื่อไม่นเนี่ยนตัวหนึ่งนามว่า เควิน มีแผนการและก็ได้ร่วมมือกับสตวร์ทจอมเกรียน และก็บ็อบน้อยผู้น่ารักน่าเอ็นดู ในการออกเผชิญภัยในโลกกว้างเพื่อหานายจ้างคนร้ายคนใหม่สำหรับมันและก็เพื่อนพ้อง ทั้งสามได้ออกเผชิญภัยสุดระทึกจนไปพบกับคนที่บางทีอาจจะเป็นนายจ้างใหม่อย่าง สการ์เล็ต โอเวอร์คิล (แซนดรา บุลล็อค) จอมคนร้ายหญิงคนแรกของโลก พวกมันเดินทางจากทวีปเยือกแข็งแอนตาร์กติกามายังนิวยอร์กสิตี้ในสมัย 60’s และก็ไปจบอยู่ในลอนดอน ที่ซึ่งพวกมัน จะต้องเผชิญหน้ากับความท้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนถึงช่วงนี้ นั่นเป็นการปกป้องเหล่า ไม่นเนี่ยน…จากการเช็ด มินเนี่ยน

รีวิว:
เชื่อมั๊ยว่าคนที่ไปดูเป็นพวกบ้าเห่อ… ชั้นก็คนนึงอะ เป็นพลอตหนังมันเป็นอะไรที่โอเค น่าสนใจระดับนึงกับการกลับไปพบแหล่งกำเนิดของเหล่าไม่นเนี่ยน (ที่เข้าใจผิดมาตั้งนานว่าสร้างจากเซลล์ของตัวละคร Gru: Despicable Me) แต่จริงๆเป็น… ไม่รู้จักก็ได้ (นี่กล่าวจริง) ในความคิดเห็นโดยส่วนตัวของพวกเราหนังมันแอบหมดเสน่ห์ไป เนื่องจากแทบทั้งเรื่องซึ่งมีก็เพียงแต่ตัวเหลืองเหล่านี้ แล้วพวกเราก็ฟังมันไม่รู้เรื่อง เว้นแต่ว่าซะว่าคุณจะเป็นผู้ที่มีความชำนาญสัก 15 ภาษาขึ้นไปยืนยันฟังเข้าใจแน่ๆผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบอกว่ามันผสมๆไม่กี่ภาษาเอง ใช่ ภาคแรกๆบางทีอาจจะใช่ มาภาคนี้ชั้นว่าไม่ใช่ละ เว้นแต่ อังกฤษ, ประเทศสเปน, ฝรั่งเศษ, อิตาลี ล่าสุดมีภาษาอินโดนีเซียด้วยข่า

มินเนี่ยน 1-1

จุดสังเกตุ: เวลาแต่ละตัวกล่าวขอบคุณจะกล่าวแตกต่างกัน ในหนังเรื่องนี้พวกเราแอบฟัง กราเซียส(ประเทศสเปน) กับ Terima Kasih(อินโดฯ) ออกเลยมานั่งช็อคอยู่ตามลำพังถึงความไม่สมหวังในการผลิตดิกชันนารีเวอร์ชันภาษาไม่นเนียน… (ไม่ชอบคนปรับปรุงบทสำหรับพูด ม่างโคตรเหลี่ยมจัด)

การดูการ์ตูนเรื่องนี้ราวกับย้อนกลับไปมอง Tom and Jerry ที่แบบเป็น Slap Stick Comedy ทั้งเรื่อง (ขบขันเจ็บตัว ฟาดหัว ระเบิดตกใส่ อะไรพวกนี้) ชั่วร้ายเป็นปกติการ์ตูน Slap Stick มันสั้นๆ3-15 นาทีไม่เกินนี้ นี่ล่อเข้าไปเป็นชั่วโมง โอ๊ยปวดใจ ราวกับนั่งมองโดดเดี่ยวไมโครโฟนพี่โน้ส อุดมเลยอะ บางครั้งบางคราวการตีตั๋วมาดูหนังพวกเราก็อยากได้อะไรไปๆมาๆกกว่าเพียงแค่ขบขันยังไงจำได้มั๊ย?

นี่เครียดจากการพยายามวิเคราะห์หนังหนักมาก ละบรรดาไม่นเนียนตัวเหลืองก็มานะเบนความพึงพอใจให้พวกเราไปพอใจมันมากยิ่งกว่าสภาพแวดล้อมรอบกาย
บ้าที่สุด

สรุป: หากมองแบบไม่คิดอะไร ผ่อนคลาย สบายๆไปดูกับลูก กับแฟน ก็เอนเตอร์เทนดีจ้ะ แต่หาสาระอะไรมิได้ จริงๆนะ มันเป็นการกลับไปดูว่า Gru กับเจ้าไม่นเนียนเหล่านี้โคจรมาเจอกันได้อย่างไร โดยมี Set Up เป็น สมัย 60-70 ที่ตรงนี้แอบขัดใจทำให้พวกเรารู้สึกว่าเห้ยยย Gru แก่ขนาดนั้นเลยอ่อ?? ในหนังมีความคิดว่าสักสามสิบกลางๆแต่หากนางเกิดสมัย 60 นี่ก็ไม่ใช่ละ มายก็อด…

มินเนี่ยน 1-2

ให้แต้ม 6/10

ถึงจะชอบเหล่านี้แค่ไหนแต่ในทางของหนังมันไปไม่สุดสักทางจริงๆอะ ขบขันก็ได้ไม่สุดเนื่องจากพวกมันคุยกันไม่รู้เรื่อง พวกเราก็ไม่รู้เรื่อง(ฮา) ดราม่าก็… แทบไม่มี เป็นราวกับทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง “มานะ” ทำออกมาให้มันมองขบขัน ให้มีเรื่องราว มันกลายเป็นภาพยนตร์ตลกที่แออัดยัดเยียดมุกใส่คนดูตลอดเวลา มองละอ่อนเพลียแทน กลับไปเปิด KingsMan : The Secret Service มองอีกรอบดีกว่า ในความรู้สึกพวกเรานะ มันเป็นหนังสำหรับเด็กที่ใส่ Set Up เป็นสมัยเก่าเพื่อให้บิดามารดาดูแล้วเพลิดเพลินไปกับลูกๆด้วยงี้ ฟีลลิ่งพวกเราราวกับโดนบังคับให้มอง Tom and Jerry มาราธอนสักชั่วโมงได้หมายถึงออกมาละเอียนเลยอะ

ปล. ชอบ Bob นะ นางราวกับหนู Agnes มากๆพวกเราจะเก็บ Box Set อยู่ดี เนื่องจากยังหา Despicable Me ภาค 1 มาเก็บมิได้ พวกเราว่าเรื่องที่เล่าในมุมคนมันอินกว่าการเล่าในมุมไม่นเนียน อย่างไรก็ไม่อินจริงๆได้แต่มองไปเพลิดเพลินๆขำๆและก็จบๆไป โอเค บาย

