หนังสยองขวัญWHO? ปิดป่าหลอนหนังไทยสยองขวัญ

Who ปิดป่าหลอน

เนื่องจากหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบที่หนักมากมายวัน วันนี้จึงขอโดดเรียนมหา’ลัย ไปดูหนังไทยพึ่งเข้าเมื่อไม่กี่วันก่อน
“Who…ปิดป่าหลอน” ที่นำแสดงโดย คุณแน็ก ชาลี ที่เราเคยชินแล้วก็เป็นคนมีชื่อเสียงของเราเสียหน่อย ตอนผมไปดูหนังเรื่องอื่นกับสหายตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เห็นป้ายโฆษณาภาพยนตร์หัวข้อนี้ตั้งเอาไว้ โทนสีขาวดำที่เชิญชวนให้ระลึกถึงโปสเตอร์ภาพยนตร์เครือญาติแพร่ง กับเนื้อเรื่องที่จั่วหัว ว่าด้วยเรื่องคนกลุ่มหนึ่ง กับสถานที่ออกแนวปิดตาย ทำให้ผมระลึกถึงหนังแนวสอบสวนของญี่ปุ่น แล้วก็หนังแนวตื่นเต้นของฝรั่ง ที่ว่าด้วยเรื่องคนปริมาณหนึ่ง มารวมตัวกันอยู่ในสถานที่ที่มีความจำกัด และจากนั้นก็กำเนิดเหตุการณ์ที่บังคับ ทำให้จำเป็นต้องเผยธาตุแท้ของกันและกันออกมา เมืองไทยมิได้มีแนวนี้บ่อยมากนัก ผมจึงสนใจมานานนมแล้ว ประกอบกับช่วงนี้ต้องการดูหนังสักเรื่อง แล้วก็อุตส่าห์โดดเรียนมาแล้ว (ความประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดี ขออย่าเอาอย่างนะครับ) เลยจัดภาพยนตร์หัวข้อนี้เสียหน่อย

เนื้อเรื่อง :
นาย “เปี๊ยก” (แน็ก ชาลี) หนุ่มเซอร์ นศ.มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แอบชอบสาวร่วมสถาบัน บังเอิญเห็นสาวคนมีชื่อเสียงกล่าว คุยกับกลุ่มสหาย ตอนที่รุ่นพี่ (ซ้ำชั้นมาจะปีที่ 8 แล้ว) ตั้งโต๊ะเชื้อเชิญรุ่นน้องเข้าค่ายเดินป่าในป่าที่เช้าใจกันว่าเมื่อเข้าไปแล้วบางทีอาจไม่ได้กลับออกมาอีก ว่าต้องการเข้าค่ายเดินป่าดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วด้วย นายเปี๊ยกที่ต้องการตามสาวคนรัก จึงยินยอมเข้าค่ายที่จะพากันไปในสถานที่ที่แค่ฟังการเอ๋ยถึง ก็ไม่น่าไปที่นี้แล้วกับเขาด้วย เมื่อค่ายเริ่มต้นขึ้น นิสิตมหา’ลัยรวม 8 คนได้ไปสมทบกับนายพรานประจำสถานที่ ผู้ช่ำชองที่ในป่าดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วอีก 2 คน ณ สถานีรถไฟใกล้ป่า พร้อมเดินตบเท้าเดินสู่ป่าใหญ่ที่มีกลิ่นบางสิ่งไม่น่าไว้วางใจ ฟ้าที่เปิดเปิดโอกาสตอนลงจากรถไฟ เมื่อ 10 ชีวิตเข้าป่า กลับมืดมนลงทันใดประหนึ่งเป็นลางร้ายบางสิ่ง หารู้ไม่…นี่คือจุดเริ่มต้นของการเสียชีวิตอย่างสม่ำเสมอที่กำลังจะตามมา หรือว่านี่จะเป็นอาถรรพณ์ของป่าที่มิสามารถประมือกันได้ แต่ถ้าไม่ใช่ หรือว่ามันจะเป็น…
Who ปิดป่าหลอน 1-1
ความคิดเห็นต่อเนื้อเรื่อง :
เป็นภาพยนตร์ได้เนื้อเรื่องดี ไม่สิ…จำเป็นต้องเรียกว่าเป็นเนื้อเรื่องระดับเซฟโซนของหนังแนวเดียวกัน แล้วก็เป็นเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับหนังไทย เพราะว่าหนังไทยไม่ค่อยมีแนวนี้เท่าไหร่ ส่วนมากก็ชอบเป็นแนวสอบสวนโทนหนัก หรือไม่ก็แนวผีสางเต็มดูดไปเลยเสียมากกว่า หัวข้อนี้นับว่าเป็นตรงกลางระหว่างแนวสอบสวนแล้วก็ผีสาง ออกแนวมิสเทรี่ ลึกลับ แนวๆใครกันแน่เป็นคนทำ (Whodunit) อยู่เนืองๆ

ความคิดเห็นต่อภาพยนตร์ :
อย่างที่กล่าวไป ภาพยนตร์หัวข้อนี้ได้เนื้อเรื่องเซฟโซนที่ดี ที่เหลือก็คือการถ่ายทอดออกมาให้ดี สมกับที่ไต่ระดับอยู่บนเซฟโซน ผลคือ…ที่มีดี น่าจะมีเพียงเนื้อเรื่องเพียงแค่นั้น ลำดับเรื่อง การถ่ายทอดของภาพยนตร์หัวข้อนี้ค่อนข้างจะงงงัน หยาบ ไม่เรียงร้อยต่อเสียจนถึงคนดูมึน การนำทิวทัศน์เดิมๆกลับมาฉายซ้ำ ทำให้เกิดความรู้สึกซ้ำซากเช่นไรชอบกล ก่อนที่จะถึงหนึ่งในสามทั้งหมดทั้งปวงของภาพยนตร์ คือช่วงปูตัวละครทั้ง 10 ผู้ที่ควรจะเป็นคนเดินเรื่อง แล้วก็ติดอยู่ในป่าร่วมกัน ก่อนเกิดเหตุ เป็นช่วงๆที่เหลวตุ้มเป๊ะที่สุด ต้องการใส่อะไรก็ใส่มาเต็มที่ บทพูดดูผิดธรรมดา ประดิษฐ์ประดอย
นักแสดงนอกเหนือจากผู้ที่เราคุ้นหน้าคุ้นหน้ากันอย่างแน็ก ชาลี อาเล็ก สมชาย ศักดิกุลที่ยกย่องรัก แล้วก็นักแสดงที่ไม่ค่อยคุ้นหน้า แต่ยังเพียงพอเล่นถึงอยู่บ้าง แข็งเสียจนถึงน่าอึดอัดอย่างไม่น่าให้อภัย ผู้กำกับปล่อยผ่านมาได้เช่นไร คำบอกเล่าที่เว้นวรรคของนักแสดงที่เราไม่คุ้นหน้า (แต่จำเป็นต้องถือว่าเป็นตัวละครหลัก เพราะว่าอยู่ในกลุ่ม 10 คน) โดยไม่เป็นธรรมชาติเหมือนกับตัวเองลืมบทกลางทาง แล้วก็ไร้การตัดต่อของคณะทำงานข้างถ่ายทำ ที่ควรจะทำให้มันลื่นไหล นี่ยังไม่นับตัวละครสมทบนอกจากคนทั้ง 10 ที่การแสดงนี่ท่องบทอย่างแกงจับฉ่าย แล้วก็เล่นใหญ่เสียจนถึงเฟคมากมายอีกนะ

