Open post

VARออกฤทธิ์ออกเดช!! สิ่งที่อยากบอกข้างหลังลิเวอร์พูลเสีย2แต้ม

liverpool 1
2 ประตูของ ลิเวอร์พูล ถูก VAR ยึดคืน ก่อนที่ VAR จะบรรจงมอบจุดลูกโทษที่ 2 ให้ ไบรท์ตัน ตีเสมอซะอย่างนั้น !!!

1. เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดทีมแบบไม่เต็มดูดสักเท่าไหร่ในระบบ 4-2-3-1 โดย โฌแอล มาติ๊ป ดันมาหายตัวไปอีกคนยากจนจะต้องเอาดาวรุ่งอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ กับ แน็ตต์ ฟิลลิปส์ พอดีจริง
ทาคูมิ มินามิโนะ ได้ลงในตำแหน่ง ‘หน้าต่ำ’ เพื่อให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เป็นหน้าเป้า ประชิดด้วย โม ซาล่าห์ และก็ดิโอโก โชต้าส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ ซาดิโอ มาเน่ ถูกขังไว้ในซุ้มม้านั่งสำรองก่อน
แม้จะไม่สมประกอบ แม้กระนั้นด้วยคุณภาพและก็มาตรฐานที่สูงกว่าก็คงจะ ‘เอาอยู่’ ครับ ว่าแล้วพวกพ้องหงส์ก็เริ่มต้นในตอน 10 นาทีแรกได้เหนือกว่าอย่างแจ่มแจ้ง

2. ไบรท์ตัน เป็นทีมที่เล่นได้แบบ ‘มีทรง’ อยู่แล้วครับ โดยจะใช้การเซ็ตบอลจากในแดนตนเองพลางต่อบอลและก็ทำชิ่งกันฟาดฟันกับคู่แข่ง
ข้างหลังตั้งตัวได้ พวกเขาก็เริ่มครอบครองบอลได้มากขึ้น ก่อนใช้จังหวะหยาบ ดังเช่นว่าการวางตัดข้างหลังแบ็คเข้าโจมตี ลิเวอร์พูล ที่แนวรับดูหละหลวมๆและก็มีช่องว่างเข้าโจมตี
เจ้าถิ่นเล่นกันได้ดีเลยทีเดียว การรับส่งบอลแม่นยำทั้งยังสั้นและก็ยาว แม้กระนั้นปัญหาที่อยู่คู่ทีมนวลนางแดนใต้มาตลอดคือปราศจากความเด็ดขาด
บ่อยครั้งที่เล่นดีได้โอกาสแล้วดันปล่อยให้หลุดลอยไปในอวกาศ ขนาดได้จุดลูกโทษ และก็ได้โอกาสขึ้นนำก่อน ยังอุตส่าห์เอามันไปเขวี้ยงทิ้งลงโถส้วมเลยขอรับคุณ

3.เวลาเดียวกันมันเป็นเกมที่ ลิเวอร์พูล เล่นได้ต่ำลงยิ่งกว่ามาตรฐานของตัวเอง แบ็คขวาอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ กลายเป็นข้อบกพร่อง แดนกึ่งกลางก็เคลื่อนเกมไม่ถนัดนัก มินามิโนะ ในตำแหน่งลำดับที่ 10 ก็ธรรมดาเหลือเกิน ไม่มีทีเด็ด เกมรุกดูพองๆและก็ปราศจากความดุดัน แถมหาจังหวะจบสกอร์ได้น้อยไปหน่อย
อย่างไรก็ดี ด้วยความไม่เฉียบคมของ ไบรท์ตัน ทำให้พวกเขาถูกลงโทษ เนื่องจากได้โอกาสแล้วทำไม่ได้เอง ในที่สุดเสียประตูให้หงส์แดงจนได้

4. เมื่อ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แม้จะโชว์ฟอร์มกันได้ไม่ไฉไลสักเท่าไหร่ แม้กระนั้นเกมรุกของเจ้าบ้านก็ไม่มีประสิทธิ์ภาพพอเพียง
แม้กระนั้นคนใดกันแน่จะไปรู้ว่า VAR จะอาละวาด !!!
จุดลูกโทษของ ไบรท์ตัน มาจากจังหวะที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ไปหวดเท้าของ แดนนี่ เวลเบ็ค
เท่าที่มองเห็นจากภาพช้า นักเตะที่เด็กหงส์เรียกว่า ‘ร็อบโบ้’ ไม่ได้เจตนาทำฟาวล์อย่างไม่ต้องสงสัย
มิซ้ำในจังหวะนั้น ‘ท่านมหาเทพ’ ก็ไม่น่าจะครอบครองบอล หรือเกี่ยวบอลไปหาจังหวะทำคะแนนได้ซะด้วย
ตามคอมม่อนเซ้นส์ – ไม่น่าจะเป็นจุดลูกโทษครับ
ไหมให้ก็อาจไม่มีใครว่า
แต่ว่าผู้ผดุงความถูกต้องอย่าง VAR กลับไม่ยินยอมปล่อยผ่าน แล้วให้ผู้ตัดสินไปดูเองอีกรอบ
ผมก็มองเสมือนเด็กหงส์จำนวนมากนั่นแหละขอรับว่าไม่น่าจะเป็น ‘จุดลูกโทษ’ นะ
อ้าว…แล้วเหตุไฉน ผู้ตัดสินถึงจัญไรให้เป็นจุดลูกโทษล่ะ ???
เหตุผลที่ผมพอจะนำมาชี้แจงได้ ณ ที่นี้ คือ…ท่านตุลาการสนามวินิจฉัยแบบ ‘ตรงไปตรงมา’ ตามกฏกติกามากเกินความจำเป็นหน่อย

liverpool

คิดกล้วยๆแบบนี้ขอรับ คือถ้าหากเหตุนี้เกิดขึ้นนอกกรอบเขตโทษ มันคือการฟาวล์ไงขอรับ เนื่องจากเท้าของ โรเบิร์ตสัน หวดไปโดนเท้าของ เวลเบ็ค โดยไม่ได้สัมผัสบอล
ถ้าหากเอาตามกฏมันก็ฟาวล์ หากขึ้นนอกเขตก็เป็นฟรีคิก หากขึ้นในเขต ก็เป็นจุดลูกโทษ ตามหลัก ‘นิติศาสตร์’
แม้กระนั้นถ้าหากใช้หลัก ‘รัฐศาสตร์’ หรือมี ‘ศิลปะ’ สำหรับเพื่อการวินิจฉัย ถึงแม้ว่าจะ เวลเบ็ค ไม่โดนสกิดจังหวะนั้นก็ทำคะแนนไม่ได้หรอก บอลล้นหนีเขาไปตั้งแต่จังหวะแรกแล้ว