Minions

มินเนี่ยน

Open post
ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซับไทย

นิยายจีนThe Untamedซีรีส์จีนมิตรภาพลูกผู้ชาย

ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซับไทย

เพิ่งจะดูซีรีย์จบไปเมื่อสักครู่นี้เอง หลังจากได้ยินความโด่งดังมาครู่หนึ่ง ผลที่เกิดคือ… ปัจจุบันนี้ยังหลงอยู่ในข้าซูอยู่เลยจ้า ^////^
ด้วยเหตุดังกล่าวเราจะขอเล่าทีละข้อเลยว่าเราชอบอะไร รวมทั้งทำไมต้องการให้ทุกคนดูนะคะ (ไม่มีสปอยจ้ะ อ่านได้เลย)
ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซับไทย 1-1
1. เนื้อเรื่อง
ใครกันแน่บอกเรื่องนี้สายวาย เลยตั้งธงว่าจะไม่เข้ามาดูเด็ดขาด เราบอกเลยว่าคุณกำลังพลาดซีรีย์ที่ดีมากๆเรื่องนึง เนื้อเรื่องของปรมาจารย์ลัทธิมารชวนติดตามมากมายเลยนะคะ เรานี่ลุ้นตลอดเวลา บางช่วงบีบหัวใจอย่างยิ่ง ดราม่ากันจนถึงเราร้องไห้ตามไปหลายตอน ส่วนเรื่องพลังภายในนี่เราก็ชูให้จีนอยู่แล้วเพราะเหตุว่าเป็นงานถนัดพี่จีนเค้า ทุกสิ่งทุกอย่างเลยออกมาดี โลเคชั่นที่ถ่ายทำก็งามมากมายด้วย ซีจีสถานที่ก็เริ่ส (เราชอบท่าเรือสัตตบละโมบชที่สุดเลย งามรวมทั้งดูแพง)
2. ความวาย
เรื่องนี้ไม่ได้วายเบอร์แรงแบบที่คุณคิดจ้ะ เพราะเหตุว่าถ้าเอ่ยถึงความวายค่ะ เราบอกเลยว่าเราเองก็ไม่ใช่สายนั้น เราเองยังรับความแรงเบอร์สิบแบบที่ซีรีย์วายอื่นๆไม่ไหวเลย 55 แม้กระนั้นพอมาดูเรื่องนี้ บอกได้คำเดียวว่า “ดีย์” จ้ะ มันพอดี ไม่น่ารังเกียจ รวมทั้งพอดีมากมายๆดีย์จนถึงเราลืมไปเลยว่าเรื่องนี้มันไม่มีนางเอก ถ้าไปอ่านนิยายหรือการ์ตูน บางครั้งอาจจะวายเบอร์แร๊สับสน เราคงจะยังรับไม่ไหว คงจะเพราะพี่จีนแกกลัวซีรีย์โดนแบนด้วยล่ะจ้ะ มันเลยได้มาแบบกึ่มๆละมุนๆประเภทที่ว่าถ้าคุณไม่ใช่สายวายก็ดูได้ แม้กระนั้นถ้าคุณเป็นสายวายอยู่แล้ว ก็จิ้นฟินจิกหมอนขาดก็ได้เลยตามความสะดวก 55
3. การเคสติ้งผู้แสดง
อันนี้เราต้องปรบมือให้เขาเลย ป๋อจ้าน (วั่งจีรวมทั้งเว่ยอิง) เคมีได้ทะลุเพดานไปเลยจ้า น้องแสดงดีมาก สองคนนี้สามารถสื่อความรู้สึกทะลุผ่านจอออกมาถึงเราได้โดยที่เค้าแค่ยืนมองหน้ากันจ้ะ บ้าจริงเชียว คุณผู้หญิงทั้งหลาย คุณต้องเข้ามาดูความน่ารักน่าเอ็นดูของน้องเค้านะคะ ความดีงามของเรื่องนี้ ทำให้เราทราบดีว่า การแสดงออกของความรัก ความปรารถนาดีที่มีต่อกัน มันไม่จำเป็นที่จะต้องพูด ต้องเดินมากมายอด หรือจูบอะไรทำนองนั้นเลย เอาแค่มองตากัน ก็รู้แล้วว่าห่วงใย รู้แล้วว่านึกถึง โศกสลด รวมทั้งเป็นห่วงแค่ไหน และก็ไม่ใช่แค่สองคนนี้ แม้กระนั้นผู้อื่นก็น่ารักนุ่มนวลไปหมด คุณจะมีความสุขมากมายๆแน่นอนจ้ะ
4. เพลง
ซีรีย์ดี เพลงก็ต้องเพราะเหตุว่าจริงมั้ยคะ เพลงเรื่องนี้เพราะเหตุว่าทั้งยังเรื่องเลยจ้า หลายๆเพลงนี่เอามาเปิดฟังก่อนนอนสบายแน่ๆ ทำเรายิ่งอิน โดยเฉพาะเพลงธีมของเรื่องที่ชื่อ 无羁 Wu-ji (ไม่มีจองจำ) เราไปเจอเวอร์ชั่นขลุ่ยจีนมาจาก Youtube เวอร์ชั่นนี้ไม่ใช่ Original ที่เปิดในเรื่อง แม้กระนั้นกินใจมากมาย ต้องการให้ลองฟังกันจ้ะ สำหรับเรา พอโน๊ตตัวแรกขึ้น น้ำตาไหลออกมาเลย ลองฟังดูนะคะ
5. ข้อคิด
สำหรับเรา สิ่งที่เราได้จากเรื่องนี้คือ มนุษย์เรานั้นเลือกเกิดไม่ได้จ้ะ แม้กระนั้นเราเลือกที่จะเป็นไปได้ เรามีสิทธิ์เลือกรวมทั้งตกลงใจได้อย่างอิสระเสรีว่าเราต้องการทำ หรือต้องการเป็นแบบไหน รวมทั้งมิตรภาพก็สามารถเกิดได้กับคนทุกชนชั้น ทุกเพศ ทุกวัย ไม่มีอะไรที่ขัดขวางสิ่งนี้ได้ ขอแค่เราเปิดใจและไม่อคติต่อกันจ้ะ
ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซับไทย 1-2
จบไปแล้ว 5 ข้อหลักๆที่เราคิดได้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาซีรีย์ดู เราเสนอแนะมากมายๆจ้ะ มีใน Netflix ด้วย Subtitle ก็แปลดีมาก
ดูเถอะจ้ะ มี 50 ตอน ราวกับจะเยอะนะ แม้กระนั้นเอาจริงแว้บเดียวเท่านั้นล่ะ 555

สำหรับเรา ..เราไม่ได้รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างงี้มานานแล้ว ยิ่งเดี๋ยวนี้เครียดมากมาย ทั้งยังเรียนไปทำงานไป เราเหนื่อยมาก แม้กระนั้นเรื่องนี้ทำให้เรามีความสุข ช่วยความเครียดน้อยลง รวมทั้งพาเราออกมากจากชีวิตจริงได้พักใหญ่ 555 ถึงแม้ว่าเราแทบไม่มีเวลาหายใจ แม้กระนั้นเราก็ยังสามารถพาตนเองไปเวียนวนอยู่แถวท่าเรือสัตตบละโมบชรวมทั้งเขาข้าซูได้ บ้าจริง!!

สำหรับแฟนๆวาย รวมถึงสหายเราที่เชียร์ให้เราดูเรื่องนี้มาตลอด.. ปัจจุบันนี้เราเริ่มเข้าใจพวกคุณแล้วจ้ะ ว่า #ป๋อจ้าน มันรุนแรงเพียงใด อย่างไรเราขอพายเรือวนๆอยู่บริเวณนี้ก่อนนะคะ ถ้าไม่ติดอะไร บางครั้งอาจจะได้ตามพวกคุณไปในไม่ช้านี้แน่นอน (กลัวใจตนเองมากมายจ้ะปัจจุบันนี้ เพราะเหตุว่ามันดีต่อจิตใจอย่างยิ่ง )

ใครกันแน่มีความคิดเห็นดีๆเพิ่มอีก ต้องการชวนสหายให้มาดูเรื่องนี้ ช่วยเหลือกันขายของได้เลยค่า
ขอบพระคุณที่อ่านจนถึงจบน้า

The Untamed

ปรมาจารย์ลัทธิมาร

Open post
แฟรี่เทล

เดอะมูฟวี่Fairy Tail Dragon Cryภาพยนต์อนิเมชั่น

แฟรี่เทล

สรุปสั้นๆ
“การเขียนบทดำเนินเรื่อง ตามแบบฉบับของ แฟรี่เทล เด่นชัด
แบบที่อ่านในมังงะเป๊ะ ดำเนินเรื่องฉับไว”