กลับมาที่เรื่องเนื้อเรื่อง แล้วก็การดำเนินเรื่อง ถ้าวินิจฉัยแค่เนื้อเรื่องกับการดำเนิน หัวข้อนี้ถือว่าเพียงพอไปวัดไปวาได้บ้าง หากแต่การดูภาพยนตร์ เราจำเป็นต้องนำนักแสดงมาร่วมวินิจฉัย เพราะว่าพวกเขาคือส่วนสำคัญที่ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นออกมาด้วยการแสดงของพวกเขา จาก 10 คน มีนักแสดงมือโปร แล้วก็เล่นถึงอยู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง กล่าวคือ…คนเกินครึ่งของ 10 ผู้ที่เป็นตัวละครหลักสำคัญ เล่นได้ค่อนข้างจะสอบตก ทำให้ผู้ที่แสดงได้โอเคก็ยังหามไว้ไม่ไหว การรับส่งอารมณ์จึงไปไม่ถึงกันแล้วก็กันในหมู่นักแสดง สำเร็จให้คนดูรับอารมณ์ได้อย่างขาดๆเกินๆกลายเป็นไม่อินไปสุดท้าย ภาพยนตร์หัวข้อนี้จึงเกือบจะสอบตกในบัดดล เพราะว่าตัวนักแสดง นี่ยังไม่นับเนื้อเรื่องที่ถึงจะเพียงพอเข้าวัดได้ แต่ก็เรียกไม่ได้ว่าเข้าวัดไปได้ทั้งเรื่องนะ เพราะว่ายังมีบางจุดที่เกิดการกระทำที่ไม่มีเหตุผลอย่างน่างงงันในตัวละครอีกต่างหาก (เพียงจุดนี้ไม่ใช่จุดใหญ่อะไรมากมาย คิดต่อเอาเองได้ หากแต่มันเป็นการคิดเองของคนดู มิใช่ความเกี่ยวเนื่องที่หนังส่งมาให้โดยตรง) โชคร้ายเอามากๆในขณะที่ถ้านักแสดงเล่นดี หรือหามืออาชีพกว่านี้มา หนังหัวข้อนี้บางครั้งอาจจะยกระดับขึ้นมาขั้นหนึ่งเลยทีเดียว อ๋อ…มือตัดต่อ แล้วก็วางลำดับเรื่องด้วย ถ้าจัดให้เรียบร้อยมากกว่านี้อีกนิด น่าจะโอเค ซาวน์ช่วงที่ยังไม่กำเนิดอะไรขึ้นภายในหัวข้อนี้ใส่มาได้ไม่ถูกจังหวะ แล้วก็น่ารำคาญเอามากๆเหมือนกับรายการตัดต่อเองของพวกเด็กที่ทำเล่นกันในยูทูป ยังดีที่ตอนเรื่องเริ่มเดินอย่างเอาจริงเอาจัง ซาวน์ยังเปิดได้ถูกจังหวะอยู่ ช่วงแรกก็กลัวว่าซาวน์จะมาไม่ถูกเรื่องเสมือนครึ่งที่เปิดตัวตัวละครอยู่เสียอีก ถ้ามองดูในแง่การแสดง จำเป็นต้องถือว่านักแสดงผู้อื่นนอกจากผู้ที่โอเคอยู่แล้ว แสดงดียิ่งขึ้นมาหน่อยนึง ไม่ทราบเพราะว่าการบิ้ว ภายหลังจากมีผู้ตายไปทีละคนๆของตัวเรื่องเองหรือเปล่า ที่พาให้คิดว่าเขาแล้วก็คุณเหล่านั้น เล่นเจริญขึ้น

เมื่อตัวละครตายทีละคนๆจนถึงเกือบจะหมดวง แล้วก็เหลือคนอยู่กลุ่มสุดท้ายแล้ว บรรยากาศค่อนข้างจะทำออกมาเจริญ น่าสงสัย หวาดระแวง ไม่น่าเชื่อ และไม่น่าวางใจใครกันแน่ทั้งหมด ถ้าผู้กำกับ หรือมือตัดต่อทำให้บรรยากาศพวกนี้มีตั้งแต่ในช่วงเวลาที่เรื่องเริ่มเกิดขึ้น อาจส่งผลให้การแสดงที่ไม่ถึงขั้นของคนหลายคนในเรื่องถูกมองข้ามไปได้ก็เป็นไปได้ แต่ก็โชคร้าย ที่บรรยากาศนี้อยู่เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆเพียงแค่นั้น

แม้หัวข้อนี้จะดูอย่างกับว่าเป็นอาถรรพณ์ของสิ่งลึกลับในป่าดงพงไพร แต่ดูเหมือนว่า…เรื่องจริงแล้วจะเป็นฝีมือของผู้คนเป็นๆที่ยังมีลมหายใจ (แน็ก ชาลี ให้สัมพาษณ์เอาไว้วภาพยนตร์หัวข้อนี้มิใช่หนังผี) ยิ่งไปกว่านั้น…บางทีอาจอยู่ในกลุ่มชนทั้ง 10 เองอีกด้วย แต่ตอนจบกลับกลายปลายเปิด ปล่อยให้คิดกันเอาเอง แม้ว่าจะมีการใบ้เอาไว้เปลี่ยนๆและจากนั้นก็ตาม นี่บางทีอาจเป็นสิ่งที่คณะทำงานสร้างขึ้นมา เพราะว่าต้องการที่จะให้คนดูเก็บไปถก แล้วก็คิดเองกันอย่างบ้าดีเดือดส์ แต่เสียใจด้วย…มันเป็นสิ่งที่ให้เก็บไปคิดต่อได้อย่างแป๊กเอามากๆซึ่งมันไม่น่าเก็บไปคิดต่อขนาดนั้น

หัวข้อนี้ขอไม่ให้คะแนน สรุปว่าไม่ถึงครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็มก็ตามใจเป็นเพียงพอ
ถ้าเข้าไปดูแบบคาดหวังหนังลุ้นระทึก หาตัวคนร้าย แอคติ้งนักแสดง ผ่านไปได้เลยนะครับ
แต่ถ้าไม่คาดหวังอะไร (เสมือนผม) บางทีอาจดูพอกล้อมแกล้มไปได้

หวังว่าหัวข้อนี้จะเป็นตัวตัดสินใจให้ผู้ที่ไม่เคยดู เลือกได้ว่าจะไปดูหรือเปล่านะฮะ
ส่วนผู้ที่ดูมาแล้ว คิดเช่นไรกับหัวข้อนี้กันบ้างนะครับ ถ้าต้องการคุยเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง ครอบสปอยล์ไว้ด้วยนะ
ผมมีปัญหาจะมาถามท่านที่ดูมาแล้วเพราะ…

WHO? ปิดป่าหลอน

 

Open post
KUMANTHONG

แนะนำกุมารทอง ราคะ-เฮี้ยนพิธีกรรม

กุมารทอง ราคะ เฮี้ยน

นานๆครั้งที่หนังเวียดนามจะได้โอกาสเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราแบบวงกว้างและได้รอบฉายค่อนข้างเยอะ แถมยังเข้าฉายทั้งสองระบบคือกล่าวภาษาเวียดนามและฉบับพากย์ไทยอีกต่างหาก

กุมารทอง KUMANTHONG (Thất Sơn Tâm Linh) ฉบับหนังเวียดนามเรื่องนี้ ได้รับแรงจูงใจมาจากสถานะการณ์จริงในสมัยก่อน โดยตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวอับโชคอย่าง ตรอก (หว่าง เอี๊ยน จีบี) สาวใบ้และหูหนวกที่ดำรงชีวิตอยู่ในหมู่บ้านบ้านนอกของปากแม่น้ำโขง ชีวิตของคุณไม่มีอะไรพิเศษนัก จนกระทั่งวันหนึ่งมีชายแปลกหน้าที่เดินทางล่องเรือมาหยุดที่หมู่บ้าน เขาชื่อ ลลิว ฮวน (กวาง ต๋วน) ที่อ้างตนเองว่าเขาเป็นหมอผีและร่างทรง ซึ่งเขาได้ช่วยเหลือคนในหมู่บ้านจากการโดนมนต์ดำและไสยเวทหลายราย จนกระทั่งประชาชนเริ่มสรรเสริญฮวนอย่างรวดเร็ว
กุมารทอง ราคะ เฮี้ยน 1-1
ไม่นานนักฮวนเริ่มคลั่งไคล้ในตัวตรอก ทำให้เขาตกลงใจขอคุณแต่งงาน เริ่มแรกตรอกรู้สึกโชคดี แต่ไม่นานนักคุณเริ่มค้นพบว่าความรักคราวนี้มากับเป้าหมายแฝง เมื่อคุณได้ค้นพบว่าผัวของคุณนั้นมีสมัยก่อนอันลึกลับ และแผนการร้ายที่ เขาจะดำรงชีวิตมนุษย์เซ่นสังเวยเพื่อประกอบพิธีบาปบางสิ่งบางอย่างให้ไปถึงเป้าหมาย แล้วคุณจะเอาตัวรอดเช่นไรเมื่อค้นรอบตัวไม่มีใครเชื่อ “สาวใบ้” อย่างคุณเลยสักคน
ถึงแม้กุมารทอง KUMANTHONGจะมีวิธีการเดินเรื่องที่มองเชยๆแต่ด้วยใจจริง ใสซื่อและพรีเซ็นท์ทุกๆอย่างแบบซื่อ กระจ่างตามสไตล์ “ภาพยนตร์ไทยโบราณ” เช่น นางเอกที่ช่วยเหลือตัวเองมิได้ สาวตัวร้ายที่เปิดเผยจริตความมารยาให้ผู้ชมเห็นตั้งแต่ทีแรก คนรอบข้างนางเอกที่มองไร้ความเฉลียวฉลาด ตัวร้ายในรอยเปื้อนดารานำชาย ฯลฯ สิ่งพวกนี้ถูกนำไปผูกอยู่กับวิถีแนวคิดที่ว่า “กำเนิดเป็นหญิงแท้จริงตรากตรำ” ได้อย่างน่าดึงดูด
เราจะเห็นตั้งแต่ต้นเรื่องว่าตรอก เป็นสาวใบ้ที่ถูกสังคมกลั่นแกล้งไม่ว่าจะเป็นเด็กๆที่เห็นคุณเป็นตัวขบขัน ประชาชนที่ดูคุณ “ต่ำ” กว่าคนทั่วไป (บ่อยครั้งชอบมีประโยคที่ว่า “คนเป็นใบ้จะไปรู้เรื่องรู้ราวอะไร”) แถมการที่คุณแต่งงานกับฮวน ยังถูกบรรดาหญิงแซ่บๆผู้อื่น ดูคุณว่า หญิงคนนี้มีอะไรดีกว่าตนเองจนกระทั่งถูกผู้หญิงเหล่านี้ลบหลู่ดูหมิ่นด้วยสายตาบ่อย มิหนำซ้ำ หนังยังปรากฏฉากที่ ตรอกวิ่งหนีฮวนด้วยความหวาดกลัว ภายหลังจากค้นพบเรื่องจริงอันน่าตกใจที่ว่าหญิงที่ล่องหนไป เปลี่ยนเป็นศพนอนหัวขาดอยู่ใต้ถุนบ้าน การที่ตรอกวิ่งมาอ้อนวอนจากบิดา แต่กลับโดนผัวตนเองมาลากตัวกลับไปอยู่บ้านไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างหน้าตาเฉย ฉากพวกนี้เป็นสถานะการณ์สะท้อนจิตใจและทำให้ผู้ชมเห็นอกเห็นใจตัวละครตรอก ว่าคุณโดนสังคมทำร้ายในทุกต้นแบบเลยก็ว่าได้
กุมารทอง ราคะ เฮี้ยน 1-2
แน่ๆว่าการที่ผู้ชมได้เห็นนางเอกโดนกระทำย่ำยีมาตลอดทั้งเรื่อง ช่วงจุดสำคัญที่คุณจำเป็นต้องฆ่าให้รอดจากผัวของตน ก็เลยถือเป็นไฮไลท์ที่จัดได้ว่าตื่นเต้น น่าเอาใจช่วยตัวละครอย่างแท้จริง และยังเปิดเผยเรื่องจริงที่ว่าในที่สุดแล้วแม้กระทั่งสังคมทำร้ายคุณแค่ไหน หญิงใบ้อย่างตรอกก็จำเป็นต้องสู้ยิบตา เพื่อตนเองมีชีวิตรอดต่อไป
ถ้าเกิดคนไหนต้องการจะลองสัมผัสหนังเพื่อนบ้านของเราในโรงภาพยนตร์ นี่คือช่องทางที่ไม่น่าพลาด เพราะนานหนปีทีถึงจะมีความรื่นเริงใจจากเวียดนามมาขึ้นจอใหญ่ครับ

