Open post
รับสร้างโกดังสําเร็จรูป

เพราะเหตุใดลูกค้าโดยมากเลือกสร้างโรงงานกับพวกเรา

สร้างโรงงานกับเราโรงเก็บของสำเร็จรูป WHY HAPPY WAREHOUSE : ทำไมลูกค้าส่วนใหญ่เลือกสร้างโรงงานกับเรา รับสร้างโกดังสำเร็จรูป

1. แข็งแรงด้วยส่วนประกอบสำเร็จรูป TRUSS ตามหลักวิศวกรรม

2. มัธยัสถ์ค่าส่วนประกอบกว่า 40%

3. มัธยัสถ์ค่าแรงงานกว่า 50%

4. มัธยัสถ์ค่าวัสดุเพราะว่า 90%ของวัสดุสร้างขึ้นมาจากโรงงานตามขนาดที่อยากได้จึงไม่มีวัสดุเหลือทิ้งและโรงงานเรามีเครื่องรีดเมทัลชีทเอง

5. สร้างเร็วด้วยระบบประกอบเสร็จตามมายี่ห้อฐานวิศวกรรม ติดตั้งทั้งประเทศ

6. ส่วนประกอบแข็งแรง สร้างขึ้นมาจากเหล็กรูปพรรณแบบรีดร้อน และ รีดเย็น

WHY HAPPY WAREHOUSE

สร้างโรงงานกับเราโรงเก็บของสำเร็จรูป

Open post
ไอรอนแมน1

รีวิว ไอรอนแมน 1 Iron man

เรื่องย่อ : โทนี่ สตาร์ค เป็นนักคิดค้นแล้วก็นักอุตสาหกรรมมหาเศรษฐีพันล้านที่ถูกลักพาตัวไปขณะอยู่ต่างเมืองและจากนั้นก็ถูกบีบบังคับให้สร้างสรรค์อาวุธที่มีประสิทธิภาพการทำลายล้างสูงแทนที่เขาจะใช้เชาวน์อันชาญฉลาด แล้วก็แนวคิดอัจฉริยะประดิษฐ์ตามคำสั่ง แม้กระนั้นโทนี่กลับสร้างชุดเกราะไฮเทคแล้วก็หนีรอดการถูกกักขังมาได้ พอกลับมายังอเมริกาโทนี่ก็ต้องเจอหน้ากับอดีตกาลแล้วก็ล่วงรู้แผนการโหดร้ายทารุณที่มุ่งล้างผลาญโลก เขาก็เลยต้องสวมเกราะทรงพลังแล้วก็ปฏิญาณว่าจะป้องกันโลกใบนี้ในชื่อ ไอรอนแมน1

วิภาควิจารณ์ภาพยนต์ : เป็นการเปิดเรื่องโดยการที่โทนี่ กำลังเดินทางกลับจากการไปโฆษณาอาวุธใหม่ที่บริษัทของเขาได้ผลิตขึ้นมาแต่ว่าระหว่างทางกลับนั้นได้ถูกกรุ๊ปผู้ก่อเหตุร้ายสุ่มจู่โจมทำให้โทนี่ได้โดนจับตัวไปแล้วก็ทำให้โทนี่ได้รับบาดเจ็บแต่ว่าได้รับการรักษาจากแพทย์ที่กลุ่มก่อการร้ายได้จับกุมไว้ช่วย ซึ่งกลุ่มก่อการร้ายก็ได้หวังให้โทนี่สร้างอาวุธแบบใหม่ที่เขาได้คิดค้นขึ้นมาแต่ว่าแทนที่โทนี่จะสร้างอาวุธจากที่ผู้ก่อเหตุร้ายขอกลับได้แอบสร้างหุ่นยนต์สุดไฮเทคขึ้นมาเพื่อจะหนีออกไปจากสุ่มมิจฉาชีพแห่งนั้นจนในที่สุดโทนี่ก็หนีมาได้ ก็เลยทำให้โทนี่ตัดสิ้นลมปิดบริษัทขายอาวุธของเขาลงแล้วก็เขาก็ได้สร้างหุ่นยน์ไฮเทคขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ที่มีชื่อว่า IRONMAN

ไอรอนแมน 1

Iron man

Open post
ขุนแผน ฟ้าฟื้น

ขุนแผน ฟ้าฟื้น (2019) Khun Phaen Begins

ขุนแผน ฟ้าฟื้น ภายใต้ฉากหน้าอันสุขสงบ ภัยการศึกระหว่างสองอาณาจักรกำลังก่อตัวขึ้น อยุธยาจำต้องวางแผนต่อกรกับแผนร้ายเมื่อศัตรูต่างบ้านต่างเมืองได้ส่งจอมเวทย์ด้านมืดนาม แสนตรีเพชรกล้า (ความบันเทิงใจ แสงศร) รวมทั้งพรรคพวกมาลอบสังหารอำมาตย์ใหญ่หัวหน้าหน่วยอาทมาต

แก้ว (มาริโอ้ เมาเร่อ) หนุ่มร่อนเร่ผู้ความจำเสื่อมวัยเด็กไปด้วยเหตุอันเป็นปริศนา เขาเดินทางกับ เพชร (สิรินัฎฐ์ อภิจันทร์เดชะ) เพื่อนซี้ สู่อยุธยาหมายแสวงโชค แต่ว่าแก้วกลับได้เจอ ช้าง ฟิลลิปส์ ณัทธนพล ทินโรจน์) รวมทั้ง พิม (ยงวรี งามเกษม) เพื่อนเก่าสมัยเด็ก ภาพอดีตของตัวเองแล้วก็ค่อยๆร้อยเรียงประติดประต่อขึ้นว่าโดยความเป็นจริงแล้ว เขามีพ่อเป็นกบฏจำต้องอาญากระทั่งถูกประหาร ยังความขายขี้หน้าไปในกลุ่มเจ้าขุนมูลนายรุ่นเดียวกัน