5. นอกจากโทษความตรงไปตรงมาเหลือเกินของการวินิจฉัย รวมถึงความเฮงซวยของ VAR แล้ว ลิเวอร์พูล อาจถูกลงโทษตนเองด้วยที่เล่นไม่ค่อยดีนัก และก็ยิงประตูที่ 2 เพิ่มไม่สำเร็จ
กระนั้นยังขอยกตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ให้ VAR นี่แหละ สมแล้วที่โดนทัวร์ลงไปตามกฎเกณฑ์ แถมทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่ได้เกี่ยวพันอะไรยังจะต้องมาโดนหางเลขไปด้วย

Open post

“เลเวอร์คูเซน” หยุดสถิติชนะ 5 เกมรวด เจ๊าแฮร์ธาฯ 0-0 ชวดรองจ่าฝูง

Bayer Leverkusen 1
“ห้างขายยา” ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซน หยุดสถิติชนะรวดไว้เพียงแค่ 5 เกม เสมอ “หญิงสูงอายุ” แฮร์ธา เบอร์ลิน 0-0 ศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน

ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน นัดที่ 9 ของฤดู 2020-21ในสนาม ไบ อารีทุ่งนา ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซน (อันดับ 4 : 8 นัด มี 18 คะแนน) ส่ง แพทริค ชิค ยืนศูนย์หน้า ติดต่อประสานงาน มุสซา ดิยาบี และก็ ลีออน เบลีย์ ต้อนรับ แฮร์ธา เบอร์ลืน (อันดับ 13 : 8 นัด มี 7 คะแนน) ที่มี คริสซ์ตอฟ เปียเท็ก กับ โดดี ลูเกบากิโอ เป็นคู่หัวหอก

แฮร์ธา เบอร์ลิน ตั้งรับแน่นหนา หลังพ่าย โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เสียหาย 2-5 อาทิตย์ที่แล้ว กระทั่งแทบจะมิได้ขยับขึ้นแดนหน้า จนกระทั่งนาที 32 ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซน ได้โอกาสใกล้เคียงสุด เคเรม เดอเมียร์บาย พลิกสับไกด้วยซ้าย ระยะราว 30 เมตร อเล็กซานเดอร์ ชโม้ลอฟ นายทวาร ปัดผ่านคาน

เริ่มช่วงหลัง เจ้าถิ่น มีลุ้นจากลูกฟรีคิกของ เคเรม เดอเมียร์บาย นาที 55 และก็ 64 แม้กระนั้นปั่นหลุดกรอบเองทั้งหมด จบเกม เลเวอร์คูเซน เก็บเพิ่มเป็น 19 แต้ม อยู่อันดับ 3 คลาดโอกาสแซง อาร์เบ ไลป์ซิก ขึ้นรองจ่าฝูง ในขณะที่ แฮร์ธา เบอร์ลิน มี 8 แต้ม รั้งอันดับ 13

ผลฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน 2020-21 ประจำวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน
ไมน์ซ 05 1-1 ฮอฟเฟนไฮม์
1-0 โรบิน ไควสัน น.33, 1-1 อิห์ลาส เบบู น.62

Open post

กินกันไม่ลง! สเปอร์สบุกกระทั่งถึงเชลซีไม่มีสกอร์ แซงหงส์แดงนำผู้นำฝูง

Chelsea
“ดาร์บี้แมตช์ลอนดอน” สิ้นสุดลงด้วยการแบ่งแต้มกันไปแบบไม่มีสกอร์ ข้างหลัง เชลซี แม้ว่าจะเป็นไปได้มากกว่าแต่เจาะ สเปอร์ส ไม่เข้าก่อนจบด้วยการเท่ากันไป 0-0 นำมาซึ่งการทำให้ “ไก่เดือยทองคำ” มี 21 แต้มพอๆกับ ลิเวอร์พูล แต่ลูกได้เสียดีกว่าทำให้แซงขึ้นนำหัวหน้าฝูง ส่วน “สิงห์บลูส์” รั้งอันดับ 3 มี 19 คะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ก่อนหน้านี้

เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 29 เดือนพฤศจิกายน ก่อนหน้านี้เป็น “ลอนดอนดาร์บี้” ระหว่างเจ้าถิ่น เชลซี ต่อกร สเปอร์ส ซึ่งเกมนี้ถ้าเกิดทีมใดคว้าสามแต้มได้จะแซง ลิเวอร์พูล ขึ้นนำหัวหน้าฝูงโดยทันที
แฟร้งค์ แลมพาร์ด จัดสามหน้าทั้งยัง ฮาคิม สิเย็ค, แทมมี่ อับราฮัม และ ติเตียนโม แวร์เนอร์ ส่วนทางฝั่ง โชเซ่ มูรินโญ่ มี แฮร์รี่ เคน หน้าเป้าและให้ สตีเว่น เบิร์กไวจ์น, ต็องกี เอ็นด็อมเบเล่ และดื้อ ฮึง-มิน ปั้นเกมช่วยเหลือ
เริ่มเกมมาไม่ถึง 2 นาที “สิงห์บลูส์” ได้ทักทายก่อนเลย ข้างหลัง ฮาคิม สิเย็ค ตะบันนอกกรอบบอลพุ่งแรงแต่ยังไปเข้ามือ อูโก้ โยริส
นาที 9 “ไก่เดือยทองคำ” เกือบจะชิงขึ้นนำไปหลังหรือก่อนบอลสวนกลับขึ้นมาถึง เรกีล่อน ฝากเข้ากลางให้ แฮร์รี่ เคน ก่อนแทงเร็วถึง สตีเว่น เบิร์กไวจ์น แต่งเข้าขวาแต่ซัดเหินคานไปแบบได้เสียว