กุมารทอง ราคะ-เฮี้ยน

Kumanthong

Open post
มือปืน โลกพระจัน 2

รีวิววิจารณ์หนังหนังยุทธเลิศ

ทำใจไว้แล้วว่าไม่เกี่ยวอะไรกับภาคแรก แม้กระนั้นพอสมควรก็รู้สึกน่าผิดหวังอยู่ดี
หนังมาพร้อม High Concept สูงมาก มีความทะเยอทะยานสูง อีกทั้งการเมือง ดราม่า เอเลี่ยน จนกระทั่งพระผู้เป็นเจ้า การผลิตมนุษย์ แม้กระนั้นดูแล้วเหมือนเมากาว มาเล่าแบบแถๆมากกว่า เสียดายเซ็ทอัพมัน มันพร้อมจะเป็นหนังที่ดีได้ แม้กระนั้นหนังเล่าแบบขาดๆเกินๆจะขบขันก็ไม่ตลกเต็มเปี่ยม / จะขมักเขม้น ก็ไม่ซีเรียสเต็มเปี่ยมอีก ดูทีเล่นทีจริงไปหมด
ในช่วงเวลาที่ผลงานล่าสุด ก่อนหน้านี้ของผู้กำกับยุทธเลิศ อย่าง ดอกฟ้าหมาแจ๊ส ที่ไฮคอนเซ็ปต์เหมือนกัน (ย้อนเวลา) กลับทำได้ดีกว่ามาก เนื่องจากมันไม่เล่าเกินความสามารถ คำพูดตลกหน้าตายก็ลงตัวกับเส้นขมักเขม้นของมัน เลยถูกใจ “ดอกฟ้าหมาแจ๊ส” กว่ามากๆ
แม้กระนั้นมือปืน2 มุขหน้าตายมันล้น เหมือนอยากหน้าตายแม้กระนั้นคาเฟ่ อยากจะขมักเขม้น เพียงแค่ก็เหมือนโว เลยไม่มีอะไรลงตัวทุกสิ่งทุกอย่าง

ฉากแอ็คชั่นก็ทำออกมามั่วๆ ยิงกันก็ไม่ดุดันอะไรเลย ฉากยิงกันใน “มือปืนดาวพระเสาร์” ยังดุดัน มีเลือดฟุ้งกว่า (ไม่นับมือปืนเดิม ที่ทำแอ็คชั่นออกมาดี เนื่องจากหนังมาเวย์ขบขันแอ็คชั่นเต็มตัวอยู่แล้ว)
สิ่งที่ดี ที่เราสัมผัสได้ จากหนังประเด็นนี้ มี 3 สิ่ง
1. เส้นดราม่า โจ๊กโซคูล กับกิ๊บซี่ที่ อยากพาแฟนใกล้ตาย ไปดูแสงเหนือ (เห็นชัดว่ายุทธเลิศยังเล่าเรื่องดราม่าเล็กๆได้ดิบได้ดี)
2. Setting ประเทศไทยหิมะตก ที่ดูผิดตา และไม่ค่อยเห็นในภาพยนตร์ไทยเรื่องไหน
3. เพลงประกอบ ตราบละอองดิน เวอร์ชั่น ลำไยไหทองคำ ทำออกมาเป็นเพลง Dance ดีมาก / ไม่ใช่แดนซ์แบบสายย่อสายตื๊ดนะ เป็นออกมาอินเตอร์เหมือน EDM ที่ได้อิทธิพลแบบ 90’s แล้วก็มีปู่ค่ะนร้องเนื้อหลักเสียงสูง มีลำไยร้องคู่ เป็นคอรัสเสียงต่ำ ซึ่ง ดีมวากกกกกก ถูกใจสุดเว้นเสียแต่ 3 ข้อบนแล้ว ที่เหลือเราก็ไม่จำอะไรอีก

Sodemacom Killer

มือปืนโลกพระจัน 2

Open post
ผีอยากเป็นลูกคน

รีวิวหนังหนังสนุก

Stray1

การที่มีหนังจากรัสเซียมาเข้าฉายในบ้านเรา ก็ถือว่าเป็นใจความสำคัญให้น่าสน ว่าน้านนานจะมีหนังจากรัสเซียมาสักเรื่อง ก็ย่อมเป็นหนังที่มีอะไรดี ถ้าเกิดไม่กวาดรางวัลในบ้านมามากมาย ก็จำต้องทำเงินถล่มทลายถึงได้นำออกไปขายตลาดต่างประเทศ เช่นเดียวกับ Stray หรือชื่อรัสเซียว่า Tvar มีความหมายว่า “สิ่งมีชีวิต” ปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงมาจากนิยายตื่นเต้น ผลงานกวีของ ‘แอนที่นา สตราโรบิเนท ที่ได้รับการตั้งชื่อว่าเป็น สตีเฟน คิง แห่งรัสเซีย ตัวคุณพึ่งได้รางวัล ผู้เขียนดี จากเวที European Science Fiction Award ปี 2018 มาได้ด้วย

นำมาซึ่งการทำให้ Stray เป็นหนังสยองขวัญรัสเซียเรื่องแรกที่ซึ่งสามารถขายไปได้ถึง 30 ประเทศ ฟังดูดีครับ ว่าหนังน่าจะให้รสชาติแปลกใหม่กว่าหนังสยองขวัญฮอลลีวูดที่สร้างกันออกมาแทบล้นตลาด และจากนั้นก็เป็นไปตามคาดนะครับ Stray แปลกใหม่จริงนะครับ มันคือหนังสยองขวัญที่ไม่มีฉากสยองเลย ไม่มีฉากไหนที่เชิญชวนให้ลุ้นระทึกอย่างที่รู้จัก ว่าประเดี๋ยวจำเป็นที่จะต้องตระหนกตกใจ หรือเชิญชวนให้จำต้องเอามือปิดตา มิได้ตระหนกตกใจสักเฮือกจนกระทั่งอยากได้ฉากตุ้งแช่มาสักจึ้กหนึ่ง ทั้งที่พลอตเรื่องเปิดโอกาสให้ใส่ฉากสยองได้มากมาย