แก้วไปมีเรื่องกับอันธพาลเขตแดนกระทั่งถูกสั่งขัง แต่ว่าเสมือนฟ้าลิขิตให้เขาได้พบกับ อาจารย์เดชะ (ศุภแขนณ์ กิจสุวรรณ) จอมอาคมที่ปลอมตัวมาเพื่อหาศิษย์ เดชะมองเห็นแววว่าแก้วจะเติบโตเป็นทหารผู้หาญกล้าก็เลยกระตือรืนร้นฝึกฝนสรรพวิชาให้ แก้วสมัครเข้ามาเป็นทหารสมัครใจเพื่อแก้เงื่อนที่ถูกดูถูกเหยียดหยามว่าพ่อเป็นกบฏ การขับเคี่ยวระหว่างแก้วรวมทั้งช้างก็เลยเกิดขึ้นเพื่อแย่งความเป็นหนึ่งในกลุ่มทหารสมัครใจรวมทั้งแย่งชิงหัวใจพิม หญิงอันเป็นสุดที่รักของทั้งคู่

ระหว่างนั้น คลังสรรพาวุธของกองทัพถูกแสนตรีเพชรกล้าจู่โจม ข้างกลาโหมก็เลยสั่งเสริมกำลังรักษาความปลอดภัย แก้วรวมทั้งช้างพร้อมเหล่าทหารสมัครใจถูกเกณฑ์เข้าร่วมหน่วยอารักขาเหล่าอาคันตุกะต่างประเทศผู้ร่วมงานฉลองนครหลวง แก้ว ช้าง รวมทั้งเหล่าทหารสมัครใจ จะสามารถป้องกันอยุธยาจากผู้ทำร้ายร่างกายได้ไหม… ติดตามดู “ขุนแผน ฟ้าฟื้น” 10 ต.ค.นี้ ในโรงหนัง

ขุนแผน ฟ้าฟื้น

Khun Phaen Begins

Open post
ดูหนังออนไลน์ ชัด

เมื่อหนังออนไลน์ เจ้าใหญ่ไม่ได้มีเพียงแต่เจ้าเดียว

ไม่เพียงแค่นั้น Amazon Premium ที่แม้ว่าจะเปิดตัวไปสุดแท้แต่ยังไม่มีอะไรน่าเร้าใจมากมายเท่าไร แม้กระนั้นก็ใช่ว่าจะวางใจได้ เพราะเหตุว่าเดี๋ยวนี้แอมะซอนพรีเมียมพึ่งจะทุ่มเงินลงทุนมากถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างซีรีส์ Lord of the Rings โดยได้ผู้กำกับ เจ. เอ. บาโยน่า จาก Jurassic World : Fallen Kingdon มากำกับ หวังโกยความชื่นชอบและยอดลงทะเบียนสมัครสมาชิกเหมือนดังที่เอชบีโอทำได้จากเกมออฟโธรน และเมื่อมองจากเงินทุนและโครงข่ายที่แอมะซอนมีแล้ว นี่คืออีกหนึ่งคู่ปรปักษ์ที่รอคอยวันในขณะที่เหมาะสมสำหรับการจะผงาดขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักในตลาดการประลองนี้อีกหนึ่งเจ้า ดูหนังออนไลน์ ชัด

ในขณะ Apple หลังจากที่ประกาศปิด iTunes ไปพร้อมแยกออกเป็นสามหนทางที่ให้บริการแยกย่อยกัน นอกเหนือจากตลาดการดาวน์โหลดเพลงผ่านแอปเปิ้ลมิวสิกแล้ว แอปเปิ้ลโทรทัศน์คือสิ่งที่แอปเปิ้ลกำลังปลุกปั้นและซุ่มเงียบอยู่ แม้กระนั้นในแวดวงนี้อาจไม่มีคำว่าเงียบอย่างแท้จริง เพราะเหตุว่าข่าวล่าสุดที่ออกมาก็คือ แอปเปิ้ลจับมือกับผู้กำกับสุดยอดอย่างสตีเวน สปีลเบิร์ก สร้างหนังและคอนเทนต์ในแอปเปิ้ลโทรทัศน์ ส่วนและจับมือกับโอปราห์ วินฟรีย์ทำรายการร่วมกัน เรียกว่าได้สองยักษ์ใหญ่ของแวดวงเบิกบานมาเป็นแรงหนุน

และหากแอปเปิลพร้อมเมื่อใด ด้วยโครงข่ายของโทรศัพท์ไอโฟนที่ใช้กันทั่วทั้งโลก ก็จะก่อให้แอปเปิลสยายปีกการให้บริการสตรีมมิ่งด้านภาพยนตร์และสื่อเบิกบานในสุดยอดได้อย่างง่ายดายนัก และมันน่าขนลุกมากมายสำหรับเอชบีโอ เน็ตฟลิกซ์ และแอมะซอน