อีกสองนาทีต่อมา เมสัน เมาท์ พนันบอลให้ ติเตียนโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปซัดหนีมือ อูโก้ โยริส เบียดเสาเข้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเพราะ แวร์เนอร์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
นาที 15 สเปอร์ส ได้ลุ้นอีกข้างหลัง แซร์ช โอริเย่ร์ กดด้วยขวาเต็มแรงนอกกรอบ แต่บอลยังไม่ห่างตัว เอดูอาร์ เมนดี้ ที่พุ่งปัดออกไปได้
นาที 29 เป็นช่องทางของ เมสัน เมาน์ท รับบอลจาก ก็องเต้ ก่อนเลี้ยงเข้าหน้ากรอบล็อคหนี มูสซ่า สิสโซโก้ ก่อนกดด้วยซ้ายบอลพุ่งสูงเลยคานออกไป
ไม่ถึงนาทีถัดมา สเปอร์ส โต้กลับขึ้นมาก่อนได้ฟรีคิกกว่า 25 หลานอกกรอบแต่ แฮร์รี่ เคน ปั่นข้ามกำแพงหลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น

ด้านหลังเกมช่องทางเป็นของเจ้าของบ้านมากยิ่งกว่า นาที 36 โจ โรดอน กระแทกบอลทิ้งมาเข้าทาง เบน ชิลเวลล์ แต่อดีตฟูลแบ็กเลสเตอร์วอลเลย์ด้วยขวาหลุดกรอบออกไปอย่างน่าผิดหวัง
จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันไม่ได้ เชลซี เสมอกับ สเปอร์ส แบบไม่มีสกอร์ 0-0
ครึ่งหลัง เจ้าของบ้านโหมบุกอย่างหนัก นาที 48 รีซ เจมส์ ครอสมาให้ แทมมี่ อับราฮัม กระแทกหลุดกรอบ หลังจากนั้นอีก 3 นาทีถัดมา อับราฮัม สบโอกาสซัดหน้ากรอบอีกครั้งแต่บอลก็หลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น
นาที 65 มูรินโญ่ แก้เกมด้วยการส่ง โจวานนี่ โล เซลโซ่ มาเล่นแทน ต็องกี เอ็นด็อมเบเล่ ก่อนนาที 74 แลมพาร์ด จะถอดเอา ติเตียนโม แวร์เนอร์ ออกแล้วส่ง คริสเตียน พูลิสิช ลงเล่นแทน
นาที 81 เป็นช่องทางส่องเข้ากรอบหนแรกของครึ่งหลังทั้งสองทีม และเกือบจะเป็นประตูขึ้นนำของเจ้าถิ่น ข้างหลัง เมสัน เมาน์ท ลากตัดเข้าหน้ากรอบก่อนตะบันด้วยขวาเน้นย้ำๆบอลพุ่งจะเสียบเสาอยู่แล้วแต่ อูโก้ โยริส จะไวพุ่งบินปัดปลายมือออกไป
ช่วงทดเจ็บ นาที 90+3 สเปอร์ส มาคลาดโอกาสทองคำที่คว้าชัยข้างหลังบอลสวนกลับมาถึงหน้าประตูแต่ โจวานนี่ โล เซลโซ่ ตัดสินใจพลาดเลือกยิงหลุดกรอบออกไปแบบน่าผิดหวัง
จบเกม ทำอะไรกันไม่ได้ เชลซี เสมอกับ สเปอร์ส แบบไม่มีสกอร์ 0-0 แบ่งแต้มกันไป ทำให้ “ไก่เดือยทองคำ” มีเพิ่มเป็น 21 แต้มพอๆกับ “ลิเวอร์พูล” แต่ลูกได้เสียดีกว่าทำให้แซงนำหัวหน้าฝูงส่วน เชลซี รั้งอันดับ 3 มี 19 คะแนนตามหัวหน้าฝูงสองแต้ม

รายนามผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูม่า, ติเตียนอาโก้ สิลวา, เบน ชิลเวลล์ – มัตเตโอ วัววาสิช, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เมสัน เมาน์ท – ฮาคิม สิเย็ค (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.83), แทมมี่ อับราฮัม (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.79), ติเตียนโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิสิช น.74)
ผู้จัดการทีมฟุตบอล : แฟร้งค์ แลมพาร์ด
สเปอร์ส (4-3-3) : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โจ โรดอน, เอริก ดายเอ้อร์, เซร์คิโอ เรกีล่อน – มูสซ่า สิสโซโก้, ปิเครื่องปรับอากาศ-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก – สตีเว่น เบิร์กไวจ์น (เบน เดวิส น.89), ต็องกี เอ็นด็อมเบเล่ (โจวานนี่ โล เซลโซ่ น.65), ดื้อ ฮึง-มิน (ลูคัส มูร่า น.90+2) – แฮร์รี่ เคน
ผู้จัดการทีมฟุตบอล : โชเซ่ มูรินโญ่
ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

Open post

โฟเด้นกดชัย! แมนซิตี้บุกทุบโอลิมเปียกอส เฮ4นัดรวดลิ่ว16ทีมชปล.

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่พลาดสามคะแนนหลังบุกไปเอาชนะ โอลิมเปียกอส ทีมดังจากกรีซ 1-0 ฟิล โฟเด้น ซัดประตูชัย ส่งผลให้ “เรือใบสีฟ้า” ชนะรวด 4 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมคว้าตั๋วเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 เมื่อคืนนี้วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน ก่อนหน้านี้ ระหว่าง โอลิมเปียกอส เจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเกมล่าสุดทั้งสองเพิ่งพบกันก่อนพักเบรคกลุ่มชาติซึ่ง “เรือใบสีฟ้า” ไล่ต้อนเอาชนะไปได้ 3-0

โดยก่อนแข่งขันผู้เล่นทั้งคู่กลุ่มยืนไว้อาลัยให้กับ ดีเอโก้ มาราโดน่า ที่เสียชีวิตไปในวัย 60 ปี ด้วยอาการหัวใจวายฉับพลัน

mancity2

โฟเด้นกดชัย! แมนซิตี้บุกตีโอลิมเปียกอส เฮ4นัดรวดลิ่ว16กลุ่มชปล.
ADVERTISEMENT

เปิดตัวครึ่งแรกมาแค่นาทีที่ 3 “เรือใบสีฟ้า” ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ โรดรี้ สบโอกาสส่องไกลด้วยขวาจากนอกกรอบแต่ว่าบอลยังพุ่งไปตรงตัว โชเซ่ ซา