รายละเอียดของหนังก็จำต้องกล่าวว่าไม่แปลกใหม่ เป็นพลอตที่ฮอลลีวูดสร้างกันมาไม่รู้เรื่องจำนวนกี่ครั้งแล้วกับการที่คู่ผัว-เมีย ไปรับอุปการะเลี้ยงดูลูกกำพร้ามา แล้วเปลี่ยนเป็นเด็กเปรต อิกอร์ แล้วก็พอลีที่นา เสีย “วานยา” ลูกชายวัย 6 ขวบ ไปด้วยอุบัตเเหตุรถยนต์ ผ่านมา 3 ปี พอลีนายังอาจจะเซื่องซึมทำใจกับการสิ้นไปมิได้ อิกอร์จึงพาพอลีที่นาไปสถานดูแลลูกกำพร้าเพื่อให้เลือกรับเด็กชายสักคนมาอุปถัมภ์ มีเด็กให้เลือกมากมายก่ายกองแต่พอลีนาก็เฉพาะเจาะจงเลือกเด็กชายแปลก แล้วก็มากกว่าแปลกก็คือเด็กชายคนนี้ เป็นเด็กตัวเล็ก รูปพรรณสัณฐานน่ากลัว ผิวขาวซีดเผือด ศีรษะล้าน ตัวไม่มีขนสักเส้น ไม่บอก แต่แผดเสียงข่มขู่แบบสัตว์ร้าย แถมมีเขี้ยวแหลมน่ากลัว ที่สำคัญเด็กชายคนนี้อยู่ในจุดเกิดเหตุ ข้าราชการชายในสถานสงเคราะห์ฆ่าตัวตายด้วยการใช้ปืนจ่อศีรษะตนเอง

ที่ตรงนี้ล่ะนะครับที่อยากจะ เฮ้อออออ ออกมาดังๆหนังไม่เพียรพยายามอธิบายเหตุผลอะไรแม้แต่น้อยว่าเพราะอะไรพอลีที่นาถึงจำเป็นที่จะต้องเฉพาะเจาะจงเอาเด็กน่ากลัวคนนี้กลับไปอยู่บ้าน ทั้งที่น่ากลัว และจากนั้นก็อยู่ในจุดเกิดเหตุมีผู้ตาย ทั้งยังแม่ชี แล้วก็ตำรวจก็ต่อต้านว่าอย่าเอาเด็กคนนี้ไปเลย มันคือแผลรุนแรงมากสำหรับหนังสักเรื่อง ถ้าเกิดเปิดเรื่องด้วยเรื่องสำคัญแล้วไร้ซึ่งเหตุผลเหมาะ มันก็เลยสร้างความกระอักกระอ่วนตั้งแต่ต้นเรื่อง แล้วบทหนังก็ยังไม่อาจจะทำให้ผู้ชมเชื่อตามไปกับความประพฤติขวางโลกของพอลีที่นาได้ เพียงพอเอามาเลี้ยงเด็กแดนนรกก็ยังคงมีกิริยาเยี่ยงสัตว์ร้าย อิกอร์ไม่เห็นด้วย แล้วก็ขอให้พอลีนาคืนเด็กกลับไปที่สถานสงเคราะห์แต่คุณก็ยืนกรานว่าจะเก็บเด็กไว้ แถมยังตั้งชื่อเด็กน้อยว่า “วานยา” ตามชื่อลูกที่เสียไป

Stray 2

หนังก็เดินเรื่องตามแบบนิยมของหนังสยองขวัญ ด้วยการให้อิกอร์สืบหาเบื้องหลังเบื้องหลังของเด็กเปรตรายนี้ แล้วก็หาคำตอบว่าเพราะอะไรผู้ดูแลถึงฆ่าตัวตาย ก็ถือว่าเป็นปัญหาที่วางไว้ให้เราอยากรู้คำตอบถึงที่มาของเด็กเปรต ซึ่งคำตอบก็ถือว่าแปลกใหม่จากหนังฮอลลีวูด เพราะเหตุว่าคำอธิบายถึงตัวตนของเด็กเปรตนั้นพาเอาหลุดโลกกันไปเลย ซึ่งแปลก แต่ไม่รู้เรื่องสึกเหวอหรืออึ้ง ก็ไม่รู้เรื่องว่าปัญหาที่เกิดกับหนังนี้มีมาตั้งแต่ต้นฉบับที่เป็นนิยายหรือมีการเสริมเติมแต่งโดย โอลก้า โกโรเด็ตสกายา ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เหมารวมตำแหน่งปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงนิยายมาเป็นบทภาพยนตร์เองด้วย แต่ปัญหาสำคัญๆของโอลก้า เลย คือเขาไม่อาจจะสร้างบรรยากาศสยองให้กับ Stray ได้แม้กระทั้งนิดเลย สร้างภาพยนตร์สยองแต่ปราศจากความน่ากลัวเลย ก็ถือว่าสอบตกอย่างไม่น่าให้อภัยแล้วล่ะนะครับ เอาว่าไม่ใช่แค่ประเด็นนี้ใจความสำคัญเดียวที่ไร้เหตุไร้ผล แต่ในเรื่องยังมีอีกมาก แต่ถือมาเอ่ยถึงมิได้เพราะว่าเป็นการสปอยล์
อีกจุดที่รู้สึกอี๊มาก คือมาตรฐานซีจีของหนัง ทำออกมาแบบนี้แล้วเห็นได้ชัดว่าวิทยาการงานวิชวลเอฟเฟกต์ของรัสเซีย ตามหลังจีนอยู่ห่างไกลเลย ฉากโชว์ซีจียาวหลายวินาที แล้วไม่ใช่โชว์แบบมืดๆนะ แต่วางกันสว่าง เต็มหน้าจอให้เห็นจะๆกันไปเลย ว่างานของฉันกากแค่ไหน เพราะอะไรกล้าอวดขนาดนั้นนะ
จะหาตรงไหนมาชื่นชอบหนังได้บ้างนะ เอาเป็นงานแสดงแล้วกัน ตัวบิดามารดาน่ะเพียงพอผ่านๆไปได้ ไม่มีฉากจำต้องโชว์ความสามารถในการแสดงอะไรมากมายก่ายกองนัก แต่ที่น่ากล่าวชมคือตัวเด็กเปรตนั่นแหละ ที่จำต้องใส่วิวัฒนาการเข้าไปในตนเองเยอะ ตั้งแต่เป็นเด็กเปรตวิ่งแล้วก็เดินแบบ 4 ขา เปลี่ยนมาเป็นผู้เป็นคนมากยิ่งขึ้น แต่งตัวดี มีผมเผ้าแล้วก็เริ่มสนทนาติดต่อกับบิดามารดาอุปถัมภ์ หลายๆฉากจำต้องสื่อความทารุณไร้มนุษยธรรมผ่านทางสายตา นับว่าบทนี้แบกรับภาระหน้าที่สำคัญของหนังเลยล่ะ

Stray (Tvar)

ผีอยากเป็นลูกคน

Open post
ATTACK ON TITANฟ

หนังญี่ปุ่นผ่าพิภพไททันการต่อสู้กับยักษ์ไททัน

attack on titan

ส่วนตัวแล้วผมได้ยินมาโดยประมาณหนึ่งถึงความนิยมในมังงะและแอนิเมชั่นเรื่อง ATTACK ON TITAN แต่ว่าอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการประกาศสร้างภาพยนตร์และมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสำคัญในหนังโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลง “ชนชาติ” ตัวละครจากคนยุโรปให้เปลี่ยนมาเป็นประเทศญี่ปุ่นด้วยเหตุนี้ก็เลยถูกทำลงรายละเอียดของตัวละครและเบื้องหลังถูกเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร อย่างไรก็ตามเมื่อรายละเอียดปลีกย่อยในมังงะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่แล้ว พอๆกับว่านี่เป็นการยกเครื่องใหม่ ด้วยเหตุนี้การชูเอามังงะมาเทียบกับเวอร์ชั่นหนังก็ดูไม่ค่อยแฟร์นัก

จุดบอดประการสำคัญในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้นเป็นการที่หนังมีเบื้องหลังที่จัดได้ว่าค่อนข้างจะ “สเกลใหญ่มาก” แต่ว่าเพราะทุนสำหรับในการสร้างนั้นแม้จะเป็นหนังทุนสร้างสูงในประเทศประเทศญี่ปุ่นและตาม แต่ว่ามันก็ ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างโลกข้างหลังกำแพงสูงให้ออกมาให้เราเห็นภาพรวมของเมืองมากยิ่งกว่าจะให้คนดูเห็นแต่เพียงหมู่บ้านเล็กๆที่ดูคล้ายกับบรรดาบ้านในหนังจีนกำลังภายใน หรือแม้กระทั่งเมืองชั้นในที่ดูผ่านๆและไม่ได้ให้ความรู้ความเข้าใจสึกว่ามันเป็น “เมืองจริงๆ” ยิ่งไปกว่านั้นการที่หนังไปเลือกโลเคชั่นสำหรับในการใช้ “เกาะฮาชิมะ” อันเป็นเมืองร้างและเป็นตึกสูงที่ดูดำทะมึนน่าขนลุก (ที่เดียวกับที่หนังไทยเรื่องตลกขบขันชิมะโปรเจ็คไปถ่ายทำ) กลับยิ่งทำให้เราไม่ค่อยรู้เรื่องแบบสถาปัตยกรรมในโลกของ ATTACK ON TITAN สักเท่าไหร่ (เพราะว่าหลายสไตล์อย่างมาก) attack on titan

attack on titan 1-1
ยิ่งไปกว่านั้นการออกแบบตัวละครในหนังประเด็นนี้จัดได้ว่าค่อนข้างจะมีความน่าเบื่อหน่ายสูงมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นตัวหนังไม่ได้ให้เวลาสำหรับในการให้ผู้ชมได้โอกาสทำความรู้จักตัวละคร จริงอยู่ที่เราบางครั้งอาจจะได้รู้จะเอเลนผ่านฉากที่เขาอุตสาหะจะเชิญชวนมิคาสะไปที่กำแพงเมืองรวมทั้งตั้งปัญหาถึง “โลกข้างหลังกำแพง” สะท้อนให้มีความคิดเห็นว่าตัวละครเอเลนนั้นมีความมะทะลุ ชอบตั้งปัญหาและอุตสาหะออกมาจากกรอบที่สังคมวางเอาไว้

แต่ยังไม่ทันจะได้เปิดหูเปิดตายักษ์ไททันในตำนานก็แสดงตัวขึ้นและพังกำแพงชั้นนอกเพื่อเปิดทางให้ไททันตัวเล็กตัวน้อยบุกเข้ามาในกำแพงเมืองและไล่กินคนในเขตเมืองชั้นนอกซึ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ทำลายอาคารบ้านเรือน กล่าวได้ว่าเป็นการรุกรานที่ฆ่าล้างบางจนมนุษย์ที่เหลือรอดชีวิตจำเป็นต้องหนีไปยังเมืองชั้นในที่เป็นเขตเศรษฐกิจ
attack on titan 1-2
ตัวหนังกระโจนข้ามช่วงเวลาไปสองปีเอเลนได้อยู่ในกลุ่มทหารที่จำเป็นต้องเดินทางออกไปปราบไททันในเขตเมืองชั้นนอก เพื่อหาทางปิดช่องกำแพงเมืองเพื่อไม่ให้ไททันตัวอื่นๆบุกเขามาได้อีก ภารกิจถัดจากนี้เป็นการที่บรรดาตัวละครในหนังต้องหาทางต่อสู้และเอาตัวรอดจากยักษ์ไททัน ซึ่งตัวหนังก็เล่าออกมาได้ในแบบสูตรสำเร็จตามแนวหนังไล่เชือดตัวละครเป๊ะๆเพียงแต่ว่าตัวละครในหนังประเด็นนี้มีความงี่เง่า โง่ และมีพฤติกรรมเอาตัวรอดที่ค่อนข้างจะไร้สติพอกับหนังประเทศญี่ปุ่นภาคต่ออย่าง BATTLE RPYALE ภาค 2 ซึ่งเว้นเสียแต่คนดูยังแทบจะจำชื่อจริงละครไม่ได้แล้ว ยังต้องการจะให้พวกเขาตายๆให้พ้นจอหนังไปไวๆเสียเชิง

ผ่าพิภพไททัน

Attack on Titan

Open post
ATTACK ON TITAN

นำเสนอattack on titan2เปิดฉากสงครามครั้งสุดท้าย

attack on titan part 2

ภายหลังดูภาคแรกจบไปแล้วโดยที่ไม่รู้เรื่องราวจากหนังสือการ์ตูนมาก่อน ผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยภาคจบเพื่อจะดูว่ามันจะขมวดปมทั้งหมดอย่างไร เพราะภาคแรกถ้าละเลย CG ที่เอาคนวางเดินบน bluescreen แล้วตัดต่อมีอิสรภาพทันแต่ว่าออกมาเสมือนยักษ์ในหนังจักรๆวงศ์ๆก็นับว่าทำได้ดีพอสมควร ด้วยเนื้อหาและความมันส์หลายๆอย่างรวมกัน เพียงพอมาภาคสองก็เลยจะต้องดูว่าท้ายที่สุดแล้วจะมันส์กว่าภาคแรกมั๊ย และจะจบอย่างไรหนังออนไลน์มันๆ

หนังเปิดเรื่องด้วยการเล่าเกริ่นย้อนไปในภาคที่แล้วเล็กน้อยเพื่อเรียกความจำของคนดู และเข้าเนื้อหากันเลยในทันที เพราะหนังปูมาตั้งแต่ภาคที่แล้ว คนดูรู้และเข้าใจดีแล้วล่ะว่าอะไรเป็นอะไร แต่ว่าหนังกลับกลับหัวข้อจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยเน้นในเรื่องเกี่ยวกับการมานะเอาตัวรอดของคนเราจากไททันทั้งหลาย เปลี่ยนมาเป็นหนังเกี่ยวกับการบ้านการเมืองชนชั้นการปกครองซะอย่างนั้น ซึ่งจุดเด่นของเนื้อเรื่องที่มีมาจากภาคแรกถูกเอาทิ้งหมด
attack on titan part 2 1-1
ในภาคนี้พวกเราแทบจะไม่เห็นยักษ์ไททันเลย มองเห็นแค่เดินผ่านไปผ่านมา แต่ว่าไม่ได้แสดงอิทธิฤิทธิ์อะไรให้ดูน่าสะพรึงกลัวเลย ตัวยักษ์ไททันที่พวกเราจะได้มองเห็นในภาคนี้กลายเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างมาสู้กันให้พวกเราดู เสมือนดูหนังยอดมนุษย์ ซึ่ง CG ในขณะที่อุลตร้าแมนสองตัวออกมาก็ไม่ได้เนียนอะไรมากมาย แค่แปลงจากยักษ์ไททันหน้าเอ๋อๆที่ดูราวกับว่ายักษ์จากละครจักรๆวงศ์ๆช่อง 7 รุ่งเช้า มาเป็นอุลตร้าแมนของช่อง 9 การ์ตูน ดูแล้วก็ตลกดี แต่ว่าไอ้เจ้ายักษ์หน้าเอ๋อมันยังดูหลอนโรคทางจิตกว่าดูอุลตร้าแมนตีกันซะอีก แต่ว่า CG ในส่วนที่เยี่ยมก็มีนะครับ ผมชอบในขณะที่สู้กับไททันตาแป๊ะนายพล มันดูค่อยสมกับเป็น Computer Graphic หน่อย ซึ่งช่วงนี้เยี่ยมที่สุดในเรื่องละ
attack on titan part 2 1-2
เรื่องอารมณ์ของหนังภาคนี้ก็ไม่ได้มีอะไรดึงอารมณ์คนดูให้สนุกสนานตื่นเต้นตามได้แม้แต่น้อย อารมณ์หนังมันดูขัดๆกันตลอดทั้งเรื่อง คิดจะตัดก็ตัด คิดจะยืดก็ยืด อารมณ์นักแสดงก็ด้วยเหมือนกัน อยู่ดีๆคิดจะโหวกเหวกโวยวายก็แพล่มขึ้นมาซะอย่างนั้น คิดจะซึ้งก็ซึ้งกินใจ มันไม่มีความต่อเนื่องเลย ซาวนด์ประกอบก็ไม่ได้ช่วยอะไรตัวหนังเลย จนกระทั่งผมสงสัยว่าเพราะเหตุใดภาคแรกกับภาคนี้มันช่างแตกต่างเยอะแยะขนาดนี้ ภาคแรกทำมาซะดีมาตกม้าตายเอาภาคจบซะงั้น และส่วนท้ายมี End Credit ที่ให้รอดู แต่ว่าดูแล้วก็ไม่ได้ทำให้อยากจะดูต่อเท่าใด เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรที่สนับสนุนเรื่องราวเหล่านั้นเลย