ตลาดการประลองช่องสตรีมมิ่งยังไม่หมดเพียงแค่นี้ จากข่าวที่ช่อง NBC ขอคืนรายการ The Office และซีรีส์เรื่อง Friends จากเน็ตฟลิกซ์ข้างในปี 2020 เพื่อจะนำไปเผยแพร่ผ่านวิธีการทำช่องสตรีมมิ่งเอง ก็กล่าวได้ว่า ขาใหญ่เกือบทุกรายหันลงมาเล่นตลาดนี้ และที่น่าสงสารมากมายไปกว่านั้นสำหรับเน็กฟลิกซ์ก็คือ The Office ถือเป็รายการที่มียอดดูสูงสุดของเน็กฟลิกซ์อีกด้วย นี่ยังไม่รวมทั้ง CBS All Access ที่มี Star Trek: Discovery เป็นตัวชูโรง และ YouTube ที่กำลังซุ่มพัฒนาลักษณะของการให้บริการของตนอยู่ผ่านทางยูทู้บทีวี กล่าวได้ว่าท้ายปีนี้ไปจนกระทั่งปี 2020 คือศึกของธุรกิจช่องสตรีมมิ่งอย่างยิ่งจริงๆ

เมื่อหนังออนไลน์

เจ้าใหญ่ไม่ได้มีเพียงแต่เจ้าเดียว

Open post
ดูโบรูโตะ

ดูโบรูโตะ BORUTO-ボルト- NARUTO NEXT GENERATIONS

ข้างหลังการทำศึกนินจาครั้งที่ 4 ทุ่งนารูโตะได้เป็นโฮค้างเงะผู้ที่ 7 ของหมู่บ้าน แล้วก็ได้มีลูกกับ ฮิวกะ ฮิทุ่งนาตะ เรื่องราวจะโฟกัสไปที่ลูกชายคนโตชื่อ โบรูโตะ ได้เข้าในสถานศึกษานินจากับเพื่อนร่วมรุ่นหลายคน อยู่ในทีมของ วัวโนฮามารุ ร่วมกับ ซาราดะ ลูกสาวของซาสึเกะกับซากุระ แล้วก็ ไม่ตสึกิ มีกรณีคนถูกสิงโดยเรียกว่า “โกสต์” มีเพียงแค่โบรูโตะคนเดียวที่มองเห็นแล้วก็เกิดการลักขโมยจักระในหมู่บ้านนินจา

มังงะ Boruto ภาคสปินออฟของ ทุ่งนารูโตะ ผลงานการแต่งเรื่องของ Kodachi Ukyou วาดภาพประกอบโดย Ikemoto Mikio เขียนในนิตยสาร Shounen Jump รายสัปดาห์ ลิขสิทธิ์ของสถานที่พิมพ์ Shueisha เริ่มเขียนเดือนพฤษภาคม 2016 วางขายเล่ม 3 เมื่อพ.ค. 2017 ยังไม่จบ

มังงะ Naruto ผลงานของ Kishimoto Masashi เขียนช่วงปี 1999-2014 ปริมาณ 72 เล่มจบ ภาคอนิเมะแบ่งเป็นสองภาค ภาคเดิมฉายปี 2002 – 2007 ปริมาณ 220 ตอน ก่อนจะขึ้นภาคใหม่ Naruto: Shippuden (ตำนานพายุสลาตัน) แล้วก็ยังคงฉายอยู่ถึงปี 2017 โดยถึงในช่วงเวลาที่ 488 ในช่วงวันปีใหม่ 2560 ยังไม่จบ มีระบุจบภาค Shippuden ตอนที่ 500

ชื่ออื่น: BORUTO-ボルト- NARUTO NEXT GENERATIONS

BORUTO

โบรูโตะ

Open post
ดูหนังออนไลน์ alita

ดูหนังออนไลน์ alita Battle Angel (2019) อลิตา กางทเทิล แองเจิ้ล

ดูหนังออนไลน์ alita Alita: Battle Angel / อลิตา กางทเทิล แองเจิ้ล ภาพยนตร์ดัดแปลงแก้ไขจากการ์ตูนประเทศญี่ปุ่นเรื่อง ALITA เพชฌฆาตไซบอร์ก หรือในชื่อประเทศญี่ปุ่นว่า Gunnm ซึ่งเขียนโดย คิชิโระ ยูกิโตะ และก็ได้รับการปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงเป็นแอนิเมชั่นจากเรื่องราวในหนังสือเล่มแรกๆในชื่อ Battle Angel เรื่องราวเกิดขึ้นในอนาคตอันไกลมาก ซึ่งไซบอร์คและหุ่นยนตร์แปลงเป็นเรื่องปกติ เมืองลอยฟ้าทิฟาเรส เก็บงำความลับอันดำมิดหมี มันทิ้งขยะไม่มีค่าลงสู่โล่งเตียนระดับล่าง และที่ลานทิ้งขยะนั้นเอง หมอไซบอร์ค อิโดะ เจอกับส่วนประกอบหัวและก็ลำตัวของเด็กหญิงไซบอร์คที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ มีเพียงสมองของคุณเพียงแค่นั้นที่เป็นมนุษย์ ส่วนอื่นภายในร่างกายของคุณล้วนเป็นเครื่องจักร คุณความจำเสื่อมทั้งสิ้นในโบราณกาล และก็เป็นที่รู้จักใหม่จากอิโดะ “เอลิตา” เขาสร้างคุณขึ้นมาใหม่อีกครั้งและก็แปลงเป็นเปรียบได้เสมือนดั่งพ่อของคุณในฐานะผู้มอบร่างกายใหม่ให้ แม้กระนั้น ข่าวสารการฆาตกรรมเป็นประจำได้เริ่มแพร่ไปไปในเมือง อลิตาเริ่มสงสัยอิโดะในฐานะผู้ทำเพื่อหาส่วนประกอบร่างกายให้คุณ แต่เมื่อคุณติดตามเขาออกไปในคืนวันหนึ่ง ก็เลยได้พบว่าแท้จริงเขากำลังตามจับตัวคนร้าย ภายใต้ฐานะ “ฮันเตอร์ วอร์ริเอ้อร์” ที่เขาได้รับมอบหมายมา ระหว่างการเข้าปะทะกับฆาตกรตัวจริงนั้น สัญชาติญาณของเด็กหญิงก็ปฏิบัติงาน คุณล้มคนร้ายได้ด้วยศิลปะการต่อสู้โบราณ ผลสุดท้าย คุณก็เลยตกลงใจเข้าช่วยเหลืออิโดะสำหรับในการป้องกันความชอบธรรม และก็ได้เปลี่ยนมาเป็นฮันเตอร์วอร์ริเออร์เช่นเดียวกัน คุณปลดล็อคความรู้ความเข้าใจและจากนั้นก็พลังแท้จริงจริงของตนเอง เข้าต่อสู้กับศัตรูที่แสนอันตราย และจากนั้นก็เพื่อนพ้องผู้ถือมั่นในอุดมการณ์