ยังคงเป็นสมาชิกของ เป๊ป ที่ดาหน้าบุกจู่โจมสม่ำเสมอ นาที 9 ฟิล โฟเด้น ลากเข้าไปในกรอบก่อนซัดมุมแคบทางซ้ายบอลพุ่งไปเข้ามือนายด่าน โอลิมเปียกอส อีกครั้ง

อีกสองนาทีต่อมา กางร์นาร์โด้ ซิลวา ครอสบอลมาหน้ากรอบให้ กาเบรียล เชซุส ขึ้นกระแทกแต่ว่าบอลยังไม่ผ่านมือ โชเซ่ ซ่า ที่เซฟไว้ได้

นาที 36 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะประสานงานอันดีเริ่มจาก กาเบรียล เชซุส แทงไปในกรอบให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ตอกส้นคืนหลังมาให้ ฟิล โฟเด้น วิ่งมาซัดด้วยซ้ายพุ่งเลียดผ่านมือ โชเซ่ ซา เข้าไป

ADVERTISEMENT
mancity3

โฟเด้นกดชัย! แมนซิตี้บุกตีโอลิมเปียกอส เฮ4นัดรวดลิ่ว16กลุ่มชปล.
ช่วงทดเจ็บ นาที 45+1 ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ทดลองกดด้วยขวาจากนอกกรอบ แต่ว่าบอลก็ยังโดน โชเซ่ ซ่า นายด่านของเจ้าบ้านปฎิเสธปัดออกไปได้อีก

จบครึ่งแรก โอลิมเปียกอส ตามหลัง แมนฯ ซิตี้ 0-1

ครึ่งหลัง นาที 49 แมนฯซิตี้ เกือบได้ลุ้นเม็ดสองหลัง ยกเอา กานเซโล่ ครอสบอลมาให้ กางร์นาร์โด้ ซิลวา ซัดด้วยซ้ายไปเข้ามือ โชเซ่ ซา ต่อมาอีกนาที อิลคาย กุนโดกัน เก็บบอลได้ก่อนอัดด้วยขวาบอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้เสียว

นาที 61 ยกเอา กานเซโล่ ได้กดด้วยขวาข้างถนัดนอกกรอบบอลพุ่งแรงแต่ว่ายังไม่ผ่านมือ โชเซ่ ซา รับไว้ได้
mancity4
โฟเด้นกดชัย! แมนซิตี้บุกตีโอลิมเปียกอส เฮ4นัดรวดลิ่ว16กลุ่มชปล.
ต่อมาในนาที 64 กานเซโล่า เล่นชิ่งกับ กาเบรียล เชซุส ก่อนหลุดเข้าไปซัดด้วยขวาแต่ว่ายังไปติดตรงตัวนายด่านของเจ้าถิ่น

ต่อมาอีกสองนาที สเตอร์ลิง หลุดไปถึงเส้นหลังก่อนปาดมาในกรอบ 6 หลาบอลไปโดนลำแข้งเจ้าบ้านสกัดมาติด สเตอร์ลิง กระดอนไปเข้าทาง กางร์นาร์โด้ ซิลวา ยิงไปตรงตัวก่อนที่ โชเซ่ ซา มือกาวเจ้าบ้านจะตามรับไว้ได้

นาที 88 คอสตาส ฟอร์ตูนิส ศูนย์หน้าตัวเก่งของเจ้าถิ่นสบโอกาสลุ้นตีเสมอบ้างหลังกดด้วยขวาเน้นย้ำๆแต่ว่าพุ่งหลุดกรอบออกไป

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ โอลิมเปียกอส 1-0 คว้าสามแต้มทำให้ชนะในรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัดรวด มีเพิ่มเป็น 12 คะแนน รับประกันผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 กลุ่มในที่สุดแล้ว

รายชื่อผู้เล่นทั้งคู่กลุ่ม

โอลิมเปียกอส (5-4-1) : โชเซ่ ซา – โมฮาเหม็ด ดราเกอร์ (มาริออส วรูไซ น.66), อูสเซย์นู บา, รูเบน เซเมโด้, ป๊าป อาบู ซิสเซ่, ราฟินญ่า – จอร์จอส มาซูราส (ฮิลาล ซูดานี่ น.78), กระทั่งถึงน์ เอ็มวิล่า, เปกระเป๋า (อันเดรียส บูชาลากิส น.71), โมฮาเหม็ด ราคะร่า – คอสตาส ฟอร์ตูนิส,

ผู้ฝึกสอน : เปโดร มาร์ตินส์

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ชอน โมราเอส – ยกเอา กานเซโล่, รูเบน ดิอ๊าส, จอห์น สโตนส์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ (โอเล็กซานเดอร์ ซินศาสนาเชนหรูหรา น.78) – อิลคาย กุนโดกัน (โธมัส ภูเขาล์ น.86), โรดรี้ (แฟร์นานดินโญ่ น.76), กางร์นาร์โด้ ซิลวา – ราฮีมสเตอร์ลิง (ริยาด ม่าห์เรซ น.76), กาเบรียล เชซุส (เซร์คิโอ “กุน” อเกวโร่ น.78), ฟิล โฟเด้น

ผู้ฝึกสอน : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : ดาวิเด้ มาสซ่า (อิตาลี)

Open post

ปิดตำนานหัตถ์พระเจ้า! “มาราโดนา” เสียชีวิตแล้วในวัย 60 ปี ด้วยอาการหัวใจวาย วันที่ 26/11/2020 ปิดตำนานหัตถ์พระเจ้า! “มาราโดนา” เสียชีวิตแล้ว ในวัย 60