งานนี้สมาชิกหลัก นัตสึ เกรย์ แฮปปี้ ชาร์ล ลูซี่ เอลซ่า เวนดี้ มาอยู่ในภารกิจหลัก
รวมทั้ง อำเภอ มาชิมะ คนเขียนก็วางบทให้ ทีมรองรับงานในเกาะเดียวกัน
กาซิล จูเบีย ลิลลี่ ทำให้แฟนคลับได้หายนึกถึง

ซึ่งขอให้คะแนนความชื่นชอบ
– แฮปปี้ เจ้าแมวที่มีไว้เพื่อตัดมุก แย่งซีน ปฏิบัติภารกิจเจริญ
– จูเบีย ให้ 9 เลย น่ารักน่าเอ็นดู แย่งซีน ปล่อยมุก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
– เกรย์ มาพร้อมกับมุกถอดเสื้อที่จำเป็น รวมทั้งช่วงท้ายขยี้มุกนี้หนักมากมาย
– กาซิล ไอ้คนขโมยซีน ถ้าเกิดพี่แกโผล่มาขโมยซีนได้เลย

แฟรี่เทล 1-1

คะแนนเซอร์วิส
– ลูซี่ เอาชั้น 1 ไปเลย เซอร์วิสจนถึงเต็มปลอดที่จะอนุญาตให้ทำเป็นแล้วมั๊ง
– รองชั้น 1 คงจะจะต้องให้ ไทเทเนีย ในด้านเซอร์วิส เสียดายสับเปลี่ยนเกราะน้อยไปนิด
– เวนดี้ ไม่มีเซอวิสสสสสสสสสสสสสสสสสสส

จุดแข็ง

ข้างศัตรู
บอสใหญ่ไม่เอ่ยถึง สักครู่สปอยด์
บอสรอง โอเค เลวดี
ลูกน้อง : ลืมชื่อมันไปละ ไอ้ตัวที่บังคับตุ๊กตา 2 ตัว คล้าย บิ๊กซ์สโลว์ ตัวนี้คาแรคเตอร์มันได้ จอมเวทย์ พลัง K
กับตุ๊กตาน่ารักน่าเอ็นดู ส่วนตัวถูกใจแฟรี่เทล ที่ศัตรูด้วย เพราะบางตัวทำออกมาแบบว่า คิดได้ไงฟ่ะ

แฟรี่เทล 1-2
ในส่วนเรื่องราว
ไม่สลับซับซ้อนเลย ดูง่าย ในส่วนนัตสึ เป็นภาคที่ดี คือในเรื่องราววุ่นวายรอบตัว นัตสึ ในภาคนี้
เสนอคำถามของตนเจริญ “ตัวเราเป็น…….. คนอื่นๆมองเห็นพวกเราเป็นอะไร ?” รวมทั้งคำตอบที่ได้ ทำให้นัตสึไม่ต้องถามอีกเป็นครั้งที่ 2

รอบสื่อเป็นซับไทย (มีความเห็นว่ามีรอบพากย์ไทยด้วยนะแต่ว่าไม่ได้ดู)
แปลดี ซึ่งแอบเสียดายเพราะส่วนตัว ถูกใจ การ์ตูนพากย์ไทยมากกว่า (โตมาพร้อมกับอย่างงั้นนี่นะ)
แต่ว่า แฟรี่เทล ไม่ใช่การ์ตูนเด็ก เพราะฉะนั้น การใส่ดูดซับ ให้แฟนคลับดู ถูกต้องที่สุด
(แต่ว่าเสียงชาร์ล ญี่ปุ่น มันน่ารักน่าเอ็นดูไปนะ ไม่ราวกับที่จินตนาการเวลาอ่านมังงะ)

END CREDIT
รวมทั้งที่เป็นไฮไลท์คือ END CREDIT ที่จัดว่า เอาการ
เป็นการปูบทเพื่อศึกใหญ่ในภาคหลักที่แฟนคลับคาดว่า
จะเป็นศึกท้ายที่สุดของ แฟรี่ เทล ถัดไป แน่ๆ

Fairy Tail Dragon Cry

ศึกจอมเวท พันธุ์มังกร

Open post
ลิขิตแห่งจันทร์

ละครพีเรียดลิขิตแห่งจันทร์ 2019จากค่ายอาหลองกรุ๊ป

ลิขิตแห่งจันทร์

เริ่มจากผู้แสดงนำของเรื่องก็คือแม่หญิงดวงแก้ว รวมทั้ง หมวดโอปอ
น้ำตาลชี้ให้เห็นว่านักแสดงสองคนนี้ “เป็นคนละคนอย่างแจ่มแจ้ง”
เป็นเชื่อเลยว่านี่ล่ะเป็นโอปอรวมทั้งโน่นเป็นดวงแก้ว
พิจักขณา คุณ “เหน็ด” แต้ๆครึ้ม

ถัดมาพ่อแพทย์ที่อโยธยา แรกๆก็อาจขัดหูขัดตาที่จังหวะจะโคนเอื่อย
แต่ว่าพอลองติดตามดูแล้วก็จะพบว่านี่เป็น “หลวงยาวรเวช” จริงๆไม่ใช่เพื่อนพ้อง-คณิณ
รวมทั้งยิ่งพบรอยยิ้มตรงไปตรงมาตามแบบฉบับคนเมืองศรี ก็ยิ่งซ้ำเติมว่า “นี่มันไม่ใช่การแสดง” แต่ว่าเป็นผู้ที่มีตัวตนจริงๆ

ลิขิตแห่งจันทร์ 1-1
ส่วนผู้แสดงนำชายอีกคนอย่างกระทิง แรกๆก็ขัดหูขัดตาเนื่องจากยังมองไม่ค่อยเนียนเยอะแค่ไหน
แต่ว่าบทบู๊ทำให้มั่นใจว่า “นี่แหละเป็นตำรวจ” รวมทั้งยิ่งมองยิ่งมีเสน่ห์บวกกับรอยยิ้มที่บากบั่นจะแอ๊วดวงแก้วตลอดเวลา
แต่ว่าดูท่าจะเป็นคนขี้ร้อนมองเห็นเหงื่อไหลทุกซีนเลยเสื้อผ้าเปียกหมด -___-

เราถูกใจซีนบู๊ทุกซีน มันเท่มาก งามมากมาย รวมทั้งเด็ดมาก
พี่แพทย์รวมทั้งโอปอทำเป็นดีจนอาจเปลี่ยนเป็นมาตรฐานซีนบู๊ของช่องไปเลยก็ได้
เนื่องจากเช่นเดียวกับดูหนังใหญ่เลย รวมทั้งทำให้มั่นใจว่าต่างหากที่เป็นนักแสดงในความจริงๆที่หลุดออกมาจากโลกนิยาย

ลิขิตแห่งจันทร์ 1-2
สรุปก็คือหัวข้อนี้ทำให้เรามั่นใจว่ามันไม่ใช่การแสดง
เนื่องจากทั้งบุคลิก น้ำเสียง ท่าทาง รวมทั้งความละเอียดของบทละคร ที่มีที่ติเตียนน้อยมาก จนไม่ได้อยากจะจับผิดอะไร
ขอชื่นชอบผู้แสดงรวมทั้งทีมงานมากมายจริงๆที่รังสรรค์ละคร “โคตะระดี” แบบนี้มาให้พวกเราหลงเพ้อละเมอหาแต่ว่านักแสดงกันไม่เว้นแต่ละวัน

ลิขิตแห่งจันทร์

Open post
ลิขิตรักข้ามดวงดาว

ละครรีเมกจากซีรีส์เกาหลีลิขิตรักข้ามดวงดาว My Love From Another Starเรตติ้งผิดฟอร์ม