alita Battle Angel

อลิตา กางทเทิล แองเจิ้ล

Open post
ทรานฟอร์เมอร์ 5

ดูหนังฟรี ทรานฟอร์เมอร์ 5

Transformers: The Last Knight จะโฟกัสไปที่ ออพติเตียนมัส พงพีม์ ออโต้บอตส์ที่กำลังกลับไปยังดาวรกรากอย่าง ดาวไซเบอร์ตรอน รวมทั้งพบว่าดาวของตนได้ถูกทำลายลง ซึ่งเขานั้นก็มีส่วนที่ทำให้ดาวถูกทำลายด้วย เพื่อจะทำให้ดาวของเขากลับมาเป็นปกติสุขได้นั้นออพติเตียนมัส พงพีม์ ต้องตามหาวัตถุชิ้นหนึ่งที่อยู่บนโลกมนุษย์ รวมทั้งวัตถุที่ว่านั้นก็เกี่ยวไปถึง “เมอร์ลิน” บิดามดในตำนานยุคกษัตริย์อาเธอร์ด้วย แต่ว่าออพติเตียนมัสเสียท่า จนถูก“ผู้สร้าง” (ควินเทชชั่น เผ่าพันธุ์ผู้ทรงภูเขามิ แหล่งกำเนิดทรานฟอร์เมอร์ส ตามฉบับการ์ตูน) ทำให้แปลงเป็นศัตรูของเหล่ามนุษย์ไป ทรานฟอร์เมอร์ 5

ดูเหมือนพลังคาถามากมายที่ เมอร์ลิน ได้รับนั้นมีที่มาจาก ทรานสฟอร์เมอร์ส รวมทั้งพลังนั้นก็สถิตอยู่ในวัตถุชิ้นนั้นนั่นเอง หากแม้พวกเราจะยังไม่รู้จักรายละเอียดกระจ่างแจ้งนัก แต่ว่ามีการเดาว่า วัตถุที่ว่านั้นบางทีอาจเกี่ยวเนื่องกับ “กระบี่เอ็กซ์คาลิเบอร์” ของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย

ทว่าโลกในตอนนี้ กรุ๊ปมนุษย์ได้ตั้ง “กองกำลังทหาร TRF” ขึ้นมาตามล่ารวมทั้งทำลายเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์ ด้วยเทคโนโลยีทั้งยังหุ่นยนต์รวมทั้งโดรนที่ต่อยอดจากการค้นคว้าซากเหล่าชาวไซเบอร์ตรอนที่ล้มตายในการสู้รบครั้งก่อนๆแถมโลกเองก็อยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่เต็มทน ทำให้เคด เยเกอร์ (มาร์ค วอห์ลเบิร์ก) แปลงเป็นบุคคลดวงกุดที่ถูกตามล่าโดยฝ่ายทหารรับจ้าง ในฐานะจุดมุ่งหมายสำคัญจากการที่เขาเข้าเป็นพวกกับออโตบ็อต รวมทั้งได้เข้าช่วยเหลืออิซาเบลลา (อิซาเบลา โมเนอร์) จนทำให้เขาต้องเดินทางไปยังอังกฤษ เพื่อแสวงหาต้นตอของเรื่องราวทั้งผอง

Transformers: The Last Knight จะมีการผูกเอาการราวของกรุ๊ปอัศวินโต๊ะกลม รวมทั้งทีมสร้างยังกล่าวว่า นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสู้รบจักรกลบนโลกที่กินเวลาสร้างอีกยาวนานต่อจากนี้เป็นต้นไปหลายสิบปี รวมทั้งยังมีเนื้อหาแยกย่อยที่กำลังจะตามมา โดยยึดเอาเค้าโครงเส้นประเด็นนี้เป็นหลัก ซึ่งแม้กระทั้งตัวของ ไมเคิล เบย์ ก็ออกมาสารภาพว่าภาคก่อนหน้าอย่าง Transformers: Age of Extinction ก็มิได้เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ในส่วนของเนื้อหา ที่ต้องปูบทยบาทใหม่ในจักรวาลเดิม รวมไปถึงการหาจุดเชื่อมโยง ราวกับเป็นการหยั่งเสียงมากกว่า