Attack on Titan Season 2

ผ่าพิภพไททัน ภาค2

Open post
Avengers Endgame

หนังใหม่รีวิว Avengers: Endgame

Avengers ENDGAME 1

ตกลงว่า ไม่ว่าใครจะนับว่ามากหรือน้อยเพียงใด ถือว่าเป็นการสปอยล์หนังหรือเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่องหรือเปล่ารวมทั้งยังไง ชื่อหนัง Avengers: Endgame ผลงานควบคุมของสองญาติรุสโซก็บอกตัวมันเองอย่างโทนโท่ว่า นี่เป็นตอนจบหรือข้อสรุปของอภิมหาตำนานคุ้มครองปกป้องจักรวาลรวมทั้งโลกของเหล่าซูเปอร์วีรบุรุษ (นับจำนวนไม่ถ้วน) ที่คนทำหนังอุตส่าห์ปลุกปั้นรวมทั้งฟูมฟักมายาวนาน สิริแล้วใช้เวลา 11 ปี ประกอบไปด้วยหนังในเครือข่ายจักรวาลมาร์เวลทั้งหมดทั้งปวง 22 เรื่อง

แล้วก็อย่างที่รู้กันว่า Avengers: Endgame เป็นตอนต่อโดยตรงจาก Avengers: Infinity War (2018) สิ่งที่อนุมานได้ไม่ยากก็คือ ภารกิจสำคัญของหนังเรื่อง Avengers: Endgame ย่อมหนีไม่พ้นการสานต่อเนื้อหาของตอนก่อนหน้าที่จบลงอย่างประเภทที่แทบไม่หลงเหลือความปรารถนาใดๆให้กับผู้ชมอเวนเจอร์ 4

บรรยายสรุปอย่างย่อย่น เหล่าซูเปอร์วีรบุรุษทั้งทีมอเวนเจอร์สรวมทั้งกลุ่มกัปตันอเมริกา (ซึ่งผิดใจกันในเชิงอุดมการณ์ในตอน Captain America: Civil War) จบลงด้วยความปราชัยอย่างหมดรูป หัวหน้าทีมอย่าง โทนี สตาร์ก กำลังพบเจอวาระสุดท้ายของตนเองนอกโลก แม่ทัพนายกองคนไม่ใช่น้อยจำต้องเปลี่ยนสภาพเป็นเถ้าละออง เนื่องจากพลังจากการ ‘ดีดนิ้ว’ ของ ธานอส จอมคนร้ายเจ้าของถุงมือมหาประลัย ซึ่งประดับประดาไว้ด้วยอัญมณีครองโลกทั้ง 6 ก้อน หรือถ้าจะกล่าวให้ครบบริบรูณ์ ไม่ใช่เพียงแค่เหล่าซูเปอร์วีรบุรุษราวๆครึ่งค่อนที่ม้วยมรณามรณา แม้กระนั้นครึ่งเดียวของทุกๆชีวิตในระบบกาแล็กซีก็จำต้องพลอยล้มหายตายจากไปด้วย จากแนวนโยบายอันอำมหิตรวมทั้งทารุณของจอมเผด็จการธานอส ผู้ซึ่งมองว่านั่นเป็นแนวทางเดียวที่จะพิทักษ์รักษาให้จักรวาลคืนสู่ความสมดุลรวมทั้งอยู่รอด

Avengers ENDGAME 2

เอาง่ายๆในด้านของการเล่าเรื่อง Avengers: Endgame ไม่มีทางเลือกมากสักเท่าไรนัก เว้นแต่เก็บองค์ประกอบที่หักพังทลายรวมทั้งร้าวฉานจากภาคก่อนหน้า รวมทั้งค่อยๆเอามาประสานให้เข้าที่เข้าทาง รวมทั้งในขณะที่การเริ่มต้นเอ่ยถึงเนื้อหาของหนังเรื่อง Avengers: Endgame สุ่มมีความเสี่ยงต่อข้อกล่าวหาว่าเฉลยปมหรือจุดหักเหสำคัญของเรื่อง ว่ากันตามจริง แท็กติกรวมทั้งแนวทางการที่คนทำหนังพาเหล่าตัวละครออกไปจากมุมอับในช่วงท้ายของตอนก่อนหน้า รวมทั้งเป็นจุดเริ่มของเวลานี้ เว้นแต่ไม่ได้เป็นของแปลกใหม่ ยังเป็นลูกเล่นเดียวกันกับหนังเกรดบีแนว Cliffhanger ในช่วงทศวรรษ 1950 ไม่มีผิดเพี้ยน หรือระบุให้แน่ชัดอีกนิด จุดเริ่มเนื้อหาของ Avengers: Endgame ไม่ได้มีสถานะเป็นความลับเท่ากับเซอร์ไพรส์ ซึ่งว่าไปแล้วผู้สร้างก็ทิ้งปมเอาไว้ภายใน End Credit ของในระหว่างที่แล้วพอควร รวมทั้งน่าเชื่อว่าไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความมุ่งมาดสำหรับเหล่าสาวกมาร์เวลสักเยอะแค่ไหน แต่กันตามจริง คนทำหนังจำต้องทำอะไรสักอย่างอยู่แล้วเพื่อให้เรื่องดำเนินไปต่อได้ หัวข้อจึงอยู่ที่ว่ามันมองแนบเนียนรวมทั้งมีเหตุผล หรือว่าเป็นเพียงแต่การทรยศคนดูอย่างหน้าไม่อาย ซึ่งในกรณีของ Avengers: Endgame ก็คงจะจำต้องพูดว่าคนทำหนังสามารถเอาตัวรอดไปได้อย่างลอยนวล

Avengers Endgame

อเวนเจอร์ส เผด็จศึก

Open post
Vagabond

ซีรีส์มันส์ๆซีรี่ส์ลุ้นระทึก

Vagabond 1 2019

รีวิวVagabond เจาะแผนลับเครือข่ายเมืองนรก (คลิกรับดูได้ที่นี่) ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ของเกาหลีที่ฉายร่วมกับ Netflix ในฐานะซีรีส์ออริจินัล หนังฉายพร้อมเกาหลีอาทิตย์ละ 2 ตอน คืนวันศุกร์กับเสาร์ เกิดเรื่องราวเกี่ยว “ชาดัลกอน” ผู้แสดงนำชายที่มีอาชีพสตันท์แมนออกตามล่าหาต้นเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก ซึ่งเหยื่อผู้โชคร้ายมีถึง 211 คน ไม่มีผู้ใดรอดชีวิต แล้วก็หลานชายเขาเป็นหนึ่งในนั้น แม้กระนั้นแล้วผู้แสดงนำชายกลับได้เค้าเงื่อนจากวิดีโอที่ถ่ายไว้โดยหลายชายบนเครื่องก่อนตก พบว่ามีชายผู้รอดพ้นจากความตาย 1 คนจากบนเครื่อง แม้กระนั้นไม่มีในรายชื่อผู้โดยสารว่าเป็นคนใด ยิ่งตามสืบเท่าไหร่เรื่องราวกลับยิ่งใหญ่โตเกินกว่าที่เขาคาดการณ์

รีวิวส่วนแรกนี้จะเป็นการรีวิวจาก 8 ตอนแรก ซึ่งซีรีส์นี้มีทั้งผอง 16 ตอน (รีวิวต่อจาก 8 ตอนแรกจะอยู่ส่วนท้ายบทความรีวิว) ซึ่งจาก 8 ตอนแรกนี้เรื่องยังไม่ถึงตอนเปลี่ยนไปแบบที่เปิดมาในตอนแรกว่าผู้แสดงนำชายดูเหมือนจะกลายเป็นนักฆ่าไปแล้ว ซึ่งเรื่องราวจะย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งผอง ปูให้มีความคิดเห็นว่าผู้แสดงนำชายกับหลานชายมีชีวิตอยู่กันสองคน แล้วก็เป็นชีวิตที่มิได้สุขสบายนัก เพราะอาชีพสตันท์แมนของผู้แสดงนำชายก็มิได้มีรายได้เยอะแค่ไหน แถมในที่สุดก่อนหลายชายขึ้นเครื่องบิน ก็ยังมีดราม่าทะเลาะกันอีก ทำให้กลายเป็นเงื่อนใหญ่ในชีวิตที่ทำให้ผู้แสดงนำชายก้าวถัดไปมิได้ ถ้าหากทำให้เรื่องนี้แจ่มกระจ่าง