ข่าวช็อควงการลูกหนัง รวมถึงแฟนบอลทั่วทั้งโลก เมื่อดิเอโก มาราโดนา ตำนานลูกหนังตลอดกาลแห่งดินแดนฟ้า-ขาว อาร์เจนตินา เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย เมื่อวันที่
โดยโฆษกส่วนตัวของ “เสือเตี้ย” ดิเอโก มาราโดนา ตำนานนักเตะชาวอาร์เจนตินา เจ้าของสมญานาม “หัตถ์พระผู้เป็นเจ้า” แถลงการันตีวันพุธ (25 เดือนพฤศจิกายน) ว่า มาราโดนาเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายด้วยวัย 60 ปี หลังจากที่เจ้าตัวพึ่งเข้ารับการผ่าตัดที่สมองรวมทั้งออกมาจากโรงหมอเมื่อวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายนก่อนหน้าที่ผ่านมา
ระหว่างที่ประธานาธิบดีอัลแบร์โต เฟอร์นันเดซ ของอาร์เจนตินา แถลงแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของมาราโดนา พร้อมประกาศไว้อาลัยทั้งประเทศเป็นเวลา 3 วัน
ด้านสัมพันธ์บอลอาร์เจนตินา นำโดยเคลาดิโอ ทาเปีย ประธานสัมพันธ์ฯ แถลงแสดงความเสียใจอย่างซาบซึ้งต่อการจากไปของยอดตำนานลูกหนังของประเทศ “คุณจะอยู่ในใจเราเสมอ” ทาเปียกล่าวไว้อาลัยแก่มาราโดนา
สำหรับ ดิเอโก มาราโดนา โลดแล่นในฐานะตำนานลูกหนังตลอดกาลของโลก ผลงานที่เด่นที่สุดหมายถึงช่วยทำให้กลุ่มชาติฟ้า-ขาว อาร์เจนตินา ได้แชมป์บอลโลก ปี 1986 โดยก่อตำนานที่โลกไม่มีทางลืมในแมตช์ที่เจอกับกลุ่มชาติอังกฤษ ซึ่งมาราโดนา ทำประตูด้วยผู้กระทำระกระโดดใช้มือปัดบอลเข้าประตู พาทีมฟ้า-ขาว ถือถ้วยแชมป์บอลโลกในปีนั้น ทำให้การทำประตูนั้นถูกเรียกกันว่า “หัตถ์พระผู้เป็นเจ้า”

Open post

แมนยูไม่สู้ค่าตัว “แมนฯ ซิตี้” เล็งปาดซิวแข้งจอมปั้นเกม

man u

แมนยูไม่สู้ค่าตัว “แมนฯ ซิตี้” เล็งปาดซิวแข้งจอมปั้นเกม

“เรือใบสีฟ้า” แมนชสเตอร์ สิตี้ ตกเป็นข่าว วางตัวหน้าแข้งจุดมุ่งหมายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นจุดมุ่งหมายอันดับ 1 ในการเสริมทัพ

วันที่ 24 พ.ย. 63 ดิ อินดิเพนเดนท์ สื่อดังของอังกฤษ ตีข่าว “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สมาคมเข้มแข็งแห่งศึกพรีเมียร๋ลีก อังกฤษ วางตัว แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติอังกฤษของ “สิงห์ลำพอง” แอสตัน วิลลา เป็นจุดมุ่งหมายสำคัญในการเสริมทัพ
สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คิดแผนที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมในเดือนมกราคมหรือในตอนซัเมมอรืปีหน้า และก็ตามรายงานจากวื่อดังของดินแดนผู้ดีระบุว่า แจ็ค กรีลิช คือนักเตะที่ที่ปรึกษาชาวสเปนอยากได้มาร่วมทีมสูงที่สุด แม้ว่าเรือใบสีฟ้าจะตกเป็นข่าวกับสตาร์ดังอย่าง แฮร์รี เคน แนวรุกของทอตแนม ฮอตสเปอร์ กับ ลิโอเนล เมสซี ศูนย์หน้าของบาร์เซโลนา ด้วยก็ตาม
ยิ่งกว่านั้น รายงานยังเจาะจงเพิ่มเติมเพราะ เป๊ป ตั้งใจจริงเรื่องดีลของ กรีลิช ถึงขั้นมีการคุยเกี่ยวกับฝีเท้าของหน้าแข้งรายนี้กับ เควิน เดอ บรอยน์ เลยทีเดียว และก็ เดอ บรอยน์ ก็ชื่นชอบในฝีเท้าของ กรีลิช อย่างมาก ภายหลังได้ได้โอกาสดวลกันในเกมที่ เบลเยียม ชนะ อังกฤษ 2-0 ในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ช่วงวันที่ 15 พ.ย. ก่อนหน้าที่ผ่านมา
ดังนี้ กรีลิช เคยมีข่าวเชื่อมโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนซัมเมอร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา แต่ว่าพวกเขาไม่พร้อมที่จะจ่ายค่าจ้าง 80 ล้านปอนด์ ดังที่ แอสตัน วิลลา ได้ตั้งเอาไว้

Open post

บรูโน่อีกแล้วครับท่าน! ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมถล่มอิสตันบูล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล้างแค้น อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ได้สำเร็จหลังเปิดรัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถล่มไปด้วยสกอร์ 4-1 ต้องบอกว่าครึ่งแรกถือเป็นครึ่งที่สุดเพอร์เฟคของ “ผีแดง” หลังทำเกมรุกกันไหลลื่นและรัวถึงสามประตู แม้ครึ่งหลังจะผ่อนเกมลงไปจนโดนตีไข่แตกแต่ก็มาได้ประตูตอกย้ำชัยช่วงทดเจ็บ มาดูคะแนนลูกทีมของ โซลชา แต่ละคนในเกมนี้กัน