Transformers The Last Knight

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 5 อัศวินรุ่นสุดท้าย

Open post
doctor john

รีวิวซี่รี่ย์เกาหลี Doctor John

Doctor John เป็นละครทางการแพทย์ที่เล่าเรื่องราวของความเจ็บ หมอที่หาสาเหตุแห่งความเจ็บของผู้ป่วยได้อย่างไร โดยแสดงออกมาในแบบการติดตามอย่างระทึกขวัญ คล้ายกับสายสืบที่กำลังตามล่ามิจฉาชีพอย่างไงอย่างงั้น ละครยังมีเรื่องของการขัดแย้งกันของการรักษาโรคที่รักษาไม่หาย “ชาโยฮัน” (จีซอง) คุณครูวิสัญญีหมอฝีมือยอดเยี่ยม ฉายา “คุณหมอ 10 วิ” เขาสามารถหาสิ่งที่ทำให้เกิดโรคได้ภายในเวลาอันเร็วทันใจ แล้วก็ “คังชียอง” (อีเซยอง) วิสัญญีหมอปีที่ 2 พวกเขาร่วมมือกันเพื่อหาสิ่งที่ทำให้เกิดโรคประหลาด

Doctor John

หมอหัตถ์เทวดา

Open post
สไปเดอร์แมน 1

รีวิว สไปเดอร์แมน 1 Amazing Spider Man

ย้อนกลับไป “The Amazing Spider-Man” ภาคแรก ผมให้คำนิยามแก่ภาคนั้นไว้ว่า “ตื่นตาตื่นใจกว่าที่คิด แม้กระนั้นยังไม่จับจิตจับใจสักเท่าไหร่” ด้วยเหตุผลหลักเป็นแม้ Spider-Man เวอร์ชัน Marc Webb จะมีงานสร้างที่ดูน่าประทับใจและก็ตรงจิตใจ Comic ไม่น้อย แม้กระนั้นในฐานะคนที่มิได้ตาม Comic ยังมีความรู้สึกว่ามันยังไปไม่สุดในทางอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งปัญหาพวกนั้นก็ยังคงอยู่ในภาค 2 หากถามว่า “The Amazing Spider-Man 2″ สนุกสนานมั้ย ตอบได้เลยว่าสนุกสนาน แม้กระนั้นหากถามว่าสุดมั้ย บอกเลยว่าไม่

หนัง Superhero ภาคต่อมีจุดดีกว่าหนังภาคแรกตรงที่ไม่ต้องเสียเวลาเล่าแหล่งกำเนิดอีกต่อไป สามารถเล่าเรื่องราวที่ปรารถนาได้เต็มที่ แม้กระนั้นในช่วงนี้ หลายคนต้องการดูหนัง Superhero ที่เป็นมากกว่าแค่หนัง Superhero หนังภาคต่อจึงจำต้องสร้างสรรค์ Theme ของเรื่องให้น่าสนใจพอเพียง มิเช่นนั้นมันจะแปลงเป็นเพียงแค่งานที่ซ้ำจากจำเจ ขายของเก่า แม้กระนั้นไม่มีอะไรให้จดจำ อย่าง Spider-Man 2 มี Theme หลักเป็น “อ่อนแรงที่จะเป็น Spider-Man” Iron Man 3 มี Theme “หากไม่มีชุดแล้วจะเป็นอย่างไร” The Dark Knight ใช้ Theme “จะตายอย่างฮีโร่ หรืออยู่กระทั่งเห็นตนเองเป็นคนร้าย” หรืออย่าง Captain America: The Winter Soldier ก็มี Theme หลักว่าด้วย “ความแคลงใจ” ปัญหาเป็น The Amazing Spider-Man 2 มี Theme หลักหรือไม่

คำตอบเป็น “ไม่รู้จักแบบเดียวกัน” Spider-Man ภาคนี้มีข้อความสำคัญ มีเรื่องราว มิได้กะขาย Action อย่างเดียว แม้กระนั้นช่วงเวลาเดียวกันข้อความสำคัญที่หนังต้องการจะเล่ามันก็จำนวนมาก กระทั่งล้น ผสมกันไม่ลงตัว และก็คิดไม่ตกว่าจะชูเรื่องไหนเป็นหัวข้อหลักดี แถมเพียงพอถึงตอนจะเฉลยปิดข้อความสำคัญ ก็กระชากเกินไป กระทั่งน่าเสียดายสิ่งที่เพียรพยายามปูมา ตั้งแต่ข้อความสำคัญเรื่อง “พ่อ” ที่ปูกันมาภาคที่แล้ว ราวกับจะให้เป็นหัวข้อหลัก แม้กระนั้นเพียงพอมาเฉลยในภาคนี้ก็มิได้มีความรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งอะไร ข้อความสำคัญครอบครัวระหว่าง “Peter” กับ “ป้า May” ก็ไปไม่สุดและก็แปลงเป็นเพียงแค่ฉากตลกๆเสียมากกว่า ข้อความสำคัญความรักของ “Peter” (Andrew Garfield) กับ “Gwen” (Emma Stone) ซึ่งดูน่ารักดี แม้กระนั้นเพียงพอถึงบทสำคัญ กลับให้เวลาไม่พอ แถมในช่วงท้ายหนังยังเพียรพยายามใส่ข้อความสำคัญ Spider-Man Return เข้ามาอีก ในขณะที่ข้อความสำคัญในตอน 10 นาทีสุดท้ายมันสามารถเอาขยายไปเป็นอีกภาคได้เลย เพียงพอเอามาเล่าในช่วงแค่ 10 นาที มันเลยมีความรู้สึกว่าไม่สุด และก็แปลงเป็นส่วนเกินไป