ลิขิตรักข้ามดวงดาว

ปีพุทธศักราช 2231 ในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา อชิระมนุษย์ต่างดาวชายหนุ่มสุดหล่อเดินทางเข้ามาสำรวจทรัพยากรบนโลกพร้อม
กับหมู่คณะ แล้วเขาก็ได้เจอกับ แม่หญิงบัว แม่หญิงวัย 15 ปีผู้ทำให้อชิระรู้จักกับคำว่าความรักและความตาย
วันนั้นเธอเกือบจะพลัดตกจากผา แม้กระนั้นอชิระไปช่วยไว้ได้ทันทำให้อชิระไม่สามารถกลับไปขึ้นยานได้ทันตามเวลา
เขาจึงติดค้างอยู่บนโลกนี้ตั้งแต่แมื่อวันนั้นจนถึงตอนนี้ เป็นปีพุทธศักราช 2563 รวมแล้วตรงเวลาถึง 300 กว่าปีที่ผ่านมาอชิระดำรงชีวิตผ่านหลายยุคหลายยุคเพียงแค่เพื่อคอยให้ถึงเวลาที่เขาจะได้เดินทางกลับไปยังที่ๆเขาจากมาและแล้วเวลานั้นก็มาถึง…ทางสถาบันดาราศาสตร์ของต่างประเทศแจ้งว่าในอีกราวๆสามเดือนข้างหน้านี้จะมีดาวหางโคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบหลายร้อยปี

ลิขิตรักข้ามดวงดาว 1-1

ซึ่งการเดินทางมาของดาวหางพวกนั้นจะช่วยทำให้อชิระเดินทางกลับไปยังดาวของเขาได้ อชิระรอคอยคอยในช่วงเวลานั้นมานานแสนนาน เขากำลังจะจากโลกนี้ไปอย่างสบายใจด้วยเหตุว่าเขาไม่มีพันธะผูกพันทางจิตใจหรือทางกายกับคนใดกันเลย
แม้กระนั้นมันกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด…อชิระได้เจอกับ ฟ้ารดา ซุปเปอร์สตาร์สาวเบอร์หนึ่งของเมืองไทยฟ้ารดาพึ่งย้ายมาอยู่ห้องติดกับเขาและก่อปัญหาปวดหัวให้เขาตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน อชิระไม่เคยคิดจะยุ่งเกี่ยวกับฟ้ารดาเลย กระทั่งเขาได้เห็นรูปวัยเด็กของฟ้ารดาว่าเธอมีหน้าตาเสมือนแม่หญิงบัวไม่มีผิดเพี้ยน !

ลิขิตรักข้ามดวงดาว 1-2

อชิระเพียรพยายามมีความคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญแค่นั้น
แม้กระนั้นยิ่งได้รู้จะฟ้ารดามากขึ้นเขายิ่งแน่ใจว่าฟ้ารดากับแม่หญิงบัวเป็นคนๆเดียวกัน
แม้กระนั้นอชิระกำลังควรต้องจากโลกนี้ไปแล้วอชิระเพียรพยายามเลี่ยงการใกล้ชิดกับฟ้ารดา
แม้กระนั้นเขาดันไปรู้ดีว่ามีใครซักคนกำลังปองร้ายชีวิตของฟ้ารดา เมื่อรู้เช่นนั้นแล้วอชิระจะช่วยเหลือฟ้ารดาให้รอดพ้นจากอันตรายครั้งนี้หรือเปล่า ในเมื่อเขาเข้าใจดีแก่หัวใจว่ายิ่งเขามาใกล้ชิดฟ้ารดาเยอะแค่ไหน
เขาก็จะยิ่งรักเธอมากแค่นั้นหรือเขาจะเลือกไม่ยุ่งกับเธอ…ปลดปล่อยให้ทุกๆอย่างเป็นไปตามชะตาชีวิตของคนใดกันของมัน เพื่อที่เขาจะได้จากโลกนี้ไปได้อย่างสบายใจดังเดิม ท้ายที่สุดอชิระจะตัดสินใจอย่างไร โปรดติดตามถัดไป..

ลิขิตรักข้ามดวงดาว

My Love From Another Star

ภาพยนต์ไซไฟGodzilla 2019หนังสัตว์ประหลาดญี่ปุ่น

godzilla

ก็อตซิลล่า พูดชื่อนี้มาอาจจะไม่มีใครไม่รู้ เพราะมันพูดได้ว่าเป็นตัวละครที่กลายเป็นพล็อตโคตรอมตะไปแล้ว รีเม้กกันมาไม่ทราบกี่สิบภาค ทั้งเมะยุ่น ทั้งภาพยนตร์ฝรั่ง มากมายออกแบบน่าเกลียด มีตั้งแม้กระนั้นตัวสูงเท่าบ้านสองชั้น จนกระทั่งไปถึงอาคารสูง เว่อร์วังไม่แพ้สเกลพลังระดับทำลายเมือง !

ตอนนี้ในปี 2019 น้องก็อตก็กลับมาผงาดอีกรอบ ภายหลังโชว์มาดดารานำชายไปในภาคที่แล้วปี 2014 เพียงแค่ตอนนี้ไม่ได้มาตัวเดียว แม้กระนั้นขนทัพสัตว์เทพคู่ต่อสู้สายแครี่ มาดันเลนแข่งขันกับก็อตซิลล่า เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ฉากตบกันจะอลังแค่ไหน ฝั่งทหารจะรับมือยังไง อีเด็กคนนั้นเป็นผู้ใดกัน จำต้องติดตามดูในโรงกันเอาเอง

จุดขายหนัง
เห็นด้วยเลยจ๊ะว่าปูเรื่องได้น่าติดตาม ชวนสงสัยในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของหนัง มีการเกริ่นถึงเหตุภาคแรก พาพวกเราไปมองเห็นหน่วยงานที่เข้ามาจัดการเรื่องอสูรกาย อย่าง Monarch รวมทั้งเครื่องมือประเภทพิเศษที่มีหน้าที่ในหนัง รวมทั้งเรื่องราวเบื้องหลังครอบครัวของดารานำชาย

เป็นหนังที่มีเรื่องมีราวราว มีการคิดแผนต่างๆนานา ไม่ได้เอะอะก็โชว์ซีจี โชว์อสูรกายมาตบกันทั้งเรื่อง ถึงจะทำให้ความอินพวกเราเทไปทางฝั่งมนุษย์มากยิ่งกว่า ราชาอสูรกายตามชื่อหนัง แม้กระนั้นก็รู้สึกว่าเป็นการแหวกแนวที่ดีนะ ดูมีท่วงทีไม่บ้าพลัง แม้กระนั้นแค่ฉากบวกน้องก็อดมันยังไม่เยอะสาแก่ใจ

godzilla 1-1

ชอบการออกแบบอสูรกายตัวต่างๆทำได้เรียลเหมือนจริง รวมทั้งดูน่าเกลียด รวมทั้งน่าเคารพในเวลาเดียวกัน น้องก็อดพวกเราอาจจะคุ้นชินรูปร่างมันไปแล้วเลยดูไม่แปลกตา แม้กระนั้นตัวอื่นๆนี่แอดว่าเสมือนเป็นผู้แทนทวยเทพต่างๆหวานใจษาสมดุลธรรมชาติของโลกไว้ แถมแต่ละตัวก็มีอัลติเตียนที่โคตรอลังในแบบของตนเอง รวมทั้งท่าทางการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ

การแสดงโดยรวมค่อนข้างจะดี ถึงบทจะไม่ส่งมากมาย แม้กระนั้นทุกคนก็ยังรีดการแสดงออกมากันสุดความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งครอบครัวดารานำชาย เล่นซีนดราม่าได้เข้ากล้องถ่ายภาพดีเลิศ พวกทหารก็ดูเป็นจริงเป็นจังเสมือนกำลังคิดแผนรบอยู่จริง มีการผลักให้ตัวละครประเทศญี่ปุ่น จีน ร่วมในหน้าที่สำคัญด้วย อาจจะกะขายตลาดโซนเอเชีย