Vagabond 2 2019

หนังอัดฉากแอ็กชั่นใส่เอาไว้ข้างในเรื่องเยอะแยะดูเหมือนจะทุกตอน โดยเฉพาะตอนแรกที่ใส่มาแบบจัดเต็ม พร้อมกับโชว์สกิลสตันท์แมน + ฟรีรันนิ่งไล่ตามคนร้ายไปทั่วทั้งเมืองในประเทศโมร็อกโก ซึ่งทำออกมาได้ระทึกน่าติดตาม แม้กระนั้นออกแนวคุยโวเกินจริงมากมายไปสักนิด อย่างฉากที่ผู้แสดงนำชายกระโดดลงจากตึก 3 ชั้นมาหยุดรถที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง แต่แทบจะไม่เป็นอะไรลุกมาบู๊ต่อสดเฉย ซึ่งฉากแอ็กชั่นอีกทั้งเรื่องถ้าหากไม่คำนึงถึงความสมจริงสมจังเอามันก็พอจะหยวนๆไปได้ แม้กระนั้นถ้าหากดูความสมจริงสมจังหนังกลายเป็นโอเวอร์มากจนเกินไปหลายแบบ รวมทั้งฝั่งตัวร้ายที่ดูแอ็กติ้งการแสดงเหลือเกินจนถึงไม่รู้สึกน่าไว้วางใจสมบทบาท ซึ่งมีตลอดตัวร้ายฝรั่งแล้วก็เกาหลีที่ราวกับอีกทั้งเรื่องจะมีคนดีไม่กี่คนเพียงแค่นั้น เรียกว่าใส่มาเยอะเกินจนถึงไม่ต้องทายใจว่าคนใดอาชญากร ด้วยเหตุว่าบทแทบเล่นแบบเฉลยคำตอบให้รู้ไปหมดว่าคนใดเหลวแหลก แทบจะไม่ต้องทายใจอะไรทั้งสิ้นvagabond ซับไทย

หนังมีส่วนของการไต่สวนตามหาหลักฐานต่างๆเยอะ หากแม้ในส่วนรายละเอียดการไต่สวนกลับเกมฝั่งอาชญากรกับฝั่งผู้แสดงนำชายจะดูบันเทิงใจดี แม้กระนั้นราวกับหนังเพียงแค่ตั้งอกตั้งใจใส่มาเป็นพล็อตให้มีแอ็กชั่นหรือการไล่ล่าประกอบในตอนเพียงเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็จบ ทำลายแล้วก็แล้วก็ปิดหลักฐานไปกล้วยๆไม่ค่อยมีความคิดว่าเรื่องราวมีเก็บความลับอะไรไว้สักเท่าไหร่ แถมยังรีบเฉลยคำตอบอะไรต่างๆแบบไวทุกตอน แม้กระนั้นก็อาจจะไม่ใช่หัวใจหลักของเรื่องราวหลัก ด้วยเหตุว่านี่ยังเป็นเพียงแค่ขั้นแรกๆเพียงแค่นั้น หนังอาจจะยังมีทีเด็ดอะไรมากกว่าเรื่องราวที่ปูในตอนแรก ด้วยเหตุว่าเปิดเรื่องมาผู้แสดงนำชายก็กลายเป็นนักฆ่าไปแล้ว ไม่เหมือนกับที่ตอนเดี๋ยวนี้ยังเป็นคนธรรมดาอยู่

(อัพเดท ep7-8) ในส่วนของ EP7-8 จะเล่นเรื่องราวสลับไปมาระหว่างเกาหลีกับโมร็อคโก รวมทั้งมีสถานะการณ์สำคัญเกิดขึ้นทั้งคู่ประเทศนี้พร้อม เป็นการแบ่งงานกับสืบเรื่องราวที่เริ่มใหญ่บานปลายขึ้นเรื่อยๆในจุดนี้ทำได้ลุ้นแบบเฉียดไปมาตลอด แม้กระนั้นก็ติดที่ฉากแอ็กชั่นหลายฉากไม่สมจริงเอามากๆอย่าง EP8 ที่ข้างผู้แสดงนำชายโดนถล่มล้อมยิงด้วยอาวุธการศึกเป็นชุด แต่ใช้ปืนพกสู้ยิงสวนได้หน้าตานิ่ง แถมรถที่ถูกยิงพรุนลูกปืนกลับผิดคนในรถเลย ซึ่งจากที่ดูคนสร้างอาจมิได้มีความรู้สึกว่าจะก่อให้สมจริงอะไรมากมายอีกแล้ว เรียกว่าเป็นหนังเน้นย้ำมันระห่ำไว้ก่อนก็พอ ซึ่งถ้าหากคนใดไม่สนใจในจุดนี้ก็นับว่าหนังทำออกมาได้บันเทิงใจแล้วก็สเกลใหญ่เกินกว่าซีรีส์ปกติมากมาย

Vagabond

เจาะแผนลับเครือข่ายเมืองนรก

Open post
ดาบมังกรหยก 2019

รีวิวซีรีส์รีวิวดาบมังกรหยก 2019

ผมรู้สึกถูกใจเวอร์ชั่น2019มากมายๆไม่ด้อยไปกว่า2003หรือ2009 หรือผมถูกใจนิยายประเด็นนี้อยู่และจากนั้นก็ไม่เคยรู้เลยดูได้ทุกเวอร์ชั่น 5555+
ดูถึงตอน22จัดว่าครึ่งเรื่องละ สร้างออกมาได้ตรงกับคำโคลง80-90%
บทต่างๆก็ทำเป็นพอดี บางจุดสั้นกระชับไปหน่อยแม้กระนั้นก็หยวนๆไปละกัน จุดที่เสริมเข้ามาก็ไม่กินเวลามากมาย
ผู้แสดงนำหญิงทุกคนงามระดับเป็นนางเอกหนังเรื่องอื่นได้เลย ดูแล้วเหมือนเอานางเอกหนังหลายๆเรื่องมารวมในเรื่องเดียวกัน
นักแสดงคนอื่นๆก็เล่นดี เอิ้ยเซียว(หยางเซียว)บทเด่นกว่าทุกเวอร์ชั่น
ฉากต่อสู้เบื่อตรงที่มักจะทำฉากสโลวหลบแบบหวุดหวิดบ่อยเกินไป เหมือนเอาแต่มุขเดิมมาใช้ นอกเหนือจากนั้นก็โอเค
ซีจีทำเป็นคลื่นลมขว้างรณก็จัดว่าไม่เวอร์เกินไป ไม่มีปลดปล่อยฝ่ามือระยะไกลระเบิดตูมตามแบบเวอร์ๆ
แม้กระนั้นดาบมังกรหยก2019รู้สึกกระแสเฉยๆในพันทิปก็ไม่ค่อยมีกระทู้เอ๋ยถึง ในระหว่างที่มังกรหยก2017ออกฉายกระแสบูมมากมายๆ
สงสัยคนถูกใจมังกรหยก1-2มากกว่าดาบมังกรหยกดาบมังกรหยก 2019

จริงๆแล้วกระทู้นี้ผมอยากเอ๋ยถึงคำโคลง
ในมังกรหยกทั้ง3ภาค ผมถูกใจดาบมังกรหยกเยอะที่สุด ประเด็นนี้เป็นนิยายลำดับที่9จาก15เรื่องของกิมย้ง จัดว่าอยู่ในตอนกำลังพีคของผู้แต่ง
ในพันทิปคนชอบเอ่ยถึงมังกรหยก1-2มากกว่า แม้กระนั้นโดยส่วนตัวผมแล้ว ดาบมังกรหยก ถือได้ว่านิยายพลังภายในที่ใช้ศิลป์การประพันธ์ได้อย่างยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่ของกิมย้ง

เป็นเยี่ยมในดาบมังกรหยกที่รีเมคออกมาแล้ว ทำเป็นสะดุดตา ผ่านไปอีก 10 ปีก็น่าจะเป็นหนึ่งในเวอร์ชั่นที่คนยังชื่นชมกันอยู่ แม้กระนั้นโชคร้ายว่ามีจุดที่ไม่สมูทหลายสิ่งหลายอย่าง แม้ว่าคิวบู๊จะทำเป็นดี แม้กระนั้นใช้ฉากสโลว์มากมายไป และก็ช่วงท้ายรีบดำเนินเรื่องจนกระทั่งน่าผิดหวัง ดัดแปลงแก้ไขเนื้อหาจากนิยายในช่วงท้ายพอควร แม้กระนั้นในภาพรวมแล้วจัดว่าทำเป็นสนุก

ดาบมังกรหยก

The Heaven Sword and Dragon Saber

Open post
Friend Zone

หนังไทยแห่งปี Friend Zone หนังสำหรับคนชอบเพื่อน

friend zone เต็มเรื่อง

“เป็นเพื่อนกันก็ดีแล้วอยู่แล้วนี่ ?”
หนังอีกเรื่องของค่าย GDH ที่เข็นหัวข้อโดยในหมู่วัยรุ่นออกมาเป็นหนังต่อเนื่อง คราวนี้ก็เอาเรื่องเล่าสุดจี๊ดที่หลายคนพบในช่วงวัยรุ่นมาเสิร์ฟอีกเช่นเคย ในช่วงเดือนแห่งความรักแบบนี้ เรื่องก็กล่าวถึงราวของเพื่อนสนิทชายหญิง ปาล์ม-กิ๊ง ที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยุคเรียน รอผลัดกันช่วยเหลือ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน รออยู่ข้างๆกันมาตลอดจนมหาลัย จนกระทั่งปฏิบัติงาน
หลังจากสถานะการณ์นึงที่เกิดขึ้นกับกิ๊ง ทำให้ปาล์มอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง รวมทั้งมารอดูแลตามภาษาเพื่อนเกลอ แต่ว่าแล้วเส้นกั้นบางๆระหว่างคำว่าเพื่อน กับแฟน ที่เริ่มเลือนราง ก็ทำให้ทั้งคู่เริ่มรู้สึกถึงสัญญาณบางอย่าง ที่ทำให้อะไรๆมันไม่อย่างเดิม “เฟรนโซน”ที่เคยประกาศกันไว้กระจ่างเริ่มปรากฎวิถีทางข้ามผ่าน เวลาที่เดินทางไปที่ต่างๆร่วมกันนั้น บางอย่างก็เติบโตในหัวใจของ ปาล์ม รวมทั้งกิ๊งมากขึ้นเรื่อยและไม่แน่ว่า เรื่องราวเสี่ยงอันตรายที่ฝ่าฟันกันมาทั้งปวงนี้จะมีผลให้ทั้งคู่ได้เริ่มต้นทางแฟนสักครั้ง หรือจบทางเพื่อนกันแน่ !
friend zone เต็มเรื่อง 1-1