สไปเดอร์แมน 1 ผ่านมาที่ฝั่งตัวร้าย ภาคนี้ก็ยังคงปัญหาเดิมๆเป็น “น่าผิดหวัง” โดยยิ่งไปกว่านั้น “Electro” ที่อุตส่าห์ได้ Jamie Foxx มาเล่น และก็การปูข้อความสำคัญเรื่อง Nobody และก็การเปลี่ยนจาก Fanclub มาเป็น Anti-fan ในระยะแรกก็ดูน่าสนใจดี แม้กระนั้นพอกลายเป็นมนุษย์กระแสไฟฟ้าเต็มกำลัง Electro ก็แปลงเป็นเพียงแค่ตัวร้ายดาษๆที่มีไว้โชว์ Effect สวยๆเวลาสู้กับ Spider-Man อีกที ส่วน “Harry Osborn” (Dane DeHaan) หนังก็ปูเรื่องราวของ Harry ได้ไม่สุด ไม่ว่าจะเป็นความชมรมของเขากับเพื่อนเก่า Peter หรือความข้องเกี่ยวของ Harry กับพ่อ ทำให้มิติของ Harry ดูก่อนบเรียบไปหน่อย แถมเพียงพอตอนแปลงเป็น Green Goblin ก็ดูความน่าสยดสยองจะน้อยกว่าตอนเป็น Harry เสียอีก แม้กระนั้นอย่างต่ำ Dane ในตอนที่เป็น Harry ก็ยังเพียงพอทำให้พวกเราได้เชื่อว่า ไอ้เด็กคนนี้มันสามารถเป็นหัวหน้ากลุ่มคนร้าย The Sinister Six ได้ (หนังภาคแยกที่ Sony คิดแผนจะสร้างต่อไป) ส่วนตัวร้ายอีกคนภายในเรื่องอย่าง “Rhino” (Paul Giamatti) งานวางแบบสวย แม้กระนั้นมีความคิดว่าหากตัดทิ้งไปก็คงไม่เป็นไร

อย่างไรก็ดี หากดูเอาสนุกสนาน The Amazing Spider-Man 2 ก็ยังให้ได้ในจุดนี้ ซึ่งจำต้องขอบคุณมากงานด้านภาพและก็เสียงที่ช่วยดึงอารมณ์ สร้างความตื่นเต้นให้กับพวกเราได้พอสมควร คิดออกว่า Marc Webb เคยพูดว่า เหตุที่เลือก Electro มาเป็นคนร้ายภาคนี้ ด้วยเหตุว่าเอื้อให้หนังสร้างและก็ใส่ฉาก Action อันสดใหม่และก็น่าละลานตาเข้าไป ซึ่ง Marc ก็บอกถูก VFX สายฟ้าของ Electro ทำออกมาได้อย่างสวย ยิ่งประสานกับมุมกล้องถ่ายภาพที่มีใช้ Slowmotion แบบพอดิบพอดีๆทำให้ดูแล้วมันส์มาก แม้กระนั้นที่เด่นที่สุดเป็นงานด้านเสียง ที่ Marc เลือกใช้แนวเพลงแบบ Dupstep (แนวอิเล็กทรอนิกส์แบบหนึ่ง) ถือว่าแปลกใหม่มากกับหนัง Superhero แม้กระนั้นก็กับตัว Spider-Man มาก ด้วยเหตุว่าฟังแล้วมันให้ความรู้สึกวัยรุ่นคละเคล้าสั้นๆแบบที่ Spider-Man เป็น หลายตอนงานด้านเสียงเด่นมาก กระทั่งจำต้องโยกตัวไปตามจังหวะดนตรีเลย

จะว่าไปก็ไม่ฉงนใจที่งานด้านเสียงและก็ภาพจะสะดุดตาขนาดนี้ ด้วยเหตุว่า Marc Webb นั้นเติบโตมาจากสายควบคุม MV อยู่แล้ว งานที่ผมถูกใจมากของ Marc อย่าง 500 Days of Summer ก็เป็นงานที่ใช้เสียงเพลงส่งเสริมอารมณ์ได้อย่างน่าประทับใจ แม้กระนั้นในเวลาเดียวกัน การที่ Marc มาจากสาย MV ก็อาจจะก่อให้ Marc มีปัญหากับการเล่าหนังขนาดยาวได้ด้วยเหมือนกัน The Amazing Spider-Man 2 ให้ความรู้สึกดังการนั่งดู MV ดีๆหลายตัว ซึ่งหากดูแยกเป็น MV ไป มันจะดูดีมาก แม้กระนั้นเพียงพอจับเอามารวมกัน ภาพรวมกลับออกมาแบบขาดๆเกินๆไปแทน

อย่างหนึ่งที่มีความรู้สึกว่าขาดมาตั้งแต่ภาคที่แล้วก็คือ การเป็น Superhero สู้ชีวิตของ Spider-Man ฐานะไม่ค่อยดี จำต้องปฏิบัติงานไปด้วย เรียนไปด้วย ช่วยคนไปด้วย ช่วงเวลาเดียวกันก็จำต้องเพียรพยายามรักษาความรักของตัวเองให้รอด ไม่รู้จักเป็นความตั้งใจหรือยังมิได้เล่าของผู้ผลิต ที่กลับเลือกทอดทิ้งสเน่ห์ส่วนนี้ไป และก็หันไปเน้นย้ำเฉพาะมุมมองความสั้นแทน Spider-Man ในแบบ Andrew Garfield แปลงเป็น Spider-Man ที่ดูเพอร์เฟ็คเกินไป (ยิ่งหน้าตาพี่เอ็งก็หล่อชอบใจสาวอยู่แล้ว) ดูไม่ค่อยมีเรื่องมีราวให้ร้อนใจเท่าใด ขนาดฉากสำคัญช่วงท้าย ก็ให้เวลาเซื่องซึมเพียงแค่ไม่นาน และไปข้อความสำคัญอื่น