หนังอัดซีจีมาแรงระดับทวยเทพ สายฟ้ากิโดร่างามสว่างตระการตา เปลวเพลิงสีฟ้าน้องก็อดดูมีพลัง สู้กันตึกระเบิดเป็นแถบ คลื่นกระแทกตูมตามสาแก่ใจ อัลติเตียนโคตรหรู ดีไซน์แสงสีแต่ละฉากได้งามมากมาย ถึงทุกๆอย่างจะไปอัดกันอยู่ครึ่งชั่วโมงด้านหลังของหนังจนกระทั่งดูลายตาก็เหอะ มาช้าดียิ่งกว่าไม่มา

ชอบตรงที่หัวข้อนี้ไม่มีใครที่เป็นดารานำชาย ทุกคนช่วยกันกันต่อสู้ ทุกคนมีหน้าที่มีส่วนช่วยในมหันตภัยคราวนี้ ถึงเหตุผลที่เกิดเรื่องมันจะกาวๆไปสักนิด แม้กระนั้นเอาน่ะ ก็ยังนับว่าโอเคกว่าหลายเรื่องที่แนวเดียวกัน

godzilla 1-2

ข้อด้อยหนัง
ดราม่ารวมทั้งเรื่องราวทางฝั่งมนุษย์ยัดเข้ามามากไม่น้อยเลยทีเดียว จนกระทั่งมันไปเบียดสิ่งที่เป็นจุดขายสุดๆของหนัง อย่างก็อดซิลล่าตบกับกิโดร่า ธีมหนังมันเลยเลื่อนลอย หลุดไปทางแนวการทำสงครามทหาร ยัดเรื่องราวครอบครัวดารานำชาย โชว์พาวองค์มือ Monarch ที่มีสาขาอยู่ทั้งโลก ทำเอาน้องก็อดฉันเป็นตัวประกอบไปเลย

การเปลี่ยนฉาก ตัดต่อซีนช่วงอลหม่านชวนเวียนหัวมากมายๆยิ่งผสมกับเอฟเฟคซีจีที่ดูโคตรสิ้นเปลือง รวมทั้งแสบตา พูดจริงๆว่าบางฉากดูไม่ค่อยรู้เรื่องเลย มันสับสนไปหมดว่าผู้ใดกันอยู่ไหนผู้ใดกันทำอะไร มีดูรู้เรื่องสุดก็ตอนก็อดตบกับกิโดร่าด้านหลังเรื่อง ไม่ใช่ว่าหนังทำดีขึ้นนะ แม้กระนั้นตัวมันใหญ่เลยชัด 555

แรงกระตุ้นตัวละคร รวมทั้งความสมเหตุสมผล อยู่ในระดับย่อยยับ ไม่ต้องไปนั่งคิดให้ปวดศีรษะว่าเพราะเหตุไรไอนี่ทำอย่างงี้วะ คิดอะไรของเมิงเนี้ย เหตุผลรองรับมันกำปั้นทุบดินมากมาย ไม่น่าเชื่อตามเลยว่าเป็นสิ่งจำเป็นจำต้องทำ เสมือนโลกมันสงบเหลือเกิน เลยหาเรื่องใส่ตัวเล่นจนกระทั่งคนทั้งโลกตกที่นั่งลำบากกับไปหมด แถมยังมีการเอื้อเฟื้อที่ไม่ยอมลองอีกหลายวิธีที่ควรทำได้

คะแนนรวม 7/10

ก็อตซิลล่า

Godzilla

Open post
ใบไม้ที่ปลิดปลิว

รีวิวใบไม้ที่ปลิดปลิว The Leaves 2019

ปลิดลอยละล่องแต่ไม่เลื่อนลอย ‘นิรา’ คว้าเรตติ้งตอนจบ 4.7 สูงสุดในละครข้างหลัง

ถึงแม้ผู้ชมจะมองไปด่าทอไปกับพฤติกรรมของนักแสดงที่น่าอารมณ์เสีย แต่อย่างไรก็ดี ใบไม้ที่ปลิดลอยละล่อง ละครเรื่องแรกภายใต้การดูแลของ Change2561 ที่ถ่ายทอดบนจอช่องวัน 31 ก็คว้าเรตติ้งตอนอวสานเยอะที่สุดในบรรดาละครข้างหลังข่าวทั้งปีที่ผ่านมาของช่องไปเรียบร้อยแล้วด้วยจำนวน 4.7 ใบไม้ที่ปลิดลอยละล่อง ลาจอไปด้วยความดราม่าสุดๆเมื่อคืนนี้ที่ผ่านมา (20 เดือนสิงหาคม) และก็สิ่งที่ผู้ชมทุกคนต่างเลื่องลือเป็นการแสดงของ ‘นิรา’ ซึ่งรับบทบาทโดย ใบเฟิร์น-พิมพ์พ่อ ลือดีเลิศไพบูลย์ ที่พรีเซ็นท์ชีวิตของทรานส์เจนเดอร์ผู้ทุกข์ทรมานออกมาอย่างดีเยี่ยม เรตติ้งของละครเรื่องนี้ในตอนออกตัวบางทีอาจยังแผ่วๆที่ราว 1.5-1.9 รวมทั้งยังลุ่มๆดอนๆในเรื่องกระแส เพราะถ่ายทอดชนกับ กลิ่นกาสะทดลอง ของช่อง 3 ในตอนที่ผ่านมาด้วย

ก่อนที่เรตติ้งจะเบาๆขยับขึ้นอย่างน่าดึงดูดด้วยความสนุกของเรื่องราว รวมไปถึงยังติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในอันดับที่หนึ่งทุกสัปดาห์ โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อคืนนี้ที่แฮชแท็ก #ใบไม้ที่ปลิดลอยละล่องตอนจบ ก็สามารถทะยานไปสัมผัสที่ชั้น 2 ของเทรนด์ทวิตเตอร์โลกได้ แม้ว่าจะมีข่าวร้อนอย่าง #พีชแพท และก็ #แพทริเซีย คอยดึงความพึงพอใจไปด้วย

แซม-ยุรนันท์ แมลงผึ้งผู้ปรึกษาราชการ เป็นอีกหนึ่งความน่าประทับใจของละครเรื่องนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เขากลับมารับเล่นละครในรอบ 11 ปี แต่เป็นการคืนฟอร์มในบท ‘ชมเครื่องหมาย’ ที่จำต้องแบกภาระทางการแสดงไว้พอเหมาะพอควรในช่วงท้ายเรื่อง และก็เขาทำออกมาให้ผู้ชมค่อนข้างจับใจทีเดียว
เรตติ้งสูงสุดในช่วงละครข้างหลังข่าวเดิมเป็นของละครน้ำเน่าที่น่าจะยืดยาดลำไยหมดสวนที่สุดแห่งปีอย่าง ทะเลอิจฉาริษยา ที่เคยทำเรตติ้งตอนจบสูงสุดไว้ราว 4.42 ก่อนที่นิราจะล้มตำแหน่งลงด้วยจำนวนใหม่ที่มากกว่านิดหน่อย ส่วนถ้าเกิดนับจริงๆเรตติ้งสูงสุดในด้านละครของช่องวัน 31 ตกเป็นของละครเย็น สาวน้อยร้อยล้านทิวทัศน์ ที่เคยทำไว้ได้ถึง 4.8 ในตอนจบ
ก.ย.ที่จะถึงนี้เป็นเกมของละครใหม่ชูล็อตที่สู้กันทุกช่อง มารอดูว่าคนไหนกันจะสามารถสร้างการปรากฏใหม่ๆให้กับทีวีไทยได้บ้าง!