ดาบิด เด เคอา 6
ครึ่งแรกแทบจะไม่มีช่องทางได้โชว์ แต่ช่วงหลังงานเริ่มชุก มีเซฟลูกยิงไกลของ วิสช่า แต่ลูกที่เสียคงจะต้องยอมว่ายิงฟรีคิกดีจังๆ
อารอน วาน-บิสซาก้า 6
ไม่ค่อยขึ้นไปเติมเกมรุกช่วย แรชฟอร์ด เท่าใดนัก มีบางทีที่โดนคู่แข่งเจาะ แต่ยังไม่มีจังหวะบกพร่องกระจ่าง
วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ 7
ADVERTISEMENT
มีจังหวะที่ปลดปล่อยให้ เดมบา บา เลี้ยงในจุดโทษอยู่บ้างแต่โดยรวมคุ้มครองป้องกันเกมยอมรับได้ดี เป็นคนโยนบอลยาวสุดงามให้ แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวไปเรียกจุดโทษ
แฮร์รี่ แม็กแกว่งไกวร์ 6
มีบล็อคลูกยิงสำคัญของ เดมบา บา ทำให้ทีมไม่โดนตีไข่แตกก่อนหมดครึ่งแรก มีจังหวะได้โหม่งจากลูกเตะมุมแต่ผ่านคาน ลูกในอากาศเก็บเรียบ
อเล็กซ์ เตลลิส 7
ADVERTISEMENT
แนวทางการส่งบอลดีเยี่ยมที่สุด เติมเกมรุกอยู่หลายครั้ง เปิดเตะมุมได้ตลอดซึ่่งจังหวะเตะมุมของเขาเป็นต้นเหตุของประตูแรก ยิ่งกว่านั้นยังเป็นคนครอสบอลจนได้ประตูที่สอง สร้างช่องทางมากมายสุดในทีม (4 ครั้ง)
เฟร็ด 6
คัฟเวอร์พื้นที่แดนกึ่งกลางเจริญ ยังขยันเหมือนเดิมแม้บางทีจะเข้าบอลพรวดพราด แต่บางทีจังหวะขึ้นเกมรุกตกลงใจบกพร่องจนกระทั่งทำทิ่มอล
ฟาน เดอ เบ็ค 7
เป็นนักฟุตบอลที่เล่นง่ายๆแต่มีคุณภาพ ส่งบอลขึ้นหน้าเจริญรวมทั้งยังทำชิ่งกับเพื่อนฝูงร่วมทีมได้ไหลลื่นโดยเฉพาะการเปลี่ยนบอลจากเกมรับเป็นเกมรุก
มาร์คัส แรชฟอร์ด 7
ถูกจับมาเล่นริมเส้นฝั่งขวา แต่ยังสร้างอันตรายให้แนวรับคู่แข่ง โชคร้ายที่ประตูทำชิ่งสุดงามของเขาถูกจับล้ำหน้า แต่ถัดมากระเป๋านคนเรียกจุดโทษรวมทั้งลุกมาสังหารเอง
บรูโน่ แฟร์นันด์ส 9
ยังคงเป็นหัวใจของทีมเช่นเคย ประตูแรกต้องชมแนวทางการวางเท้ายิงไกล ส่วนประตูที่สองเก็บกินลูกส้มหล่น ขยันลงไปช่วยเกมรับรวมทั้งวิ่งพล่านไปทุกๆที่ สร้างช่องทางยิง 3 ครั้ง
อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล 6
ออกสตาร์ทตัวจริงในตำแหน่งริมเส้นฝั่งซ้ายซึ่งดูดีกว่าตอนเล่นแผงหน้า เริ่มเกมด้วยการปั่นป่วนแนวรับเจริญแต่ต่อไปก็หายไปโดยเฉพาะในช่วงหลัง
เอดินสัน คาวานี่ 6.5
ขยันวิ่งหาช่องอยู่เสมอแต่โชคร้ายหลายจังหวะเพื่อนฝูงร่วมทีมไม่ได้ส่งให้ มีจังหวะจับบอลรวมทั้งทำชิ่งงามๆบ่อยมาก ช่วงหลังได้โอกาสทองแต่ยิงติดบล็อก
ผู้เล่นสำรองที่ลงในสนาม
อั๊กเซล ตวนเซเบ้ 5 (แทน วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ น.46)
กระโดดชักศอกจนกระทั่งโดนใบเหลือง รวมทั้งดูเหมือนหยุด เดมบา บา ไม่อยู่บ่อยมาก
เมสัน กรีนวู้ด 6 (แทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส น.60)
มีจังหวะได้ทำประตูอยู่บ่อยมากแต่ยิงไม่ค่อยดีรวมทั้งโหม่งติดบล็อก ตอนทดเจ็บมาแอสซฺสต์ให้ เจมส์
แดเนี่ยล เจมส์ 6 (แทน มาร์คัส แรชฟอร์ด น.60)
ไม่ได้รังแกคู่แข่งมากเท่าไรนักแต่มายิงประตูตอนทดเจ็บเพิ่มความมั่นใจและความเชื่อมั่น
แบรนดอน วิลเลียมส์ 6 (แทน อารอน วาน-บิสซาก้า น.60)
มีจังหวะได้เติมมางามแต่ครอสบอลติดบล็อก
เนมานย่า มาตำหนิช (แทน อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล น.82) –

Open post

ฉลุยน็อคเอาท์! ชิรูด์โขกทดเจ็บเชลซีเฉือนแรนส์ 2-1

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ โหม่งประตูช่วงทดเวลาพาเชลซีเฉือนชนะแรนส์ การันตีการเข้ารอบ 16 ทีมแน่นอนแล้ว

LIVE UPDATE UCL : แรนส์ – เชลซี

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-2021 นัดที่ 4 ของกลุ่มอี เป็นการพบกันระหว่าง แรนส์ เปิดรังเหย้า รัวซง ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี

ฌูเลียง สเตฟ็อง ผู้จัดการทีมเจ้าของบ้าน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ด้วยการใช้สามประสานในแดนหน้าเป็น เฌเรมี โดคู, เซรู กีราสซี แล้วก็ เจมส์ เลีย ซิลิกี

ด้านกลุ่มเยือนของ แฟรงค์ แลมพาร์ด วางหมากมาในแผน 4-3-3 เช่นเดียวกัน โดยใช้สามแนวรุกเป็น คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, แทมมี อับราฮัม แล้วก็ ติโม แวร์เนอร์

Open post

5 หนังเข้าใหม่ เรียงคิวเข้าโรงหนัง ประจำเดือนพฤศจิกายน ปี 2020 ที่คอหนังต้องดู!

เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่ช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีในเดือนพฤศจิกายนกันแล้ว เดือนนี้มี หนังน่าดู เรื่องเด็ด รอให้ทุกคนตีตั๋วไปชมมากมาย มาดูกันเลยว่ามีเรื่องอะไรที่น่าดูบ้าง

5. The Witches แม่มดของโรอัลด์ ดาห์ล

The Witches
เรื่องราวในตอนปี 1967 ของเด็กชายกำพร้าคนหนึ่ง (รับบทโดย จาห์ซีร์ คาดีม บรูโน่) ที่อาศัยอยู่กับคุณยายผู้เป็นสุดที่รัก (รับบทโดย อ็อคเทเวีย สเปนเซอร์) แม้กระนั้นชีวิตพวกเขากลับแปรไปเมื่อเด็กน้อยถูกหลอกไปยังคฤหาสน์แสนสวยแห่งหนึ่ง แล้วได้พบกับแม่มดสาวสวยสุดไฮโซ (รับบทโดย แอนน์ แฮทธาเวย์) ผู้กำลังเก็บผองเพื่อนพ้องแม่มดของคุณมารวมตัวกันทำแผนการเลวร้ายที่ยากเกินคาดทายใจ

4.Freaky สลับร่างฆ่า ล่าป่วนเมือง

Freaky
เรื่องราวการสลับร่างของเด็กสาววัยรุ่นกับฆาตกรต่อเนื่อง ไม่ลลี่ เคสส์เลอร์ สาววัย 17 ปี จากโรงเรียนมัธยมบลิสฟิลด์ คุณกำลังเอาตัวรอดจากความโหดเหี้ยมของเหล่าคนดังในโรงเรียน แม้กระนั้นเมื่อคุณเปลี่ยนเป็นเป้าหมายใหม่ของคนเฉือนเนื้อสัตว์ ฆาตกรต่อเนื่องในเมืองที่คุณอาศัยอยู่
การเป็นผู้เรียนม. ปลายปีในที่สุดจึงเปลี่ยนเป็นเรื่องที่น่าห่วงน้อยลงไป เมื่อกริชโบราณลึกลับทำให้ฆาตกรต่อเนื่องและก็ไม่ลลี่ ตื่นขึ้นมาในร่างที่สลับกัน ไม่ลลี่รู้ว่าคุณมีเวลา 1 วัน ที่จะกลับเข้าร่างของคุณ ก่อนจะสลับร่างกันอย่างคงทน และก็ติดอยู่ในร่างของชายวิปริตในกลางคนตลอดไป
ปัญหาของคุณก็คือ ในช่วงเวลานี้คุณดูเหมือนกับว่าคนโรคจิตรูปร่างสูงใหญ่ยักษ์ ส่วนฆาตกรกลับมีรูปพรรณสัณฐานดังคุณ และก็เต็มไปด้วยความกระหายหิวที่จะฆ่าอย่างโหดเหี้ยมในงานโรงเรียนที่กำลังจะมาถึง ด้วยความให้การช่วยเหลือจากคู่หู ไนลา, โจชัว และก็คนที่แอบชอบคุณ บุ๊กเกอร์ ไม่ลลี่ต้องแข่งกับเวลาที่จะสลับร่างกลับไปสู่ร่างเดิม ส่วนฆาตกรก็พบว่าการอยู่ในร่างกายเด็กสาว เป็นการอำพรางเพื่อฆ่าได้อย่างสนุกสนานในงานโรงเรียน

3.อีเรียมซิ่ง

eream
เรียม เจ้าแม่ตัวริษยาประจำหมู่บ้านบางน้ำกร่อย หล่อนอิจฉาริษยา แรม พี่สาวของตนสุดๆด้วยเหตุว่าพี่สาวอีกทั้งสวยสดงดงามชดช้อยและก็มีกริยาท่าทางมารยาทอ่อนหวาน ซ้ำยังทำขนมอร่อยรสเลิศ ผิดกับตัวคุณเองที่วันๆเอาแต่เที่ยวเล่นสนุกอยู่กับฟักทอง เพื่อนพ้องและก็ญาติสนิท ความต่างกันของ เรียม กับ แรม ทำให้มีอาการชาวบ้านนำเอาไปเทียบอยู่ตลอดเวลา หัวข้อนี้จึงทำให้ เรียม ออกอาการอิจฉาริษยาพี่สาวและก็หาวิธีแกล้งพี่อยู่ตลอด แม้กระนั้นทั้งหมดทุกอย่างก็แปรไปด้วยเหตุว่าการมาของโจรโฉดที่มีนามว่า กลุ่มขโมยฟันแดง พวกมันมากับคาถาอาคมร้ายกาจ และก็หวังมาจับตัวพี่สาวและก็แม่ของคุณไป ทำให้กลุ่มเรียมซิ่งต้องออกโรงและก็เผชิญภัยตามไปช่วยเหลือคนที่อาศัยอยู่ภายในครอบครัวกับภารกิจสุดท้าทาย

2. Doraemon the Movie : Nobita’s New Dinosaur
โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ 2020 ไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ

Doraemon the Movie Nobita's New Dinosaur
เรื่องราวของโนบิตะกับไดโนเสาร์ตัวใหม่ฝาแฝดสีเขียวและก็สีชมพู่ ซึ่งทั้งคู่ตัวมีปีกบินได้ด้วย โนบิตะ โดราเอม่อน และก็ผองเพื่อนพ้อง พากันกลับไปยังสมัยไดโนเสาร์เพื่อเผชิญภัย รวมถึงช่วยเหลือไดโนเสาร์ให้รอดพ้นจากสมัยที่การล้มล้างโลกและก็ภัยอุกกาบาต ดังนี้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ เคยสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับไดโนเสาร์มาแล้วบ่อยมาก ซึ่งในเวลาที่แฟนหนังต้องใจเยอะที่สุดก็คือตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะที่ชื่อพีสุเกะ ที่ส่วนท้ายทั้งคู่ต้องแยกจากกัน เปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งตอนเดอะมูฟวี่ในตำนานที่แฟนหนังจดจำ