ลองคิดเล่นๆว่าหากสมมติ หนังลดข้อความสำคัญอันชุลมุนในภาคนี้ลงให้เหลือแค่เรื่องความรักของ Peter กับ Gwen เป็นหลัก ซึ่งเป็นจุดที่ทำได้ดีเลิศอยู่แล้ว ด้วยเหตุว่า Marc ถนัดแนวนี้อยู่แ้ล้ว ยิ่งในชีวิตจริงอีกทั้ง Andrew กับ Emma ก็คบกันจริง ยิ่งเพิ่มพลังจิ้นเข้าไปใหญ่ และก็เพิ่มอีกหัวข้อการสู้ชีวิตของ Spider-Man เข้าไป มันอาจจะก่อให้พวกเราได้หนัง Superhero ที่โรแมนติกที่สุดมาก็ได้ (อาจแถมน้ำเน่านิดด้วยๆ) และก็ฉากสำคัญช่วงท้ายเรื่องก็จะยิ่งทรงพลังได้มากกว่านี้

สรุปเป็น Spider-Man ภาคนี้ก็เป็นภาคที่ดูสนุกสนานนั่นแหละ แม้กระนั้นมันความสนุกสนานร่าเริงที่ไม่ตรึงตรา หากสมมติอีก 5 ปีด้านหน้า Sony กำเนิด Remake/Reboot ไอ้แมงมุมขึ้นมาใหม่อีก พวกเราก็พร้อมที่จะลืมเลือนภาคนี้ไปได้อย่างไม่ยากเย็น

สไปเดอร์แมน 1

Amazing Spider Man

รีวิว game of thrones season 8 ภาค ( จบ )

Game of Thrones Season 8 บทท้ายที่สุดที่ซีรี่ย์ จะเป็นยังไงเมื่อ The Walking Dead มาเยี่ยม เมือง Winterfell จะมีชะตาเป็นแบบไหน วันนี้เราจะมากล่าวถึง และก็รีวิวกันเพราะ Winter is Coming !

ต้อนรับการกลับมาของหน้าหนาวภูติ ซึ่ง Season 8 เป็นฤดูกาลท้ายที่สุดแล้ว และก็มีจำนวนตอนเพียงแค่ 6 ตอนเท่านั้น ซึ่งเป็นการปิดม่านฉากของซีรี่ย์ที่เราสามารถจะบอกได้ว่าเลื่องลือเยอะที่สุด เป็นกระแสเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ โดยเนื้อหาที่จะกล่าวถึงกันนี้จะมีการสปอยเกิดขึ้นบ้างแน่นอน แม้กระนั้นทางคนเขียนมีความรู้สึกว่าคงมีหลายๆคนรู้กันมาบ้างแล้ว

เมื่อทุกคนมีศัตรูร่วมกัน ภายหลังจากความขัดแย้งของแต่ละเครือญาติที่สังหาร ฉกชิงบัลลังก์กันอย่างคลั่ง ก็จะต้องหันมาจับมือกันอย่างเสียมิได้ เพื่อจะต่อสู้เอาชีวิตรอด การต่อสู้ครั้งนี้มีเดิมพันเป็นความอยู่รอดของมนุษย์ ถ้าหากแพ้ก็คงไม่งูเหลือมงกุฎให้ฉกชิงกันอีกต่อไป

ในบทท้ายที่สุดเราจะได้เห็นการกลับมาของนักแสดงหลักที่มากับความเก๋าที่มากขึ้น เป็นต้นว่า Arya Stark และก็ Jon Snow และก็ Mother of Dragon สุดสวยอย่าง Daenerys Tagaryen ขวัญใจของชายหนุ่มๆทั้งยังในและก็นอกจอ

เปิดมาก็เข้มข้นกันเลยสำหรับตอนต้นของ Season 8 หลังจากที่ Jon Snow ได้พากองทัพไม่รู้จักมาที่วัง Winterfell เพื่อร่วมสู้กับกองทัพซอมบี้ White Walker แม้กระนั้นคนกรุงรวมถึงน้องสาวของตน ก็ดูเหมือนไม่ค่อยวางใจในตัวแม่มังกร Daenerys มากมายสักเท่าไหร่ ก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิดความขัดแย้งกัน

ในเวลาที่สามจะก่อให้เราได้เห็นถึงการต่อสู้ที่รุนแรงของนักแสดงสำคัญใน GOT และก็แน่นอนว่าการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ต้องมีการสูญเสียของนักแสดงสุดรักของใครบ้างแน่นอน แม้กระนั้นจะเป็นใครนั้น ไปดูกันเองจะดีมากยิ่งกว่านะ

แม้กระนั้นนอกเหนือจากการที่จะมีฉากแอ็คชั่นที่สุดจะรุนแรงแล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยความเข้มข้นในนักแสดง การนำเสนอความเกี่ยวข้องที่เหนียวแน่นของนักแสดงที่ต่อสู้เคียงข้างกันมา ความซึ้งตรึงใจตรึงตา และก็บางนักแสดงที่เราแสนจะเกลียดชัง บางครั้งก็อาจจะตกหลุมรักปัจจุบันนี้ก็ได้