ใบไม้ที่ปลิดปลิว

The Leaves

หนังสยองขวัญWHO? ปิดป่าหลอนหนังไทยสยองขวัญ

Who ปิดป่าหลอน

เนื่องจากหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบที่หนักมากมายวัน วันนี้จึงขอโดดเรียนมหา’ลัย ไปดูหนังไทยพึ่งเข้าเมื่อไม่กี่วันก่อน
“Who…ปิดป่าหลอน” ที่นำแสดงโดย คุณแน็ก ชาลี ที่เราเคยชินแล้วก็เป็นคนมีชื่อเสียงของเราเสียหน่อย ตอนผมไปดูหนังเรื่องอื่นกับสหายตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เห็นป้ายโฆษณาภาพยนตร์หัวข้อนี้ตั้งเอาไว้ โทนสีขาวดำที่เชิญชวนให้ระลึกถึงโปสเตอร์ภาพยนตร์เครือญาติแพร่ง กับเนื้อเรื่องที่จั่วหัว ว่าด้วยเรื่องคนกลุ่มหนึ่ง กับสถานที่ออกแนวปิดตาย ทำให้ผมระลึกถึงหนังแนวสอบสวนของญี่ปุ่น แล้วก็หนังแนวตื่นเต้นของฝรั่ง ที่ว่าด้วยเรื่องคนปริมาณหนึ่ง มารวมตัวกันอยู่ในสถานที่ที่มีความจำกัด และจากนั้นก็กำเนิดเหตุการณ์ที่บังคับ ทำให้จำเป็นต้องเผยธาตุแท้ของกันและกันออกมา เมืองไทยมิได้มีแนวนี้บ่อยมากนัก ผมจึงสนใจมานานนมแล้ว ประกอบกับช่วงนี้ต้องการดูหนังสักเรื่อง แล้วก็อุตส่าห์โดดเรียนมาแล้ว (ความประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดี ขออย่าเอาอย่างนะครับ) เลยจัดภาพยนตร์หัวข้อนี้เสียหน่อย

เนื้อเรื่อง :
นาย “เปี๊ยก” (แน็ก ชาลี) หนุ่มเซอร์ นศ.มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แอบชอบสาวร่วมสถาบัน บังเอิญเห็นสาวคนมีชื่อเสียงกล่าว คุยกับกลุ่มสหาย ตอนที่รุ่นพี่ (ซ้ำชั้นมาจะปีที่ 8 แล้ว) ตั้งโต๊ะเชื้อเชิญรุ่นน้องเข้าค่ายเดินป่าในป่าที่เช้าใจกันว่าเมื่อเข้าไปแล้วบางทีอาจไม่ได้กลับออกมาอีก ว่าต้องการเข้าค่ายเดินป่าดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วด้วย นายเปี๊ยกที่ต้องการตามสาวคนรัก จึงยินยอมเข้าค่ายที่จะพากันไปในสถานที่ที่แค่ฟังการเอ๋ยถึง ก็ไม่น่าไปที่นี้แล้วกับเขาด้วย เมื่อค่ายเริ่มต้นขึ้น นิสิตมหา’ลัยรวม 8 คนได้ไปสมทบกับนายพรานประจำสถานที่ ผู้ช่ำชองที่ในป่าดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วอีก 2 คน ณ สถานีรถไฟใกล้ป่า พร้อมเดินตบเท้าเดินสู่ป่าใหญ่ที่มีกลิ่นบางสิ่งไม่น่าไว้วางใจ ฟ้าที่เปิดเปิดโอกาสตอนลงจากรถไฟ เมื่อ 10 ชีวิตเข้าป่า กลับมืดมนลงทันใดประหนึ่งเป็นลางร้ายบางสิ่ง หารู้ไม่…นี่คือจุดเริ่มต้นของการเสียชีวิตอย่างสม่ำเสมอที่กำลังจะตามมา หรือว่านี่จะเป็นอาถรรพณ์ของป่าที่มิสามารถประมือกันได้ แต่ถ้าไม่ใช่ หรือว่ามันจะเป็น…
Who ปิดป่าหลอน 1-1
ความคิดเห็นต่อเนื้อเรื่อง :
เป็นภาพยนตร์ได้เนื้อเรื่องดี ไม่สิ…จำเป็นต้องเรียกว่าเป็นเนื้อเรื่องระดับเซฟโซนของหนังแนวเดียวกัน แล้วก็เป็นเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับหนังไทย เพราะว่าหนังไทยไม่ค่อยมีแนวนี้เท่าไหร่ ส่วนมากก็ชอบเป็นแนวสอบสวนโทนหนัก หรือไม่ก็แนวผีสางเต็มดูดไปเลยเสียมากกว่า หัวข้อนี้นับว่าเป็นตรงกลางระหว่างแนวสอบสวนแล้วก็ผีสาง ออกแนวมิสเทรี่ ลึกลับ แนวๆใครกันแน่เป็นคนทำ (Whodunit) อยู่เนืองๆ

ความคิดเห็นต่อภาพยนตร์ :
อย่างที่กล่าวไป ภาพยนตร์หัวข้อนี้ได้เนื้อเรื่องเซฟโซนที่ดี ที่เหลือก็คือการถ่ายทอดออกมาให้ดี สมกับที่ไต่ระดับอยู่บนเซฟโซน ผลคือ…ที่มีดี น่าจะมีเพียงเนื้อเรื่องเพียงแค่นั้น ลำดับเรื่อง การถ่ายทอดของภาพยนตร์หัวข้อนี้ค่อนข้างจะงงงัน หยาบ ไม่เรียงร้อยต่อเสียจนถึงคนดูมึน การนำทิวทัศน์เดิมๆกลับมาฉายซ้ำ ทำให้เกิดความรู้สึกซ้ำซากเช่นไรชอบกล ก่อนที่จะถึงหนึ่งในสามทั้งหมดทั้งปวงของภาพยนตร์ คือช่วงปูตัวละครทั้ง 10 ผู้ที่ควรจะเป็นคนเดินเรื่อง แล้วก็ติดอยู่ในป่าร่วมกัน ก่อนเกิดเหตุ เป็นช่วงๆที่เหลวตุ้มเป๊ะที่สุด ต้องการใส่อะไรก็ใส่มาเต็มที่ บทพูดดูผิดธรรมดา ประดิษฐ์ประดอย
นักแสดงนอกเหนือจากผู้ที่เราคุ้นหน้าคุ้นหน้ากันอย่างแน็ก ชาลี อาเล็ก สมชาย ศักดิกุลที่ยกย่องรัก แล้วก็นักแสดงที่ไม่ค่อยคุ้นหน้า แต่ยังเพียงพอเล่นถึงอยู่บ้าง แข็งเสียจนถึงน่าอึดอัดอย่างไม่น่าให้อภัย ผู้กำกับปล่อยผ่านมาได้เช่นไร คำบอกเล่าที่เว้นวรรคของนักแสดงที่เราไม่คุ้นหน้า (แต่จำเป็นต้องถือว่าเป็นตัวละครหลัก เพราะว่าอยู่ในกลุ่ม 10 คน) โดยไม่เป็นธรรมชาติเหมือนกับตัวเองลืมบทกลางทาง แล้วก็ไร้การตัดต่อของคณะทำงานข้างถ่ายทำ ที่ควรจะทำให้มันลื่นไหล นี่ยังไม่นับตัวละครสมทบนอกจากคนทั้ง 10 ที่การแสดงนี่ท่องบทอย่างแกงจับฉ่าย แล้วก็เล่นใหญ่เสียจนถึงเฟคมากมายอีกนะ