ผู้กำกับ : ชยนพ บุญประกอบ (ที่เคยทำเรื่อง เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ, ซักซี้ด ไม่ดีขั้นเทพ)
ดารานำ : นาย ที่ประเสริฐ เสียงสมบุญ(ปาล์ม), ใบเฟิร์น พิมพ์พ่อ ลือยอดเยี่ยมไพบูลย์(กิ๊ง)
(+) ทุกนักแสดงบทพูดดีมาก โดยเฉพาะปาล์ม-กิ๊ง ที่คุยกันถูกคอแบบเพื่อน การหยอกเย้าต่างๆคำบอกเล่าปลอบประโลมในซีนดราม่า ไม่บอกนี่นึกว่าหนังไม่ใช้สคริป ฟังดูแล้วเป็นธรรมชาติเอามากๆจนกระทั่งเกือบจะแยกไม่ออกเลย
(+) หนังดำเนินเรื่องบันเทิงใจมีท่วงที บทวางมาดี โดยเป็นการบอกเรื่องราวผ่านการเล่าเรื่องของผู้แสดงนำชายในงานแต่ง โดยมีเพื่อนร่วมชะตาชีวิตอีกสามคนเป็นคนฟัง สไตล์จะเป็นการเดินทางไปหลายๆที่ สลับเล่าย้อนอดีตเป็นปีตั้งแต่ยุคในรั้วสถานที่เรียนจนกระทั่งปี 2019 เดี๋ยวนี้
(+) มุกตลกโปกฮาบอกเลยว่าโคตรโดน รวมทั้งจี๊ดทุกอัน เล่นเอานั่งขำกันลั่นโรง เป็นตลกโปกฮาแบบมีท่วงทีนะ เอาสิ่งที่ทุกคนเคยพบช่วงวัยรุ่น ตอนกำลังมีความรัก ตอนถูกทิ้ง หรือถูกเฟรนโซนมาขยี้ได้สุดยอดมาก รวมทั้งเกือบจะไม่ได้ใช้คำพูดที่ไม่สุภาพและหยาบคายเลย
(+) ปาล์ม-กิ๊ง แสดงดีเช่นเดียวกันเพื่อนกันมานานมากจริงๆรู้เรื่องรู้ราวลับกันหมดไส้หมดพุง พูดคำเดียวก็อ่านกันออกหมดเปลือก ผลัดช่วยเหลือเจือจานกันมาตลอด friend zone เต็มเรื่อง

friend zone เต็มเรื่อง 1-2

ใบเฟิร์นนี่แสดงท็อปฟอร์มมากเรื่องนี้ ฉากดราม่าก็ทรงประสิทธิภาพแอ็กติ้งล้นเหลือทำเอาซึ้ง รีดน้ำตาซึมไปหลายซีน นางมองอินเสียดูใจราวกับมีคนทิ้ง มีบุคคลภายนอกใจมาจริงๆส่วนปาล์มก็เล่นเป็นบทเพื่อนที่แสนดีของกิ๊งได้สุดจัดปลัดบอกจริงๆตั้งแต่ให้ยืมตัง รอช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ไปไหนร่วมกันตลอด เรียกได้ว่าพ่อพระของเรื่องเลยก็ว่าได้
ส่วนแก๊งเพื่อนสมทบอีกสามคนก็แสดงได้จี๊ดพอได้ โดยเฉพาะ หนุ่มตี๋ สุขพัฒน์ นี่เห็นท่าทางความอินของมึงหน กรี๊ดแตกฮาลั่นกันทั้งโรงเลย ยิ้มเล่นจนกระทั่งสุดสายกันจริงๆ
(+) คณะทำงานทำการบ้านมาดีมากๆเรื่องเรื่องต่างๆคำบอกเล่าจี๊ดๆโดนๆที่วัยรุ่นเคยพบ เคยอยู่ในสถานะการณ์กันมาแล้วทั้งหมด ซึ่งก็เป็นจุดเด่นของ GDH อยู่แล้ว
(+) มุมกล้องถ่ายภาพในหนังถ่ายมุมงามดี สีสดสวยงาม เลือกเวลารวมทั้งโลเกชั่นได้ดิบได้ดีมาก ยิ่งช่วงที่บินกันไปยังต่างประเทศนี่ ร้องว้าวเลยจริงๆรู้สึกได้ถึงความลงทุนลงแรงของคณะทำงาน
(+) หนังเรื่องนี้ให้หัวข้อข้อคิดเตือนใจดีมาก ทั้งความเป็นมิตร การดำรงชีวิต การเลือกสิ่งที่ดีให้ตนเอง วิธีก้าวข้ามความหวาดกลัวด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ
จากเพื่อนสู่แฟนคือความเคลื่อนไหวที่มีความเสี่ยง ซึ่งผลตอบแทนนั้นก็คุ้มสำหรับบางบุคคล มีทั้งคนที่เจ็บช้ำ รวมทั้งสุขสบาย รวมทั้งชี้ให้เห็นว่าบางคราว เฟรนโซน ก็ไม่ได้ห่วยเสมอ แต่ว่าเป็นเพียงการเสนอหนทางใหม่ๆให้กับเรา ว่าจะทนอยู่แบบนี้ต่อไป หรือยอมตัดใจเดินหน้าไปพบปะกับคนใหม่ๆที่อาจรอคอยอยู่ที่ใดสักแห่ง
(-) มีช่วงที่การเล่าเรื่องเฉื่อยๆนิดๆเพราะจุดโฟกัสลำดับที่สองนักแสดงเพื่อนคู่หู ปาล์ม-กิ๊ง มากเกินไป คนใดกันแน่ที่รังเกียจลุค หรือค้างแรกเตอร์สองคนนี้ก็บางครั้งอาจจะเอือมนิดๆเพราะต้องพบตลอดทั้งเรื่อง
(-) หนังบางครั้งอาจจะออกแนวเฉพาะกรุ๊ปไปสักหน่อย ย้ำให้กำลังใจผู้ที่กำลังตกอยู่ในเฟรนโซน คนใดกันแน่มีความรักดีอยู่แล้ว บางครั้งอาจจะไม่อินไม่จี๊ด ไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวความคิด เท่าผู้ที่กำลังคอยราวกับผู้แสดงนำชาย
friend zone เต็มเรื่อง 1-3
โดยรวมเอาไป 8/10 เลยแล้วกัน เล่าบันเทิงใจละมุนมาก มุมกล้องถ่ายภาพงาม รู้สึกได้ถึงความละเอียดถี่ถ้วน หัวข้อวัยรุ่นมีการค้นคว้ามาอย่างดี มุกตลกโปกฮาเยี่ยมฮาลั่นรวมทั้งจี๊ดทุกอัน การแสดงโคตรดีตีบทแตกละเอียด อินกันชนิดจะเครียด จะร้องไห้กันตามไปทั้งโรง แถมให้ข้อคิดเตือนใจจุใจจนกระทั่งเอาไปนอนกอดที่บ้านได้เลย ถึงจะมีบางประเด็นที่บางครั้งอาจจะจบไม่สะสางไปบ้าง รวมทั้งการเล่าเรื่องที่แอบเนือยบางจุด แต่ว่าโดยรวมและจากนั้นก็เป็นหนังคุณภาพอีกเรื่องนึงเลยครับ
คนใดกันแน่ตามหนังค่าย GDH อยู่แล้วเหมาะสมไปเก็บให้ครบอย่างมาก หนังค่ายนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
ปล. เรื่องนี้อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความรักที่ดีอยู่แล้ว หรือไม่เคยมีปัญหาด้านนี้ เพราะมีความคิดหลายแบบในหนังที่คุณอาจขัดใจ รวมทั้งจะไม่อินสักเท่าไหร่

Friend Zone

ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน

Posts navigation

1 2 3 6 7 8 9 10 11 12 13
Scroll to top