ในตอนที่ผ่านมาได้สู้กับฝูงซอมบี้ไปแล้ว มาในขณะนี้ก็สู้กับคนเป็นต่อ กลับไปสู่ฉากดราม่ากับการเดินเรื่องแบบอย่าง GOT ที่รู้จักกันแบบ Season แรกๆความยาวปัจจุบันนี้ใกล้เคียงกับในเวลาที่แล้ว แม้กระนั้นความรุนแรงนั้นบางครั้งก็อาจจะแตกต่างกันกับ The Long Night แม้กระนั้นการเดินเรื่องนั้นพูดได้ว่าคลาสสิคตามแบบอย่าง Game of Thrones อีกที

ในช่วงตอนสุดท้ายได้ทำให้น่าติดตามถัดไปยัง EP ถัดไปมากมาย ด้วยฉากจบที่ทำให้ต้องการทราบว่าเนื้อเรื่องจะไปต่อยังแนวทางไหน ตอนต้นบางครั้งก็อาจจะดำเนินเรื่องช้าไปหน่อย แม้กระนั้นก็ดึงความสนุกกลับมาได้ทันก่อนจะเบื่อไปซะก่อน แทบจะได้พักจากฉากแอ็คชั่นสุดระทึกใจ แม้กระนั้นเป็นว่าความเข้มข้น และก็ลุ้นจนตัวเกร็งก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว

หลังจากที่ได้จับความแค้นเอาไว้จนมือเปียกแฉะเหงื่อ พูดได้ว่ากำหมัดแน่นมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่ Daenerys นะ ตัวผู้ชมเองก็เช่นเดียวกัน รู้สึกจะมีอารมณ์ร่วมไปกับในขณะนี้อย่างมากมาย เพราะความค้างคามาจากในเวลาที่แล้วนั้น ทำให้ต้องการจะรู้มากว่าตัวแม่มังกรจะเป็นยังไงกับ King Landing และก็ราชินีสุดโรคจิตที่คุณเกลียดชังเข้าไส้ ความเข้มข้นปัจจุบันนี้ก็มิได้แพ้ตอนอื่นเลย แม้กระนั้นบางช่วงเสมือนดูเหมือนรวบรัดง่ายมากไปนิดหน่อย

ภาพรวมแล้ว Game of Throne ในขณะนี้เป็นตอนที่สนุกมากมาย ตื่นเต้นมากมาย และก็ลุ้นมากมายตั้งแต่ต้นยันจบ และก็มีฉากหักมุมเล็กๆให้ได้สะดุ้งกันบางส่วน แม้กระนั้นมิได้ถึงกับหักศอกหรอกนะ ใน EP นี้จะก่อให้รู้สึกอย่างกับลืมว่าเคยได้ต่อสู้กับกองทัพซอมบี้ไปเลย อย่างกับว่ามันผ่านมานานมากแล้ว

เดินทางกันมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว กับสุดยอดซีรี่ย์ Game of Thrones โดยตอนสุดท้ายนี้จะก่อให้เราได้สัมผัสถึงความรู้สึกดีที่คละเคล้ามากับความผิดหวังไปพร้อม ในส่วนเนื้อเรื่องที่สุดแสนจะรวบรัด จนรู้สึกได้ว่าต้องการให้จบไวขนาดนั้นเลยหรอ แม้กระนั้นถึงมันจะสั้นแม้กระนั้นก็สื่ออารมณ์ออกมาก้าวหน้าสมราคา GOT อยู่พอสมควร

แม้กระนั้นก็อย่ามุ่งหวังฉากจบแสนสวยอย่างในนิทานที่จินตนาการไว้ เพราะมันเป็นผลสรุปที่จะนำความสงบสุขอย่างแท้ทรูให้กับอาณาจักรทั้งปวง บางครั้งก็อาจจะมีความรู้สึกว่ามันหักมุมเกินจะรับไหว ขัดใจผู้ชมบางส่วน แม้กระนั้นก็จะต้องเห็นด้วยในตอนสุดท้ายที่ดีสำหรับทุกฝ่าย และก็มีความรู้สึกว่าหลายๆคนน่าจะทายใจเอาไว้ถูกทางอยู่เยอะพอควร และก็ในขณะนี้ใครที่เก็บเอาไว้รอดูรวดเดียวก็ถึงเวลาดูได้แล้ว สำหรับซีรี่ย์ที่จัดอันดับในเรื่องความสุดยอด และก็ยิ่งใหญ่นี้

สรุปเนื้อหาทั้งปวงของ Game of Thrones Season 8
ก็จบกันแล้วกับการรีวิว GOT แบบบากบั่นที่จะสปอยให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ คงพูดได้ว่าเป็นการจบที่ดีที่สุดแล้วสำหรับทุกฝ่ายทุกคน เนื้อเรื่องที่ดำเนินถัดมาจากฤดูกาล 7 ก้าวหน้า มีการบิวด์ให้ต้องการดูตอนต่อไปได้น่าดึงดูดมากมาย ทำให้ต้องการติดตามมากขึ้นไปอีก หากแม้ฉากจบนั้นบางครั้งก็อาจจะไม่ถูกดวงใจไม่ว่าใคร แม้กระนั้นเนื้องเรื่องทั้งปวงที่เคยดูกันก็เข้มข้นเหิมใจแฟนซีรี่ย์กันพอแล้ว ทั้งยังมีเรื่องมีราวราวความประทับใจในแต่ละนักแสดง และก็ความผูกพันธ์ของนักแสดงกับผู้ชมที่ตรึงใจตรึงตาไปตลอด ความประทับใจนี้จะอยู่กับผู้ชมทุกคนไปตลอดกับซีรี่ย์ที่ยิ่งใหญ่นี้

game of thrones season 8

มหาศึกชิงบัลลังก์ ปี 8

Posts navigation

1 2 3 47 48 49 50 51
Scroll to top