กลับมาที่เรื่องเนื้อเรื่อง แล้วก็การดำเนินเรื่อง ถ้าวินิจฉัยแค่เนื้อเรื่องกับการดำเนิน หัวข้อนี้ถือว่าเพียงพอไปวัดไปวาได้บ้าง หากแต่การดูภาพยนตร์ เราจำเป็นต้องนำนักแสดงมาร่วมวินิจฉัย เพราะว่าพวกเขาคือส่วนสำคัญที่ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นออกมาด้วยการแสดงของพวกเขา จาก 10 คน มีนักแสดงมือโปร แล้วก็เล่นถึงอยู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง กล่าวคือ…คนเกินครึ่งของ 10 ผู้ที่เป็นตัวละครหลักสำคัญ เล่นได้ค่อนข้างจะสอบตก ทำให้ผู้ที่แสดงได้โอเคก็ยังหามไว้ไม่ไหว การรับส่งอารมณ์จึงไปไม่ถึงกันแล้วก็กันในหมู่นักแสดง สำเร็จให้คนดูรับอารมณ์ได้อย่างขาดๆเกินๆกลายเป็นไม่อินไปสุดท้าย ภาพยนตร์หัวข้อนี้จึงเกือบจะสอบตกในบัดดล เพราะว่าตัวนักแสดง นี่ยังไม่นับเนื้อเรื่องที่ถึงจะเพียงพอเข้าวัดได้ แต่ก็เรียกไม่ได้ว่าเข้าวัดไปได้ทั้งเรื่องนะ เพราะว่ายังมีบางจุดที่เกิดการกระทำที่ไม่มีเหตุผลอย่างน่างงงันในตัวละครอีกต่างหาก (เพียงจุดนี้ไม่ใช่จุดใหญ่อะไรมากมาย คิดต่อเอาเองได้ หากแต่มันเป็นการคิดเองของคนดู มิใช่ความเกี่ยวเนื่องที่หนังส่งมาให้โดยตรง) โชคร้ายเอามากๆในขณะที่ถ้านักแสดงเล่นดี หรือหามืออาชีพกว่านี้มา หนังหัวข้อนี้บางครั้งอาจจะยกระดับขึ้นมาขั้นหนึ่งเลยทีเดียว อ๋อ…มือตัดต่อ แล้วก็วางลำดับเรื่องด้วย ถ้าจัดให้เรียบร้อยมากกว่านี้อีกนิด น่าจะโอเค ซาวน์ช่วงที่ยังไม่กำเนิดอะไรขึ้นภายในหัวข้อนี้ใส่มาได้ไม่ถูกจังหวะ แล้วก็น่ารำคาญเอามากๆเหมือนกับรายการตัดต่อเองของพวกเด็กที่ทำเล่นกันในยูทูป ยังดีที่ตอนเรื่องเริ่มเดินอย่างเอาจริงเอาจัง ซาวน์ยังเปิดได้ถูกจังหวะอยู่ ช่วงแรกก็กลัวว่าซาวน์จะมาไม่ถูกเรื่องเสมือนครึ่งที่เปิดตัวตัวละครอยู่เสียอีก ถ้ามองดูในแง่การแสดง จำเป็นต้องถือว่านักแสดงผู้อื่นนอกจากผู้ที่โอเคอยู่แล้ว แสดงดียิ่งขึ้นมาหน่อยนึง ไม่ทราบเพราะว่าการบิ้ว ภายหลังจากมีผู้ตายไปทีละคนๆของตัวเรื่องเองหรือเปล่า ที่พาให้คิดว่าเขาแล้วก็คุณเหล่านั้น เล่นเจริญขึ้น

เมื่อตัวละครตายทีละคนๆจนถึงเกือบจะหมดวง แล้วก็เหลือคนอยู่กลุ่มสุดท้ายแล้ว บรรยากาศค่อนข้างจะทำออกมาเจริญ น่าสงสัย หวาดระแวง ไม่น่าเชื่อ และไม่น่าวางใจใครกันแน่ทั้งหมด ถ้าผู้กำกับ หรือมือตัดต่อทำให้บรรยากาศพวกนี้มีตั้งแต่ในช่วงเวลาที่เรื่องเริ่มเกิดขึ้น อาจส่งผลให้การแสดงที่ไม่ถึงขั้นของคนหลายคนในเรื่องถูกมองข้ามไปได้ก็เป็นไปได้ แต่ก็โชคร้าย ที่บรรยากาศนี้อยู่เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆเพียงแค่นั้น

แม้หัวข้อนี้จะดูอย่างกับว่าเป็นอาถรรพณ์ของสิ่งลึกลับในป่าดงพงไพร แต่ดูเหมือนว่า…เรื่องจริงแล้วจะเป็นฝีมือของผู้คนเป็นๆที่ยังมีลมหายใจ (แน็ก ชาลี ให้สัมพาษณ์เอาไว้วภาพยนตร์หัวข้อนี้มิใช่หนังผี) ยิ่งไปกว่านั้น…บางทีอาจอยู่ในกลุ่มชนทั้ง 10 เองอีกด้วย แต่ตอนจบกลับกลายปลายเปิด ปล่อยให้คิดกันเอาเอง แม้ว่าจะมีการใบ้เอาไว้เปลี่ยนๆและจากนั้นก็ตาม นี่บางทีอาจเป็นสิ่งที่คณะทำงานสร้างขึ้นมา เพราะว่าต้องการที่จะให้คนดูเก็บไปถก แล้วก็คิดเองกันอย่างบ้าดีเดือดส์ แต่เสียใจด้วย…มันเป็นสิ่งที่ให้เก็บไปคิดต่อได้อย่างแป๊กเอามากๆซึ่งมันไม่น่าเก็บไปคิดต่อขนาดนั้น

หัวข้อนี้ขอไม่ให้คะแนน สรุปว่าไม่ถึงครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็มก็ตามใจเป็นเพียงพอ
ถ้าเข้าไปดูแบบคาดหวังหนังลุ้นระทึก หาตัวคนร้าย แอคติ้งนักแสดง ผ่านไปได้เลยนะครับ
แต่ถ้าไม่คาดหวังอะไร (เสมือนผม) บางทีอาจดูพอกล้อมแกล้มไปได้

หวังว่าหัวข้อนี้จะเป็นตัวตัดสินใจให้ผู้ที่ไม่เคยดู เลือกได้ว่าจะไปดูหรือเปล่านะฮะ
ส่วนผู้ที่ดูมาแล้ว คิดเช่นไรกับหัวข้อนี้กันบ้างนะครับ ถ้าต้องการคุยเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง ครอบสปอยล์ไว้ด้วยนะ
ผมมีปัญหาจะมาถามท่านที่ดูมาแล้วเพราะ…

WHO? ปิดป่าหลอน

 

Open post
KUMANTHONG

แนะนำกุมารทอง ราคะ-เฮี้ยนพิธีกรรม

กุมารทอง ราคะ เฮี้ยน

นานๆครั้งที่หนังเวียดนามจะได้โอกาสเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราแบบวงกว้างและได้รอบฉายค่อนข้างเยอะ แถมยังเข้าฉายทั้งสองระบบคือกล่าวภาษาเวียดนามและฉบับพากย์ไทยอีกต่างหาก