1.รักหนูมั้ย

rakneemai
ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจาก เซิ้ง โปรดักชั่น ที่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาได้ประกาศออกมาว่ายอดเยี่ยมในเรื่องราวที่อยู่ในจักรวาลของไทบ้าน ซึ่งในประเด็นนี้ได้ โน่ ภูเขาวเนตร สีชมพู หนึ่งในผู้แสดงของ ไทบ้านเดอะซีรีส์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ และก็ได้ สุรศักดิ์ ป้องศร มาเป็นโปรดิวเซอร์ช่วยควบคุมงานสร้างให้ โดยงานนี้ โน่ ภูเขาวเนตร เผยถึงเรื่องราวในหนัง รักหนูมั้ย ว่าจะมิได้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอีสานหรือวิถีชีวิตที่มีโค ควาย หรือทุ่งข้าว แม้กระนั้นเป็นการเล่าเรื่องราวของอีสานแบบฉบับใหม่ในมุมมองของวัยรุ่นคนสมัยใหม่ที่เข้ามาอยู่ในเมือง มาเรียนหนังสือผ่านตัวผู้แสดงโดยมีฉากหลังเป็นจังหวัดศรีสะเกษ และก็พื้นที่ใกล้เคียง

Open post

ดินาโม เคียฟ – บาร์เซโลน่า

UEFA CL

ลิ่วน็อคเอาท์! บาร์ซาไร้เมสซีบุกซัดไดนาโม เคียฟ 4-0

ทัพอาซูลกรานาที่ไม่มีลิโอเนล เมสซี ได้สี่ประตูครึ่งหลังบุกเอาชนะไดนาโม เคียฟ 4-0 เข้ารอบ 16 ทีมในที่สุด

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดหมายหน 4 ของกรุ๊ป G เจ้าของบ้าน ไดนาโม เคียฟ ปรับทัพจากเกมแรกที่พบกัน ครั้งนี้มาในระบบ 4-3-3 วางแนวรุก ไมวัวลา ชาขว้างเรนโก้เก๋, เบนจามิน เวอร์บิช และก็ คาร์ลอส เด เปนา ล่าตาข่ายผู้มาเยือน
ทางฝั่ง บาร์เซโลนา โรเตชั่นผู้เล่นหลายตำแหน่ง พัก ลิโอเนล เมสซี ที่ไม่มีชื่อในเกมนี้ ออสการ์ ไม่นกวยซา ได้ออกตัวแทน เคราร์ด ปิเก้ สามแนวรุก ตรินเกา, ฟิลิปป์ คูตำหนินโญ, เปดรี้ ทำเกมหลังแผงหน้า มาร์ติน เบรทเวต
รูปเกมในครึ่งแรกเป็นบาร์เซโลนาทีมเยี่ยมที่หาช่องทางเข้าทำเป็นดียิ่งกว่า แต่ว่าไม่มีช่องทางลุ้นประตูจากทั้งคู่ทีม ทำให้เท่ากันอยู่ 0-0 หลังจบครึ่งแรก
Goal! ทีมเยี่ยมได้ประตูขึ้นนำนาที 52 จากจังหวะที่ เซร์จิโญ เดสต์ ฝากบอลให้ เปดรี้ แทงต่อให้ มาร์ติน เบรทเวต สะกิดเร็วต่อให้ เดสต์ หลุดไปยิงด้วยขวา บอลไหลเสียบเสาไกล บาร์เซโลนา ออกนำ 1-0
Goal! ผู้มาเยือนได้ประตูลำดับที่สองนาที จากลูกเตะมุม เปดรี้ เปิดบอลมาเสาแรก ออสการ์ ไม่นกวยซา โฉบโหม่งไปเสาสองให้ มาร์ติน เบรทเวต ชาร์จจ่อๆไม่พลาด บาร์ซาหนีเป็น 2-0
Goal! บาร์ซาได้ประตูลำดับที่สามนาที 70 จากจุดลูกโทษของ มาร์ติน เวรธเวต ฆ่าเข้าไปอย่างเฉียบขาด
Goal! บาร์ซาได้ประตูด้านหลังเกมนาที 90+2 จากสองตัวสำรอง ฆอร์ดี้ อัลบา ได้บอลหลุดไปก่อนตบเข้ากึ่งกลางให้ อองตวน กรีซมันน์ ซัดด้วยซ้ายตุงตาข่าย
ก่อนจบเกม บาร์เซโลนา เอาชนะ ไดนาโม เคียฟ 4-0 คว้าชัย 4 นัดหมายรวดเก็บ 12 คะแนนเต็มเข้ารอบแน่ๆแล้ว ช่วงเวลาที่เจ้าของบ้านมีแต้มเดียว

 

รายชื่อนักฟุตบอลทั้งสองทีม

ดินาโม เคียฟ (4-3-3) : จอร์จี้ บูชเฉลียง; โธมัส เคดซิโอลา, อิลิยา ซาบาร์นยี, วิตาลี ไม่วัวเลนโก้เก๋, อเล็กซานเดอร์ คาราบาเยฟ; วลาดิเมียร์ เชเปเลฟ, วิตัลลี บูยัลสกี้, เดนิส ฮาร์มาช, ไมวัวลา ชาขว้างเรนโก้เก๋, เบนจามิน เวอร์บิช, คาร์ลอส เด เปนา
สำรอง – วาเลนตำหนิน มอร์กาน, เดนิส บอยโก้เก๋, เดนิส โปโปฟ, ทูดอร์ บาลูต้า, เฮอร์ฮี ทซิไตช์วิลิ, บ็อกดาน เลดเนฟ, โอเล็กซานเดอร์ อันเดรฟสกี้, เคลย์ตัน, วลาดีสลาฟ ซูปริอาก้า, ดานิล สคอร์โก้เก๋, แอนตอน โบล
บาร์เซโลนา (4-2-3-1) : มาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเก้น; เซร์จิโญ เดสต์, ออสการ์ ไม่นกวยซา, เกลม็องต์ ล็องเลต์, จูเนียร์ ฟีร์โป้, ไม่ราเล็ม ปานิช, การ์เคส อเลญา; ตรินเกา, ฟิลิปป์ คูตำหนินโญ, เปดรี้; มาร์ติน เบรทเวต
สำรอง – เนโต้, อินากี้ เปนญา, อองตวน กรีซมันน์, อุสมาน เดมเบเล, ริกี้ ปูอิก, ฆอร์ดี้ อัลบา, มาเธอุส แฟร์นันด์สม คอนราด เด ลา ฟูเอนเต้

 

Posts navigation

1 2 3 4 11 12 13
Scroll to top