กุมารทอง KUMANTHONG (Thất Sơn Tâm Linh) ฉบับหนังเวียดนามเรื่องนี้ ได้รับแรงจูงใจมาจากสถานะการณ์จริงในสมัยก่อน โดยตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวอับโชคอย่าง ตรอก (หว่าง เอี๊ยน จีบี) สาวใบ้และหูหนวกที่ดำรงชีวิตอยู่ในหมู่บ้านบ้านนอกของปากแม่น้ำโขง ชีวิตของคุณไม่มีอะไรพิเศษนัก จนกระทั่งวันหนึ่งมีชายแปลกหน้าที่เดินทางล่องเรือมาหยุดที่หมู่บ้าน เขาชื่อ ลลิว ฮวน (กวาง ต๋วน) ที่อ้างตนเองว่าเขาเป็นหมอผีและร่างทรง ซึ่งเขาได้ช่วยเหลือคนในหมู่บ้านจากการโดนมนต์ดำและไสยเวทหลายราย จนกระทั่งประชาชนเริ่มสรรเสริญฮวนอย่างรวดเร็ว
กุมารทอง ราคะ เฮี้ยน 1-1
ไม่นานนักฮวนเริ่มคลั่งไคล้ในตัวตรอก ทำให้เขาตกลงใจขอคุณแต่งงาน เริ่มแรกตรอกรู้สึกโชคดี แต่ไม่นานนักคุณเริ่มค้นพบว่าความรักคราวนี้มากับเป้าหมายแฝง เมื่อคุณได้ค้นพบว่าผัวของคุณนั้นมีสมัยก่อนอันลึกลับ และแผนการร้ายที่ เขาจะดำรงชีวิตมนุษย์เซ่นสังเวยเพื่อประกอบพิธีบาปบางสิ่งบางอย่างให้ไปถึงเป้าหมาย แล้วคุณจะเอาตัวรอดเช่นไรเมื่อค้นรอบตัวไม่มีใครเชื่อ “สาวใบ้” อย่างคุณเลยสักคน
ถึงแม้กุมารทอง KUMANTHONGจะมีวิธีการเดินเรื่องที่มองเชยๆแต่ด้วยใจจริง ใสซื่อและพรีเซ็นท์ทุกๆอย่างแบบซื่อ กระจ่างตามสไตล์ “ภาพยนตร์ไทยโบราณ” เช่น นางเอกที่ช่วยเหลือตัวเองมิได้ สาวตัวร้ายที่เปิดเผยจริตความมารยาให้ผู้ชมเห็นตั้งแต่ทีแรก คนรอบข้างนางเอกที่มองไร้ความเฉลียวฉลาด ตัวร้ายในรอยเปื้อนดารานำชาย ฯลฯ สิ่งพวกนี้ถูกนำไปผูกอยู่กับวิถีแนวคิดที่ว่า “กำเนิดเป็นหญิงแท้จริงตรากตรำ” ได้อย่างน่าดึงดูด
เราจะเห็นตั้งแต่ต้นเรื่องว่าตรอก เป็นสาวใบ้ที่ถูกสังคมกลั่นแกล้งไม่ว่าจะเป็นเด็กๆที่เห็นคุณเป็นตัวขบขัน ประชาชนที่ดูคุณ “ต่ำ” กว่าคนทั่วไป (บ่อยครั้งชอบมีประโยคที่ว่า “คนเป็นใบ้จะไปรู้เรื่องรู้ราวอะไร”) แถมการที่คุณแต่งงานกับฮวน ยังถูกบรรดาหญิงแซ่บๆผู้อื่น ดูคุณว่า หญิงคนนี้มีอะไรดีกว่าตนเองจนกระทั่งถูกผู้หญิงเหล่านี้ลบหลู่ดูหมิ่นด้วยสายตาบ่อย มิหนำซ้ำ หนังยังปรากฏฉากที่ ตรอกวิ่งหนีฮวนด้วยความหวาดกลัว ภายหลังจากค้นพบเรื่องจริงอันน่าตกใจที่ว่าหญิงที่ล่องหนไป เปลี่ยนเป็นศพนอนหัวขาดอยู่ใต้ถุนบ้าน การที่ตรอกวิ่งมาอ้อนวอนจากบิดา แต่กลับโดนผัวตนเองมาลากตัวกลับไปอยู่บ้านไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างหน้าตาเฉย ฉากพวกนี้เป็นสถานะการณ์สะท้อนจิตใจและทำให้ผู้ชมเห็นอกเห็นใจตัวละครตรอก ว่าคุณโดนสังคมทำร้ายในทุกต้นแบบเลยก็ว่าได้
กุมารทอง ราคะ เฮี้ยน 1-2
แน่ๆว่าการที่ผู้ชมได้เห็นนางเอกโดนกระทำย่ำยีมาตลอดทั้งเรื่อง ช่วงจุดสำคัญที่คุณจำเป็นต้องฆ่าให้รอดจากผัวของตน ก็เลยถือเป็นไฮไลท์ที่จัดได้ว่าตื่นเต้น น่าเอาใจช่วยตัวละครอย่างแท้จริง และยังเปิดเผยเรื่องจริงที่ว่าในที่สุดแล้วแม้กระทั่งสังคมทำร้ายคุณแค่ไหน หญิงใบ้อย่างตรอกก็จำเป็นต้องสู้ยิบตา เพื่อตนเองมีชีวิตรอดต่อไป
ถ้าเกิดคนไหนต้องการจะลองสัมผัสหนังเพื่อนบ้านของเราในโรงภาพยนตร์ นี่คือช่องทางที่ไม่น่าพลาด เพราะนานหนปีทีถึงจะมีความรื่นเริงใจจากเวียดนามมาขึ้นจอใหญ่ครับ

กุมารทอง ราคะ-เฮี้ยน

Kumanthong

Open post
มือปืน โลกพระจัน 2

รีวิววิจารณ์หนังหนังยุทธเลิศ

ทำใจไว้แล้วว่าไม่เกี่ยวอะไรกับภาคแรก แม้กระนั้นพอสมควรก็รู้สึกน่าผิดหวังอยู่ดี
หนังมาพร้อม High Concept สูงมาก มีความทะเยอทะยานสูง อีกทั้งการเมือง ดราม่า เอเลี่ยน จนกระทั่งพระผู้เป็นเจ้า การผลิตมนุษย์ แม้กระนั้นดูแล้วเหมือนเมากาว มาเล่าแบบแถๆมากกว่า เสียดายเซ็ทอัพมัน มันพร้อมจะเป็นหนังที่ดีได้ แม้กระนั้นหนังเล่าแบบขาดๆเกินๆจะขบขันก็ไม่ตลกเต็มเปี่ยม / จะขมักเขม้น ก็ไม่ซีเรียสเต็มเปี่ยมอีก ดูทีเล่นทีจริงไปหมด
ในช่วงเวลาที่ผลงานล่าสุด ก่อนหน้านี้ของผู้กำกับยุทธเลิศ อย่าง ดอกฟ้าหมาแจ๊ส ที่ไฮคอนเซ็ปต์เหมือนกัน (ย้อนเวลา) กลับทำได้ดีกว่ามาก เนื่องจากมันไม่เล่าเกินความสามารถ คำพูดตลกหน้าตายก็ลงตัวกับเส้นขมักเขม้นของมัน เลยถูกใจ “ดอกฟ้าหมาแจ๊ส” กว่ามากๆ
แม้กระนั้นมือปืน2 มุขหน้าตายมันล้น เหมือนอยากหน้าตายแม้กระนั้นคาเฟ่ อยากจะขมักเขม้น เพียงแค่ก็เหมือนโว เลยไม่มีอะไรลงตัวทุกสิ่งทุกอย่าง

ฉากแอ็คชั่นก็ทำออกมามั่วๆ ยิงกันก็ไม่ดุดันอะไรเลย ฉากยิงกันใน “มือปืนดาวพระเสาร์” ยังดุดัน มีเลือดฟุ้งกว่า (ไม่นับมือปืนเดิม ที่ทำแอ็คชั่นออกมาดี เนื่องจากหนังมาเวย์ขบขันแอ็คชั่นเต็มตัวอยู่แล้ว)
สิ่งที่ดี ที่เราสัมผัสได้ จากหนังประเด็นนี้ มี 3 สิ่ง
1. เส้นดราม่า โจ๊กโซคูล กับกิ๊บซี่ที่ อยากพาแฟนใกล้ตาย ไปดูแสงเหนือ (เห็นชัดว่ายุทธเลิศยังเล่าเรื่องดราม่าเล็กๆได้ดิบได้ดี)
2. Setting ประเทศไทยหิมะตก ที่ดูผิดตา และไม่ค่อยเห็นในภาพยนตร์ไทยเรื่องไหน
3. เพลงประกอบ ตราบละอองดิน เวอร์ชั่น ลำไยไหทองคำ ทำออกมาเป็นเพลง Dance ดีมาก / ไม่ใช่แดนซ์แบบสายย่อสายตื๊ดนะ เป็นออกมาอินเตอร์เหมือน EDM ที่ได้อิทธิพลแบบ 90’s แล้วก็มีปู่ค่ะนร้องเนื้อหลักเสียงสูง มีลำไยร้องคู่ เป็นคอรัสเสียงต่ำ ซึ่ง ดีมวากกกกกก ถูกใจสุดเว้นเสียแต่ 3 ข้อบนแล้ว ที่เหลือเราก็ไม่จำอะไรอีก

Sodemacom Killer

มือปืนโลกพระจัน 2

Posts navigation

1 2 3 44 45 46 47 48 49 50 51 52
Scroll to top